[BTS] Blood Sweat & Tears กับที่สุดของการแสดง Exhibition ในแบบติสต์แตก <3

กระทู้สนทนา
**ก่อนอื่นเลย ถ้าหากผมได้ลงข้อมูลอะไรผิดไปก็ขออภัยด้วยจริงๆ ตัวผมเองก็ไม่ได้รู้ลึกมาก แค่อยากจะแชร์ความรู้สึกและข้อมูลเล็กๆน้อยๆ เพียงแค่นั้นครับ**

ส่วนตัวผมเองเป็นคนที่ค่อนข้างเบื่อง่าย ก็จะคอยหาอะไรทำอยู่ตลอด เป็นคนที่พยายามตามเสพศิลปะแขนงใหม่ๆ อยู่เรื่อย discovering สิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะเพลงที่ช่วงนี้กำลังเป็นเป็นที่สนใจ (สำหรับตัวผม)​ คือ kpop





ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนเกี่ยวกับเพลง 4D ไปแล้วรอบนึง ถ้าหากสนใจก็สามารถเข้าไปลองอ่านดูได้นะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ภายในช่วงแรกๆ มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติของผู้ชายที่ต้องสนใจเพศตรงข้ามเป็นธรรมดา ก็เลยตามเก็บงานหมดเลย (อะไรที่มัน poppular ในช่วงนี้ก็พอจะรู้กันอยู่ 😅😅)​


หลังจากนั้น พอได้เสพอะไรพวกนี้เข้า มันก็ต้องลองหาอะไรทำนองนี้มาฟังเพิ่ม เปลี่ยนรสนิยมเล็กน้อย หันเข้าหาเพศเดียวกัน มันอาจจะช่วยให้เข้าถึงเนื้อหาได้ง่ายขึ้นบ้าง (555+) เหมือนกับได้ย้ายบ้านเข้าสู่พื้นที่ใหม่ เจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เราก็ควรจะทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน เผื่อเราจะได้คุยกันได้รู้เรื่อง (นั่นคือความหมายที่ผมกำลังจะสื่อ)

เกริ่นกันมาเยอะแล้วเข้าเรื่องเลยดีกว่า
   ต้องบอกก่อนเลยว่าช่วงนี้ผมไม่ได้ฟังแค่เพลง 2 เพลง ฟังมาพอประมาณนึง พยายามซึมซับเนื้อหาที่ตัว MV กำลังจะสื่อถึงคนดู ในมุมมองของผมเองถือว่าเป็นการนำเสนอในเรื่องของ Theme แต่ละเพลงได้โคตรจะต่างกันโดยสิ้นเชิง

(**หลังจากนี้ไปคือคหสต.ของผมล้วนๆ ขอย้ำอีกครั้งว่าถ้าหากมีอะไรผิดไปก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ**)

สำหรับเนื้อหาของเพลงนี้จะประมาณว่า ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ได้หลงรักผู้หญิงเข้าและพร้อมจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างให้กับคนรักอย่างเต็มใจ เทิดทูนอย่างกับจะหาใครเปรียบไม่ได้เลย

ถ้าหากว่าใครที่ได้ลอง(หลับตา)​ฟังครั้งแรก มันก็คือเพลงที่มันมีกลิ่นอายความติสต์เล็กน้อย ในตัวของเมโลดี้ที่ดีไซน์ให้อารมณ์นั้นจริงๆ แต่ถ้าหากท่าน(ตัวผม)​ได้เปิดดูตัว MV เองมันกลับทำให้ผมช็อกเล็กน้อย
คือตอนนั้นในหัวผมคงคิดว่า MV มันควรจะเป็นอย่างนี้จริงๆหรอวะ?? ในช่วงแรกที่มีฉากในคฤหาสน์ที่จะให้อารมณ์ศิลปะตะวันตกมาซะเยอะ ซาตานมั่งล่ะ อะไรมากมายมั่งล่ะ
คือต้องพูดได้เต็มปากเลยว่าต่างจากเพลงที่แล้วมาจริงๆ จากเพลงที่เคยมีท่าเต้นที่สตรอง มี Theme ที่
colorful และการ production + feeling high speed ที่ดูมี energy มากๆ แต่ในเพลงนี้กลับมาแบบ ช้าๆ แต่ชัวร์ ออกจะเลื้อยๆ body roll แต่เข้าจังๆทุกดอก (ถ้าเพลงนี้ออกตอน halloween ผมคงได้คิดจริงแหละว่าเป็นเพลง vampire ร่วมสมัยที่ไม่หยอกเลย 555+)

เอาจริงๆผมชอบเพลงนี้เลยนะ เรียกได้ว่าติสต์แตกเลยหลังจากดู MV จบ เปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างที่ดูเข้าใจยากให้เข้าใจง่าย เปลี่ยนจากความรุนแรงให้เป็นสีสันแบบใหม่ พอได้เปิดตาก็ได้เปิดมุมมองใหม่ใน MV  ไปเลย (ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าปิดตา Jimin ทำไม เขาดูเหมือนคนสุดท้องของตระกูลขนาดนั้นเลยรึไง อย่ามองมันเลยนะน้องรักของพี่🤔😂😂)

อีกเรื่องที่ผมชอบมาก และอาจจะชอบที่สุดในเพลงนี้เลยคือการขึ้น falsetto (ไม่แน่ใจว่าเรียกอย่างนี้รึเปล่าเวลาขึ้นโน๊ตสูงๆ) ในท่อนสุดท้ายของเพลงนี้ ไม่รู้ว่าในเพลงนี้ใช้ autotune รึเปล่านะ ขนาดในเพลง lie ขึ้นได้ขนาดนั้นก็ขนลุกแล้ว มาเจอเพลงก็..... อื้มมม เอาให้สุดเลยลูกพี่
ในช่วงท่อนแรกของเพลงนี้ทำเอาผมกลัว rm ไปเลย (555+) ด้วยเสียงที่แลดูโหดและเป็นโทนต่ำ ทำให้เรียกอารมณ์ได้ถึงระดับนึง และในฉากท้ายๆที่มี(จำชื่อไม่ได้จริงๆขอโทษด้วย)​ในคราบของมารโดนถอดปีกออกแล้วแสยะยิ้มเพื่อให้รู้ถึงความอะไรก็ไม่รู้ที่ผมไม่อาจรู้สึกหรือเข้าถึงไม่ได้😂😂

สำหรับเพลงนี้โดยรวมก็ถือว่าถ้าหากเป็นหนังก็ดูสนุกเลยทีเดียว ฟังง่ายฟังสนุก (อารมณ์เหมือนบ้านทรายทองที่มีชายน้อย ชายกลาง พี่ใหญ่ที่กลายร่างเป็นผีตะวันตก)​เนื้อหาทำมาเข้าใจได้ระดับนึง

(ไม่ต้องสงสัยเลยถ้าหากมีอาการพูดวกวน เพราะตัวผมเองเป็นคนอธิบายอะไรไม่เก่งอยู่แล้ว 555+)

(เร็วๆนี้ผมอาจจะได้เขียนเกี่ยวกับเพลง dna ยังไงก็ต้องดูกันต่อไป 😂😂 เพราะมีหลายเรื่องที่ผมอยากจะแชร์)




ขอบคุณโลกของ KPOP ที่ทำให้ผมไม่เบื่อตายซะก่อน


THX BANGTANBOYS
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่