[CR] ‘ไหว้พระ 9 วัดรอบเกาะรัตนโกสินทร์’ [วันเดียว อิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งใจ อิ่มทั้งพุง]

สวัสดีปีใหม่ทุกคนนะคะ คราวนี้เราจะพาไปไหว้พระขอพรกัน ๙ วัดรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่นี้ ในแต่ละวัดเรียงตามความสะดวกในการเดินทางของเราเอง พร้อมแล้วไปกันเลยค่ะ! เพี้ยนเย้


เราเริ่ม : วัดที่ ๑ ‘วัดชนะสงครามวรมหาวิหาร’ หรือ ‘วัดชนะสงคราม’
(ขอพรเรื่อง : มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง)


‘วัดชนะสงคราม’ เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ด้านการช่วยให้เอาชนะศัตรูและอุปสรรคต่างๆ


เมื่อเราเดินเข้ามาภายในวัดทางด้านหน้าจะพบกับ ‘พระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท’
มีผู้คนนิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมให้มีชัยชนะไม่ว่าจะทำเรื่องอะไรก็ตาม


พระประธานในอุโบสถมีนามว่า ‘พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์’ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย


เราเดินต่อมายัง : วัดที่ ๒ ‘วัดบวรนิเวศวิหาร’
(ขอพรเรื่อง : พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต)


วัดนี้เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔, ๖, ๗ และ ๙ เมื่อครั้งทรงผนวช
มีสถาปัตยกรรมที่งดงามและโดดเด่นด้วยศิลปะผสมผสานทั้งแบบจีนและตะวันตก


ภายในพระอุโบสถนี้ มีพระพุทธรูปสำคัญอยู่ ๒ องค์ คือ  ‘พระสุวรรณเขต’  พระประธานองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่ด้านใน
เป็นพระประธานองค์แรกของพระอุโบสถนี้ และ ‘พระพุทธชินสีห์’ ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าพระพุทธสุวรรณเขต


เมื่อออกจากวัดบวรฯ เราเดินต่อมาตามเส้นทางถนนราชดำเนินพื่อไปยังวัดต่อไป เพี้ยนแช๊ะ


ถึงแล้วค่ะ : วัดที่ ๓ ‘วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร’ หรือ ‘วัดภูเขาทอง’
(ขอพรเรื่อง : เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล)


ในการขึ้นไปกราบสักการะ ‘พระบรมสารีริกธาตุ’ ที่ประดิษฐานบน ‘พระบรมบรรพต’ หรือ ‘ภูเขาทอง’ นั้น จะมีบันไดด้วยกัน ๒ ด้าน
คือ ด้านทิศเหนือและด้านทิศใต้ แต่ละด้านมีบันได ๓๔๔ ขั้น


เราเดินไปชมวิวสวยๆไป ลืมเหนื่อยไปเลย ใช้เวลาไม่นานเราก็ขึ้นมาถึงด้านบนแล้ว เพี้ยนไฟลุก


ที่นี่นับเป็นพุทธสถานที่สำคัญ และเป็นสัญลักษณ์ของวัดที่คนทั่วโลกรู้จักกัน เดิมชื่อ ‘วัดสะแก’ ต่อมา รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์
และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า ‘วัดสระเกศ’ ในสมัยรัชกาลที ๓ โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและสร้าง ‘พระบรมบรรพต’ หรือ ‘ภูเขาทอง’ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ


ระหว่างทางลงเราจะพบกับ ‘องค์พระหลวงพ่อโต’ ประดิษฐานอยู่ให้ได้กราบไหว้สักการะกัน
ถัดมาเรายังพบกับรูปปั้น ‘แร้งวัดสระเกศ’ ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์โรคห่าระบาดเมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์อีกด้วย


มาต่อกัน : วัดที่ ๔ ‘วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร’ หรือ ‘วัดสุทัศน์’
(ขอพรเรื่อง : วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป)


ด้านหน้าทางเข้าฝั่งเสาชิงช้า เมื่อเดินผ่านเข้าซุ้มประตูมาจะเจอกับ ‘พระวิหารคต’ สร้างขึ้นแทนพระระเบียงคต
เพราะวัดนี้มีพระวิหารหลวงเป็นจุดศูนย์กลางของวัด เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ


ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ เรียงกันภายในพระวิหารคต


เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. ๒๓๕๐ โดยให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อน
ที่นี่จัดว่าเป็นพระอุโบสถที่ยาวที่สุดในประเทศไทย พระประธานภายในพระอุโบสถ คือ ‘พระพุทธตรีโลกเชษฐ์’ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย


