“ อังกฤษ ” คิดว่าสุดท้ายแล้วจะเป็น No-deal หรือไม่ครับ กรณีของการออกจากสหภาพยุโรป

เป็นข่าวที่ดังที่ถูกจับตาอย่างมากมาตั้งแต่เมื่อคืน ไม่มีชาวไทยในนี้ให้ความสนใจเลยเหรอ ผมเข้าโต๊ะไหนก็ไม่มีการพูดถึงกันเลย ท่านใดพอที่จะวิเคราะห์และสังเคราะห์ให้ฟังอย่างสนุกได้บ้างครับ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
จริงๆจะบอกว่า เรื่อง Brexit นี้ไม่เกี่ยวกับคนนอก EU หรือแม้แต่ต่างชาติที่อาศัยอยู่ใน EU จะไม่กระทบนั้น ไม่ถูกต้องเลยนะครับ เพราะหากพูดถึงในมุมของต่างชาติที่แม้จะไม่ถือสัญชาติประชาชน EU แต่ก็คือ คนที่อาศัยอยู่ในสังคมในประเทศ EU หรือยิ่งถ้าเป็นคนทำงานใน EU ยังไงก็ต้องมีผลกระทบ เพราะมันเป็นเรื่องที่มีผลกระทบกับ "ประเทศ" ที่ตนอยู่อาศัย แล้วจะบอกไม่กระทบ ไม่เห็นจะต้องสนใจได้อย่างไร ในเมื่ออังกฤษเองนั้นก็นับเป็นประเทศที่ export เป็นอันดับ 5 ของ EU ไม่ใช่ประเทศเล็กๆ ยิ่งในกรณีที่ No Deal นั้นมีผลแน่นอนกับเศรษฐกิจทั่ว EU แน่นอน หนักมากน้อยแค่ไหน ยังไม่มีใครรู้ และหนักสุดก็คงไม่พ้นประเทศอังกฤษเอง  ยังไม่นับกับที่ว่า จะมีรูโหว่ใน budget ของ EU ที่ประเทศที่เหลือจะต้องร่วมกันปิดรูโหว่นั้น นั่นก็คือ ภาษีมาจากประชาชนที่ "อาศัย" ใน EU ทั้งสิ้น ไม่ใช่ว่ามาจากแค่ประชาชนที่ถือสัญชาติที่ไหน เพราะฉะนั้นจะถือสัญชาติ EU หรือไม่ ยังไงก็กระทบทุกคน ไม่มากก็น้อยนะครับ  และควรจะต้องสนใจเรื่องนี้ ถูกต้องแล้วครับ

ในมุมของด้านเศรษฐกิจนั้น ทำไมทวีปอื่นถึงจะไม่ควรสนใจล่ะครับ ในเมื่อเศรษฐกิจของ EU (ที่ยังรวมอังกฤษนั้น) นับเป็นตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งหากมองในภาพรวมแล้ว หาก EU มีปัญหาขึ้นมาจริงๆ ก็จะต้องกระทบกับเศรษฐกิจโลกโดยรวมอยู่ดี แม้แต่จีนเองที่เป็น partner ในการซื้อขายหลักกับ EU จะหาเงินได้อย่างไร หาก EU มีปัญหา? หรือแม้แต่ญี่ปุ่นเองที่พึ่งทำสัญญาการค้ากับ EU นับเป็นสัญญาการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ก็ยังให้ความสนใจกับเรื่องนี้เป็นอันมาก  สรุปแล้วหากมองภาพรวมทั้งหมด เรื่อง Brexit อาจจะไม่กระทบเอเชียโดยตรง แต่กระทบแน่นอนครับ และกระทบมากด้วยในระยะยาว เพราะในกรณีที่ No Deal นั้น อังกฤษก็จะต้องเข้าไปใช้กฏของ WTO ทันที เรื่องภาษีต่างๆที่เข้ามา มีผลกับ Partners ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะ EU หรือเอเชีย

