
ไปอีกแล้ว ต้องพูดคำนี้จริงๆ ว่ากี่ครั้งถึงจะพอใจกับประเทศนี้
รอบนี้หลินไป โตเกียว กันอีกแล้ว #ญี่ปุ่นกี่ครั้งถึงจะพอใจ
แต่ครั้งนี้จะมารีวิวอย่างละเอียดกับการไปรอบๆโตเกียวนะคะ
ใครหาวิธีไปเมือง
Hakone, Kawagoe, Odaiba มาตามได้เลยค่ะ ^^
รวมทั้งขอรีวิวโรงแรม
Hotel Mystays Ueno-Inaricho ด้วย (เห็นไม่ค่อยเจอริวิเลยอ่า)
19 - 24 ธันวาคม 2018 (6 วัน 5 คืน)
มาที่ขั้นตอนการเตรียมตัวกันดีกว่า
ตั๋วเครื่องบิน....
แรกเริ่มเลย ไฟล์ทออกเวลาตี 2 ของวันที่ 19 ธันวาคม เลยต้องไปเชคอินกันตั้งแต่ประมาณ 4-5 ทุ่มค่ะ
หลินเดินทางกับ Thai Lion Air ที่เพิ่งเปิดรูทไปโตเกียว...เป็นบินตรงด้วยราคาไม่ถึงหมื่น!! พอเหนราคาปุ๊บ มือลั่นปั๊บบบ 5555+
คือตอนแรก ทริปนี้เลือนลางมาก เพราะจริงๆเพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวเรือ และพี่ชายกะแฟนก็เพิ่งกลับมาจากไปเกาหลี
เลยมันค่อนข้างเลือนราง...แต่พอเห็นราคาตั๋ว กดไปเลยฮะ...ด้วยความเร็วและมือลั่น..
กดได้ทาง Traveloka นะ
>> ได้ไปราคาประมาณ 9,279 บาท << ยังได้ code ลดไปอีก 500 บาท (ลดแล้วลดอีก)
(ราคานี้รวมกระเป๋าโหลด 20 kgs, จองที่นั่ง, อาหาร 1 มื้อ, ประกันการเดินทาง) => จ่ายโดยตัดบัตรเครดิตนะคะ ถ้าสะดวกโอนเงินก็ได้เหมือนกันค่า....สุดท้ายก็ได้ตั๋วมาอยู่ในอ้อมกอด 5555 ได้ตั๋วก่อนเดินทางประมาณเกือบเดือนเอง เลยจริงๆแทบไม่มีเวลาเตรียมตัว
ที่พักก...
หลังจากนั้นก็เริ่มมองหาที่พัก ใครที่ถนัดใช้ Subway ของโตเกียว ก็พยายามหาที่พักที่เขาว่าใกล้ใต้ดิน จะได้เดินทางสะดวกนะคะ
จองที่พักรอบนี้ก็ยังใช้ APP Traveloka อยู่ดี เพราะเค้าชอบมี Code ลดมาให้ แถมราคาที่ขึ้นมาค่อนข้างบวกทุกอย่างแล้ว
สุดท้ายเลยได้ที่พักย่านใกล้
ใต้ดิน Inaricho ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่าง Ueno กับ Asakusa ค่ะ
ซึ่งถือว่าค่อนข้างกลางเมืองและใกล้แหล่งชอปปิ้งอยู่....
