หากคุณกำลังมองหาสถานที่สุดโรแมนติคสำหรับการเดทในโตเกียวละก็ คุณมาถูกที่แล้วครับ กับโรงแรม Chinzanso Tokyo กับร้านอาหารสไตล์ยุโรป “Le Jardin (ル・ジャルダン )” ที่จะทำให้เดทมื้อค่ำของคุณกลายเป็นคำคืนที่แสนพิเศษอย่างแน่นอน

<---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------->
สวัสดีครับ ต้องขอเกริ่นก่อนนะครับ ว่าผมเป็นนักเรียนไทยในญี่ปุ่น จึงได้มีโอกาสทำงานพาร์ทไทม์ หารายได้พิเศษไว้กินไว้เที่ยวอยู่จำนวนหนึ่ง แล้วอยู่มาวันหนึ่งผมอยากจะเซอร์ไพรส์แฟนด้วยการพาไปทานข้าวที่ร้านอาหารโรแมนติคๆ ซักที่หนึ่งนี่แหละครับ คือไม่ยอมบอกเลยว่าร้านอะไร อาหารรูปแบบไหน บอกแค่ว่าวันที่เท่านี้เคลียร์คิวให้ว่างนะ แล้วค่อยไปเซอร์ไพรส์ที่นู่นทีเดียวเลย (ซึ่งก็โดนเซ้าซี้ถามพอสมควร แต่คิดกันใหญ่ใจต้องนิ่ง 555)
ผมจึงหาข้อมูลในอินเตอร์เนตว่ามีที่ไหน ที่ดูเข้าท่าบ้าง ทั้งราคาที่จับต้องได้ และบรรยากาศร้านที่ดูโรแมนติค ก็ไปเจออยู่ที่ๆ หนึ่งครับ ซึ่งก็คือร้าน “Le Jardin (ル・ジャルダン )” ถ้าออกเสียงตามภาษาญี่ปุ่นก็ "ลู จาลุดัล" โดยร้านนี้จะอยู่ในโรงแรม Chinzanso Tokyo
พิกัด: สถานี Edogawabashi ออกทางออก a-1 แล้วเดินมาประมาณ 10 นาทีครับ
ก่อนอื่นผมก็เข้าไปจองที่นั่ง และเลือกเวลาในเว็บของโรงแรมก่อนเลย ตามลิงค์นี้เลยครับ
https://www.hotel-chinzanso-tokyo.com/dining/le-jardin/ ซึ่งคอร์สที่ผมเลือกคือ Evening Happy Hour โดยราคาจะอยู่ที่ 5,000 เยนต่อคน (รวมภาษีแล้ว) และเซตนี้สามารถจองได้ตั้งแต่หกโมงเย็นเป็นต้นไปเท่านั้น เอาล่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าร้านนี้จะมีอะไรกันบ้าง

บรรยากาศภายในร้านก็จะเป็นประมาณนี้ครับ มีการจุดไฟใต้แสงเทียง สร้างบรรยากาศเต็มที่

และภาพข้างบนนี้ก็คือ เมนูต่างๆ ที่จะมาเสิร์ฟเราเป็นชั้นๆ ตั้งแต่ไวน์ไล่ลงมาแบบนี้

ส่วนใหญ่กินคำเดียวก็หมดแล้ว เสียดาย แอบอยากให้มีเยอะกว่านี้กัน เพราะปกติกินข้าวที่บ้านเป็นกะละมังเลย T^T

แต่ต้องบอกเลยว่า ไฮไลท์ของวันนี้ไม่ใช่ชั้น3 ชั้นนี้ แต่...! มันคือ!!!
โรสบีฟ!!!!!!!!!!!!!!!