เป็นคนรุ่นใหม่ต้องหัดมีความรู้รอบตัวให้กว้าง ถึงจะรู้ไม่ละเอียดเพราะเป็นเรื่องไกลตัว แต่ควรจะต้องสนใจว่า โลกนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น ที่มาที่ไปอย่างไร และจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง อย่างนึงที่คนไทยมีปัญหามากๆ ก็คือ เรื่องความรู้รอบตัวนี่ล่ะครับ แม้แต่เด็กไทยที่มาเรียนต่อที่ต่างประเทศ ก็น้อยคนที่จะสนใจหาความรู้รอบตัว ไม่ได้รู้เรื่องการเมือง เศรษฐกิจ หรือไม่สนใจติดตามข่าว หรือประวัติศาสตร์ต่างๆแม้แต่น้อย ซึ่งเวลาไปทำงานก็จะมีปัญหาในการเข้าสังคมเป็นอันมากนะครับ อย่าประเมินความรู้รอบตัวต่ำนะครับ ในการทำงาน บางครั้งมันเป็นตัวแสดงออกให้เห็นว่า คนเรามีวิสัยทัศน์กว้างไกลแค่ไหน รู้จักประเทศอื่น วัฒนธรรมอื่น สังคมอื่นแค่ไหน ยิ่งปัจจุบันที่เป็นยุคโลกาภิวัตน์ ใช่ว่า จะปิดประเทศไม่ค้าขายกับใครเสียที่ไหน  ความรู้รอบตัวคือสิ่งที่สำคัญมากๆ ยิ่งในระดับหัวหน้าสูงๆ เช่น พวก director นั้น สิ่งนึงที่ชัดเจนว่า ไม่ใช่พนักงานธรรมดา ก็คือวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ซึ่งส่วนนึงก็มาจากความรู้รอบตัวสูง ตามอ่านข่าวจากทั่วโลกนี่ล่ะครับ จึงจะสามารถประเมินสถานการณ์ และผลกระทบต่างๆกับบริษัทของตนได้

ส่วนกลับมาที่คำถาม จขกท นั้น ผมเดาว่า สุดท้ายแล้วอังกฤษก็คงจะยื่นเรื่องขอต่อเวลาในการทำ Brexit หรือขอต่อเวลาเจรจากับ EU จนกว่าจะตกลงกันได้ กล่าวคือ พยายามเลี่ยงไม่ให้ออกมาในรูป Hard Brexit ในวันที่ 29 มีนาคมนี้ (ซึ่งผมคิดว่า EU ไม่ยอมเจรจาต่อจากนี้หรอกมั้งครับ แม้แต่ Macron เองก็ออกปากมาแบบนั้นแล้ว แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่มีใครรู้อีกนั่นแหละ) ว่าง่ายๆว่า ขอต่อเวลาหายใจไปอีกนิด แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ทางออกจริงๆอยู่ดี มันออกมาได้หลายรูปครับ แต่ไม่ใช่ทางที่ดีซักทาง โหวตใหม่ก็จะมีปัญหาในประเทศต่อไปอีกในอนาคต เพราะมันก็จะยังมีคนไม่ยอมแบบนี้ต่อไปอีก ให้รับข้อเสนอ EU ก็ไม่เอา แต่ถ้าจะมาทำนิสัยเดิม คือ เอาดีเข้าตัว EU ก็ไม่ยอม หรือในกรณีสุดท้าย คือ No Deal จริง อังกฤษเองก็จะกระทบมาก และประเทศก็คงจะมีสภาพวุ่นวายไปอีกเป็นปี จริงๆจากมุมมองของผม ทางออกที่ดีที่สุด คือ ควรจะรับข้อเสนอที่ตกลงกับ EU ให้จบไป แต่ทำแบบนี้ก็เท่ากับทำร้ายตัวเองนั่นล่ะครับตอนนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่