Hotel Mystays Ueno Inaricho
พักที่นี่ทั้งหมด 5 คืนเลย ด้วยความที่ขี้เกียจลากกระเป๋าเปลี่ยนที่พัก 5555 และอ่านตามรีวิวอันนัอยนิด เค้าบอกกันว่า เดินแค่ 10 นาทีเอง
พักทั้งหมด
5 คืน ได้มาใน
ราคาห้องละ 11,661/ห้อง 1 ห้องพักได้ 2 คน เพราะฉะนั้น
5,830/คน นะคะ
จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตนะคะ แต่มีบางโรงแรมเค้าไปจ่ายที่โรงแรมได้ ต้องดู condition ดีๆนะ
Hakone Free Pass
พอตัดสินใจว่าจะไป Hakone กัน เลยตัดสินใจซื้อ Hakone Free Pass กันผ่านทาง Klook App
โดยตัดผ่านบัตรเครดิตไปเลย ซื้อได้มาในราคา คนละ
1,375 บาทค่ะ Validity 2 days
Sim โทรศัพท์
ก่อนวันเดินทาง พวกหลินแวะซื้อ
Sim ToFly ของ AIS ใช้กันนะคะ ไปซื้อที่ศูนย์ AIS ได้เลยนะ
พนง.ก็จะถามว่าไป ประเทศไหน ละเค้าก็จะเอาเบอร์มาให้เลือก เค้าก้อลงทะเบียนอะไรให้เรียบร้อย
ราคาประมาณ 399 บาทนะ
ใช้ได้ 8 วันค่ะ
รวมทั้งหมดค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวก่อนไปนะคะ
9,279+5,830+1,375+399 = 16,883บาทค่ะ
(ทั้งนี้ทั้งนั้น ราคาตั๋วและที่พัก ขึ้นอยู่กับช่วงที่เราเลือกไปนะค ของหลินไปช่วงธันวา ใกล้คริสมาสตร์อีฟ ราคาทั้งเครื่องและโรงแรมจะค่อนข้างสูงกว่าช่วงปกตินิดนึง -*-)
ไปค่ะ พอได้ที่พัก ได้โรงแรม ได้ซิม ได้ฟรัพาสไป Hakone ไว้ใจอ้อมกอดแล้ว...ก็รอวันเดินทางเลย
ช่วงนั้นหลินยุ่งๆ กับการทำงานทำงานหัวหมุน ไหนจะเขียนวิจัยให้เสร็จๆไปด้วย เลยไม่ได้สนใจหาที่เที่ยวอะไรเลย
เลยไปหาเอาตอนไปถึงละกันนน 5555 ไปค่ะ เราไปเที่ยวกันดีกว่าาา ^_________^
_______________________________________________
18 - 19 ธันวาคม 2018 (วันเดินทาง) --- กลับมาเล่าต่อละฮะ ^^
วันที่ 18 หลินไปถึงสนามบินกันตั้งแต่ประมาณสี่ทุ่มค่ะ กว่าจะเดินไปถึงเคาท์เตอร์ก็ประมาณ 22:30 ค่ะ
วันนั้นไปแถวยาวมากกกก อาจจะเป็นเพราะ Thai lion air เพิ่งเปิดรูทใหม่ได้ไม่นาน ราคาก็ถูก แถมยังบินตรง มีจอทีวีส่วนตัวอีก
หาไม่ง่ายเลยใช่ป้ะคะ ^_____^ ค่อนข้างพอๆกะ Full service เลยเอาจริงๆ
พอไปถึงปุ๊บบ เจอกรุ๊ปทัวร์มายืนต่อแถวรอยาววมากก เราก็ต้องไปรอต่อหลังจากกรุ๊ปทัวร์ไปอีกก
แต่คือ พนง. เปิดตรงเวลานะคะ สี่ทุ่มเขาก็เปิดเคาท์เตอร์แล้วแหละ รอไม่นานมากก็ได้เชคละค่ะ พอได้บอร์ดดิงพาสต์มาก็ไปเลย...
เข้าไปข้างในกันนน ขั้นตอนตม.ก็ไม่นานเท่าไหร่ค่ะ เพราะไฟล์ทตอนนั้นไม่ค่อยมีคนบินมากมั้ง เลยผ่านปรื๊ดด....
เข้ามาก็หาอะไรกินกัน... แต่เวลานี้ร้านเปิดไม่เยอะนะคะ คนบินเวลานี้ก็ต้องทำใจ 5555
มาค่ะ มาพูดเรื่อง
เครื่องบินของ Thai lion air ที่ใช้บินไป นาริตะกันดีกว่า ^^
เครื่องที่ใช้บินไปนาริตะ จะเป็น
เครื่องที่นั่งแบบ 3-3-3 นะคะ มีที่นั่งชั้น Business ด้วย
เวลาบินทั้งหมดประมาณ 6 ชั่วโมงกว่าๆนะคะ ถ้าจำไม่ผิด.... พวกหลินไปจากไทยกัน 4 คน
เลยจองที่นั่ง (เสียตังค์จองseat ด้วยนะคะ) ถ้าใครไม่มายด์เรื่องที่นั่งก็ไปขอตอนเชคอินก็ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ^^
ที่นั่งของเขาจะค่อนข้างเล็กนะคะ น่าจะ
ประมาณ 30 นิ้ว นะคะ
มีหน้าจอส่วนตัว มีช่องเสียบ USB ด้วยค่ะ
แต่ทางสายการบิน
ไม่มีหูฟังให้นะ ต้องเอาไปเองค่ะ
ไม่มีผ้าห่ม ส่วน
อาหารต้องจ่ายเพิ่มนะคะ
แต่ค่ะแต่.....