มีให้เลือกจิ้มทั้งสามแบบอีกต่างหาก คือ เกลือ, ซอสถั่วเหลืองกระเทียม และ Horseradish

จนถึงตอนนี้ก็ยังจำรสชาติ และสัมผัสได้อยู่เลย คือตัวเนื้อแต่ละชิ้นมีความหนา แต่ไม่เหนียวเลย นิ่มมาก นอกจากนี้ยังละลายในปากอีกต่างหาก ถือว่าคุ้มเหนือความคาดหมายมาก สำหรับเมนูนี้ครับ ปล. เห็นแฟนแฮปปี้กับเนื้อนี่ก็โล่งใจละ 555+
หลังจากนั้นก็ปิดท้ายด้วยช่วงของเครื่องดื่มต่างๆ ทั้งมีและไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งมีให้เลือกค่อนข้างเยอะ ตามเมนูนี้เลย

ความจริงอยากจะลองให้หมดเลยนะ แต่ไม่ไหวจริงๆ หน้านี่แดงไปหมดละ T^T
หลังจากนั้นพวกเราก็ต้องรีบกลับกันเพราะความจริง หอที่เราอยู่ไม่ได้อยู่ในเมือง แต่ห่างจากเมืองออกไปประมาณชั่วโมงกว่า!!! ตอนนั้นจำได้เลยเมาก็เมา หน้าก็แดง แถมแอบมีกลิ่นเหล้าติดตัวมานิดนึงอีก ขึ้นรถไฟไปนี่ ก้มหน้าอย่างเดียวเลยเขิน 555+ เรียกได้ว่ามาอย่างหรู แต่ขากลับนี่หมดสภาพ
<------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------->
ก็จบกันไปแล้วนะครับ สำหรับรีวิวร้าน “Le Jardin (ル・ジャルダン )” ที่โรงแรม Chinzanso Tokyo เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับผม คิดว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากๆ ทั้งบรรยากาศ อาหาร และเครื่องดื่มที่สั่งได้ไม่อั้นอีก เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มเลยทีเดียว แต่มีข้อเสียแค่อย่างเดียวคือ ทางเดินระหว่างสถานีมาถึงโรงแรมค่อนข้างเป็นชัน แนะนำให้นั่งแท็กซี่ขึ้นไปจะดีกว่าครับ
สุดท้ายนี้ก็ฝากเพจ "รีวิวปลิวว่อน" ด้วยนะครับ เพจที่จะพาคุณไปกิน เที่ยว และอ้วนไปพร้อมๆ กัน ติดตามได้ตามลิงค์นี้เลย
https://www.facebook.com/rookiesuper12345/
สำหรับกระทู้นี้ก็ขอลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้านะครับ สวัสดีครับ じゃねー ^^
[CR] [ญี่ปุ่น] เมื่อผมพาแฟนไปเซอร์ไพรส์เดทที่โรงแรม Chinzanso Tokyo
<---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------->
สวัสดีครับ ต้องขอเกริ่นก่อนนะครับ ว่าผมเป็นนักเรียนไทยในญี่ปุ่น จึงได้มีโอกาสทำงานพาร์ทไทม์ หารายได้พิเศษไว้กินไว้เที่ยวอยู่จำนวนหนึ่ง แล้วอยู่มาวันหนึ่งผมอยากจะเซอร์ไพรส์แฟนด้วยการพาไปทานข้าวที่ร้านอาหารโรแมนติคๆ ซักที่หนึ่งนี่แหละครับ คือไม่ยอมบอกเลยว่าร้านอะไร อาหารรูปแบบไหน บอกแค่ว่าวันที่เท่านี้เคลียร์คิวให้ว่างนะ แล้วค่อยไปเซอร์ไพรส์ที่นู่นทีเดียวเลย (ซึ่งก็โดนเซ้าซี้ถามพอสมควร แต่คิดกันใหญ่ใจต้องนิ่ง 555)
ผมจึงหาข้อมูลในอินเตอร์เนตว่ามีที่ไหน ที่ดูเข้าท่าบ้าง ทั้งราคาที่จับต้องได้ และบรรยากาศร้านที่ดูโรแมนติค ก็ไปเจออยู่ที่ๆ หนึ่งครับ ซึ่งก็คือร้าน “Le Jardin (ル・ジャルダン )” ถ้าออกเสียงตามภาษาญี่ปุ่นก็ "ลู จาลุดัล" โดยร้านนี้จะอยู่ในโรงแรม Chinzanso Tokyo