ผนังด้านในของพระอุโบสถ ยังเต็มไปด้วยภาพวาดจิตกรรมฝาผนังฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ ๓ ที่บอกเล่าเรื่องราวด้วยลายเส้นที่สวยงาม


เที่ยงพอดีได้เวลาทานอาหารกลางวันแล้ว เราเดินผ่านเสาชิงช้าออกมาทางถนนมหรรณพ  ใกล้กับศาลาว่าการกรุงเทพฯ


ที่นี่เป็นที่ตั้งของร้าน ‘ลั่นฟ้าข้าวมันไก่เบตง’ เพี้ยนกิน


ข้าวที่นี่ไม่แฉะจนเกินไปมาพร้อมกับเนื้อไก่ที่มีความนุ่มและหนังไก่จะออกแบบนึบๆเคี้ยวเพลินเลยทีเดียว
และที่จะขาดไปไม่ได้เลยคือน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้าน พร้อมกับน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม ราคา ๕๐ บาทไทย  อร่อยฟินเลยจ้ะ


เติมพลังแล้วเราเดินมาต่อกัน : วัดที่ ๕ ‘วัดพระศรีรัตนศาสดาราม’ หรือ ‘วัดพระเเก้ว’
(ขอพรเรื่อง : เพื่อจิตใจที่สะอาด ดุจรัตนตรัย)


เรียกว่าเป็นวัดที่สำคัญและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ ‘วัดพระศรีรัตนศาสดาราม’ หรือ ‘วัดพระแก้ว’ นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๓๒๗ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง ตามแบบวัดพระศรีสรรเพชญ สมัยอยุธยา
วัดนี้อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก เป็นวัดคู่กรุงที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา


พระอุโบสถ ตั้งอยู่ส่วนกลางของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีกำแพงแก้วล้อมรอบ มีซุ้มประดิษฐานเสมารวม ๘ ซุ้ม พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๓๒๖ เพื่อประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (แก้วมรกต)
ที่พระองค์ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๒๒


บริเวณด้านในระเบียงคดของวัดพระแก้ว ยังประกอบไปด้วย ประติมากรรมรูปยักษ์ ๖ คู่ ยืนเฝ้าประตูไว้ ซึ่งเป็นยักษ์จากเรื่องรามเกียรติ์
ไม่ว่าจะเป็นทศกัณฐ์ สหัสเดชะ พิเภก กุมภกรรณ และอื่นๆ อีกมากมาย


ที่นี่สวยงามมากไม่แปลกใจเลยที่ติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ พระราชวังทั่วโลกที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุด
เราจะพบเห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาชมความงดงามกันอย่างไม่ขาดสาย เพี้ยนออกทริป


เมื่อออกจาก ‘วัดพระแก้ว’ แล้วเราเดินต่อมาทางถนนท้ายวัง


เดินมาชิลๆก็มาถึงแล้ว : วัดที่ ๖ ‘วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร’ หรือ ‘วัดโพธิ์’
(ขอพรเรื่อง : ความร่มเย็นเป็นสุข ความสงบ)


เมื่อก้าวเข้ามาด้านในวิหารจะพบกับ ‘พระพุทธไสยาส’ พระพุทธรูปขนาดใหญ่กึ่งนอน ก่ออิฐ ถือปูน ปิดทองทั่วทั้งองค์
พระบาทซ้ายและขวาซ้อนเสมอกัน เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นอันดับ ๓ ของประเทศ
โดยมีลักษณะพิเศษ คือ มีประดับมุกภาพมงคล ๑๐๘ ประการที่พระบาท


‘วัดโพธิ์’ ได้ชื่อว่าเป็น ‘วัดแห่งเจดีย์’ เพราะมีเจดีย์มากถึง ๙๙ องค์ และที่สำคัญที่สุดคือ ‘มหาเจดีย์สี่รัชกาล’



เราเดินเข้ามาด้านในบริเวณสระจระเข้ ที่นี่มีการจัดแสดงงานศิลปะ Bangkok Art Biennale ด้วย
และยังมีอีกตามเขามอในจุดต่างๆทั่ววัดเลยค่ะ ลองตามหาดูกันนะคะ เพี้ยนแว๊น

ชื่อสินค้า:   วัดชนะสงคราม-วัดบวรนิเวศวิหาร-วัดภูเขาทอง-วัดสุทัศน์-วัดพระเเก้ว-วัดโพธิ์-วัดระฆัง-วัดกัลยาณมิตร-วัดอรุณ
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่