สายการบินมีของว่างแจกค่ะ ตอนหลินไปได้ ครัวซองค์ กับ น้ำส้มค่ะ จะแจกให้หลังจากเครื่องขึ้นไปได้สักพักค่ะ
หลังจากนั้นเค้าก็จะปิดไฟ ให้ผดส.หลับพักผ่อน ใครใคร่ดูหนังดู ใครใคร่หลับหลับค่ะ ส่วนหลินน นอนไม่หลับจ้าาา....
ก่อนขึ้นเครื่องดันอยากกินกาแฟ ก้อซัดไป1แก้ว ตาตั้งไปอีกก... สมน้ำหน้าตัวเอง -*-
แล้วเบาะที่นั่งคือ...
ปรับเอนไป ละมันก้อเป็นไรไม่รู้อ่ะ ค่อยๆปรับกลับมาตรงเองตลอด....เป็นอย่างนั้นตลอดไฟล์ท ร่องไห้เด้ออ...
เลยนอนไม่หลับ บินอยู่ 6 ชั่วโมงกว่า..... แต่ถามคนอื่นที่ไปด้วยกัน... เป็นเหมือนกันอ่ะ... เบาะปรับตรงเองเฉย/////
สภาพตอนลงเครื่องแบบ เบลอๆ มึนๆ แบบคนไม่ได้นอนอ่ะ -*-
-------------------------------------------
สรุป... รวมๆแล้วก็
ถ้า
ด้านราคาโอเคเลยแหละ เพราะถูก....
แต่ตั้งแต่มกรา 2019 เป็นต้นไป ได้ข่าวเขา
เก็บค่าโหลดกระเป๋าละนะคะ เช็คกันดีๆนะคะ แบบ โหลดเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น -*-
ส่วน
ด้านความสะดวกสบาย.... หลินนั่งไม่สบายเลยอ่ะแกรรร!!! เก้าอี้ปรับตรงเอง ไม่รู้ของคนอื่นที่ไป นอกเหนือจากกรุ๊ปเดียวกันนจะเป็นเหมือนพวกเรามั๊ยยย???
ด้าน
ความตรงเวลาของไฟล์ทบิน.... ค่อนข้างตรงเวลาค่ะ ออกตรง ถึงนาริตะก่อนเวลาด้วยค่ะ ถึงก่อนประมาณเกือบๆ 45 นาทีแนะ
<< 19 ธันวาคม 2018 At Narita International Airport >>
ถึงละค่าาา ตอนนี้ทางเราได้บินมาถึงนาริตะละนะคะ มาถึงเป็นเวลาประมาณ แปดโมงหน่อยๆ ค่า ถึงก่อนเวลาไปอีก...
ของ
Thai lion Air ลง Terminal 1 - North Wing นะคะ ^^
พอมาถึงก็ผ่านตม. และก็ไปรอรับกระเป๋าได้เลยค่ะ.... ได้กระเป๋าปุ๊บ ก็ไปล้างหน้า แต่งหน้า พร้อมเที่ยวสำหรับวันแรกค่ะ ^^
การเข้าไปในเมืองโตเกียวโดยรถไฟ KEISEI
พอรับกระเป๋า ออกมาตรงทางออกนะคะ ข้างหน้ามีเคาท์เตอร์ค่ะ ขวามือจะเป็นบันไดเลื่อน >>>
ลงบันไดเลื่อนไปค่ะ ลงไปจะเห็น
เคาท์เตอร์ขายตั๋วสีน้ำเงินของ KEISEI ค่ะ
คือหลักๆแล้ว รถไฟของ Keisei จะมี 3 สาย >>
Keisei Skyliner --- Keisei Sky Access --- Keisei Main Line

1. คนส่วนมากที่จะเข้าไปที่
Nippori หรือ Ueno จะเลือกใช้
Keisei Skyliner กันค่ะ (สายสีน้ำเงิน) >> เดินทางเพียง 41 นาทีเอง.... ซึ่งรถไฟจะไม่จอดสถานีอื่นด้วยค่ะ มันเลยค่อนข้างเร็ว และสะดวก....