พิกัด: สถานี Edogawabashi ออกทางออก a-1 แล้วเดินมาประมาณ 10 นาทีครับ
ก่อนอื่นผมก็เข้าไปจองที่นั่ง และเลือกเวลาในเว็บของโรงแรมก่อนเลย ตามลิงค์นี้เลยครับ https://www.hotel-chinzanso-tokyo.com/dining/le-jardin/ ซึ่งคอร์สที่ผมเลือกคือ Evening Happy Hour โดยราคาจะอยู่ที่ 5,000 เยนต่อคน (รวมภาษีแล้ว) และเซตนี้สามารถจองได้ตั้งแต่หกโมงเย็นเป็นต้นไปเท่านั้น เอาล่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าร้านนี้จะมีอะไรกันบ้าง
บรรยากาศภายในร้านก็จะเป็นประมาณนี้ครับ มีการจุดไฟใต้แสงเทียง สร้างบรรยากาศเต็มที่
และภาพข้างบนนี้ก็คือ เมนูต่างๆ ที่จะมาเสิร์ฟเราเป็นชั้นๆ ตั้งแต่ไวน์ไล่ลงมาแบบนี้
ส่วนใหญ่กินคำเดียวก็หมดแล้ว เสียดาย แอบอยากให้มีเยอะกว่านี้กัน เพราะปกติกินข้าวที่บ้านเป็นกะละมังเลย T^T
แต่ต้องบอกเลยว่า ไฮไลท์ของวันนี้ไม่ใช่ชั้น3 ชั้นนี้ แต่...! มันคือ!!!
มีให้เลือกจิ้มทั้งสามแบบอีกต่างหาก คือ เกลือ, ซอสถั่วเหลืองกระเทียม และ Horseradish
จนถึงตอนนี้ก็ยังจำรสชาติ และสัมผัสได้อยู่เลย คือตัวเนื้อแต่ละชิ้นมีความหนา แต่ไม่เหนียวเลย นิ่มมาก นอกจากนี้ยังละลายในปากอีกต่างหาก ถือว่าคุ้มเหนือความคาดหมายมาก สำหรับเมนูนี้ครับ ปล. เห็นแฟนแฮปปี้กับเนื้อนี่ก็โล่งใจละ 555+
หลังจากนั้นก็ปิดท้ายด้วยช่วงของเครื่องดื่มต่างๆ ทั้งมีและไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งมีให้เลือกค่อนข้างเยอะ ตามเมนูนี้เลย
ความจริงอยากจะลองให้หมดเลยนะ แต่ไม่ไหวจริงๆ หน้านี่แดงไปหมดละ T^T
หลังจากนั้นพวกเราก็ต้องรีบกลับกันเพราะความจริง หอที่เราอยู่ไม่ได้อยู่ในเมือง แต่ห่างจากเมืองออกไปประมาณชั่วโมงกว่า!!! ตอนนั้นจำได้เลยเมาก็เมา หน้าก็แดง แถมแอบมีกลิ่นเหล้าติดตัวมานิดนึงอีก ขึ้นรถไฟไปนี่ ก้มหน้าอย่างเดียวเลยเขิน 555+ เรียกได้ว่ามาอย่างหรู แต่ขากลับนี่หมดสภาพ
<------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------->
ก็จบกันไปแล้วนะครับ สำหรับรีวิวร้าน “Le Jardin (ル・ジャルダン )” ที่โรงแรม Chinzanso Tokyo เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับผม คิดว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากๆ ทั้งบรรยากาศ อาหาร และเครื่องดื่มที่สั่งได้ไม่อั้นอีก เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มเลยทีเดียว แต่มีข้อเสียแค่อย่างเดียวคือ ทางเดินระหว่างสถานีมาถึงโรงแรมค่อนข้างเป็นชัน แนะนำให้นั่งแท็กซี่ขึ้นไปจะดีกว่าครับ
สุดท้ายนี้ก็ฝากเพจ "รีวิวปลิวว่อน" ด้วยนะครับ เพจที่จะพาคุณไปกิน เที่ยว และอ้วนไปพร้อมๆ กัน ติดตามได้ตามลิงค์นี้เลย https://www.facebook.com/rookiesuper12345/
สำหรับกระทู้นี้ก็ขอลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้านะครับ สวัสดีครับ じゃねー ^^
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น