>> แต่ราคาจะสูงกว่าสายอื่นค่ะ ถ้าซื้อเป็นแพคเกจไปกลับ + ตั๋ว Metro จะถูกลงมาอีก <<
เช็คราคาตั๋วกันและแพคเกจกัน ::
http://www.keisei.co.jp/keisei/tetudou/skyliner/e-ticket/en/
2. แต่พวกหลินเลือกนั่ง
Keisei Sky Access Express (สายสีส้ม) เพราะพักใกล้ใต้ดินสถานี
Inaricho ซึ่งอยู่ใกล้ๆ Asakusa เลยเลือกสายนี้..... พอ
นั่งมาถึง Asakusa ก็ลง และ
เปลี่ยนไปขึ้น ใต้ดินสาย Ginza Line เพื่อไปลง Inaricho (G17) Station ค่ะ /// (สายนี้จะถูกกว่า แต่ใช้เวลานานกว่านิดนึง แถมต้องเปลี่ยนรถไฟ 1 ครั้งค่ะ)
3. และสายสุดท้ายจะเป็น
KEISEI Main Line (สายสีชมพู) ซึ่งจะจอดหลายสถานี และใช้เวลามากกว่าสายอื่นค่ะ
ตารางข้างล่างหลินเอามาแปะให้ดูนะคะ ลองเลือกดูว่า ปลายทางเราไปตรงไหน และลองเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
>> ปล... หลินว่าขึ้นรถไฟของ KEISEI เข้าเมืองค่อนข้างสะดวกนะคะ มีประกาศตลอดทางว่าถึงไหนแล้ว แต่คอยเงี่ยหูฟังนิดนึง
ไม่ก็คอยมองมอนิเตอร์เอาก็ได้ค่ะ ว่าเราถึงไหนแล้ว...และอีกกี่นาทีจะถึงที่หมายเรา ^^
*** ข้อมูลเพิ่มเติม::
http://www.keisei.co.jp/keisei/tetudou/skyliner/us/index.php (มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษด้วยค่ะ)
มาถึงเรื่อง
การใช้ PASS ต่างๆในการเดินทางภายในโตเกียวและนอกเมืองใกล้ๆ โตเกียวกันนน

การเดินทางเที่ยวโตเกียวรอบนี้หลินใช้
PASMO นะคะ เพราะบัตรนี้เป็น
1 ใน IC CARD ที่สามารถใช้ได้กับทั้ง รถไฟ รถไฟใต้ดิน รสบัส ซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ (บัตรนี้ครอบคลุมทุกอย่าง สามารถแตะได้หมดเลย ถ้าที่จ่ายเงินตรงนั้นมี สัญลักษณ์ของบัตร)
>>
การซื้อบัตร >> สามารถซื้อได้ที่ตู้อัตโนมัติ / ที่เคาท์เตอร์ Keisei Information ที่ Narita Airport ได้ค่ะ >> การซื้อบัตรครั้งแรกจะมี
ค่ามัดจำบัตรด้วยนะคะ 500 เย็น เพราะฉะนั้น....
ถ้าเราเติม 2000 เยน เราจะสามารถใช้ได้ 1500 เยนค่ะ (ไม่สามารถใช้บัตรเครดิตซื้อได้นะคะ เค้ารับเฉพาะเงินสดค่ะ)
>>
การเติมเงิน >> สามารถเติมได้ทั้งที่ตู้อัตโนมัติ และ ที่เคาท์เตอร์ทั่วไปค่ะ ขั้นต่ำจะเติมได้ 1000 เยนค่ะ มันจะมีสัญลักษ์บัตรอยู่ ลองเดินเข้าไปกดๆดูได้ค่ะ ค่อนข้างสะดวก ^^
>>
วันหมดอายุของบัตร >> ไม่มีวันหมดอายุนะคะ >> นอกจากจะไม่ได้ใช้เป็นเวลา 10 ปีถึงจะหมด (ถ้าเราไม่ทำหายเด้อ อิอิ) ซื้อไว้ ละถ้าไปญี่ปุ่นอีก สามารถนำกลับไปใช้ได้อีกนะคะ ถึงจะไปคนละภูมิภาคก็ใช้ได้นะ.... มันครอบคลุมหมดเลยค่ะ ^^
ข้อมูลเพิ่มเติม::::
https://www.tokyometro.jp/th/ticket/pasmo/index.html
(รออีกนิดดด จะถึงโรงแรมละค่ะ 55555)
[CR] โตเกียวกี่ครั้งถึงจะพอใจ ^^
รอบนี้หลินไป โตเกียว กันอีกแล้ว #ญี่ปุ่นกี่ครั้งถึงจะพอใจ
แต่ครั้งนี้จะมารีวิวอย่างละเอียดกับการไปรอบๆโตเกียวนะคะ
ใครหาวิธีไปเมือง Hakone, Kawagoe, Odaiba มาตามได้เลยค่ะ ^^
รวมทั้งขอรีวิวโรงแรม Hotel Mystays Ueno-Inaricho ด้วย (เห็นไม่ค่อยเจอริวิเลยอ่า)
มาที่ขั้นตอนการเตรียมตัวกันดีกว่า
ตั๋วเครื่องบิน....
แรกเริ่มเลย ไฟล์ทออกเวลาตี 2 ของวันที่ 19 ธันวาคม เลยต้องไปเชคอินกันตั้งแต่ประมาณ 4-5 ทุ่มค่ะ
หลินเดินทางกับ Thai Lion Air ที่เพิ่งเปิดรูทไปโตเกียว...เป็นบินตรงด้วยราคาไม่ถึงหมื่น!! พอเหนราคาปุ๊บ มือลั่นปั๊บบบ 5555+
คือตอนแรก ทริปนี้เลือนลางมาก เพราะจริงๆเพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวเรือ และพี่ชายกะแฟนก็เพิ่งกลับมาจากไปเกาหลี
เลยมันค่อนข้างเลือนราง...แต่พอเห็นราคาตั๋ว กดไปเลยฮะ...ด้วยความเร็วและมือลั่น..
กดได้ทาง Traveloka นะ >> ได้ไปราคาประมาณ 9,279 บาท << ยังได้ code ลดไปอีก 500 บาท (ลดแล้วลดอีก)
(ราคานี้รวมกระเป๋าโหลด 20 kgs, จองที่นั่ง, อาหาร 1 มื้อ, ประกันการเดินทาง) => จ่ายโดยตัดบัตรเครดิตนะคะ ถ้าสะดวกโอนเงินก็ได้เหมือนกันค่า....สุดท้ายก็ได้ตั๋วมาอยู่ในอ้อมกอด 5555 ได้ตั๋วก่อนเดินทางประมาณเกือบเดือนเอง เลยจริงๆแทบไม่มีเวลาเตรียมตัว
ที่พักก...
หลังจากนั้นก็เริ่มมองหาที่พัก ใครที่ถนัดใช้ Subway ของโตเกียว ก็พยายามหาที่พักที่เขาว่าใกล้ใต้ดิน จะได้เดินทางสะดวกนะคะ
จองที่พักรอบนี้ก็ยังใช้ APP Traveloka อยู่ดี เพราะเค้าชอบมี Code ลดมาให้ แถมราคาที่ขึ้นมาค่อนข้างบวกทุกอย่างแล้ว
สุดท้ายเลยได้ที่พักย่านใกล้ใต้ดิน Inaricho ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่าง Ueno กับ Asakusa ค่ะ
ซึ่งถือว่าค่อนข้างกลางเมืองและใกล้แหล่งชอปปิ้งอยู่.... Hotel Mystays Ueno Inaricho
พักที่นี่ทั้งหมด 5 คืนเลย ด้วยความที่ขี้เกียจลากกระเป๋าเปลี่ยนที่พัก 5555 และอ่านตามรีวิวอันนัอยนิด เค้าบอกกันว่า เดินแค่ 10 นาทีเอง
พักทั้งหมด 5 คืน ได้มาในราคาห้องละ 11,661/ห้อง 1 ห้องพักได้ 2 คน เพราะฉะนั้น 5,830/คน นะคะ จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตนะคะ แต่มีบางโรงแรมเค้าไปจ่ายที่โรงแรมได้ ต้องดู condition ดีๆนะ
Hakone Free Pass
พอตัดสินใจว่าจะไป Hakone กัน เลยตัดสินใจซื้อ Hakone Free Pass กันผ่านทาง Klook App
โดยตัดผ่านบัตรเครดิตไปเลย ซื้อได้มาในราคา คนละ 1,375 บาทค่ะ Validity 2 days
Sim โทรศัพท์
ก่อนวันเดินทาง พวกหลินแวะซื้อ Sim ToFly ของ AIS ใช้กันนะคะ ไปซื้อที่ศูนย์ AIS ได้เลยนะ
พนง.ก็จะถามว่าไป ประเทศไหน ละเค้าก็จะเอาเบอร์มาให้เลือก เค้าก้อลงทะเบียนอะไรให้เรียบร้อย
ราคาประมาณ 399 บาทนะ ใช้ได้ 8 วันค่ะ
รวมทั้งหมดค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวก่อนไปนะคะ 9,279+5,830+1,375+399 = 16,883บาทค่ะ
(ทั้งนี้ทั้งนั้น ราคาตั๋วและที่พัก ขึ้นอยู่กับช่วงที่เราเลือกไปนะค ของหลินไปช่วงธันวา ใกล้คริสมาสตร์อีฟ ราคาทั้งเครื่องและโรงแรมจะค่อนข้างสูงกว่าช่วงปกตินิดนึง -*-)
ไปค่ะ พอได้ที่พัก ได้โรงแรม ได้ซิม ได้ฟรัพาสไป Hakone ไว้ใจอ้อมกอดแล้ว...ก็รอวันเดินทางเลย
ช่วงนั้นหลินยุ่งๆ กับการทำงานทำงานหัวหมุน ไหนจะเขียนวิจัยให้เสร็จๆไปด้วย เลยไม่ได้สนใจหาที่เที่ยวอะไรเลย
เลยไปหาเอาตอนไปถึงละกันนน 5555 ไปค่ะ เราไปเที่ยวกันดีกว่าาา ^_________^
_______________________________________________
18 - 19 ธันวาคม 2018 (วันเดินทาง) --- กลับมาเล่าต่อละฮะ ^^
วันที่ 18 หลินไปถึงสนามบินกันตั้งแต่ประมาณสี่ทุ่มค่ะ กว่าจะเดินไปถึงเคาท์เตอร์ก็ประมาณ 22:30 ค่ะ
วันนั้นไปแถวยาวมากกกก อาจจะเป็นเพราะ Thai lion air เพิ่งเปิดรูทใหม่ได้ไม่นาน ราคาก็ถูก แถมยังบินตรง มีจอทีวีส่วนตัวอีก
หาไม่ง่ายเลยใช่ป้ะคะ ^_____^ ค่อนข้างพอๆกะ Full service เลยเอาจริงๆ
พอไปถึงปุ๊บบ เจอกรุ๊ปทัวร์มายืนต่อแถวรอยาววมากก เราก็ต้องไปรอต่อหลังจากกรุ๊ปทัวร์ไปอีกก
แต่คือ พนง. เปิดตรงเวลานะคะ สี่ทุ่มเขาก็เปิดเคาท์เตอร์แล้วแหละ รอไม่นานมากก็ได้เชคละค่ะ พอได้บอร์ดดิงพาสต์มาก็ไปเลย...
เข้าไปข้างในกันนน ขั้นตอนตม.ก็ไม่นานเท่าไหร่ค่ะ เพราะไฟล์ทตอนนั้นไม่ค่อยมีคนบินมากมั้ง เลยผ่านปรื๊ดด....
เข้ามาก็หาอะไรกินกัน... แต่เวลานี้ร้านเปิดไม่เยอะนะคะ คนบินเวลานี้ก็ต้องทำใจ 5555
มาค่ะ มาพูดเรื่องเครื่องบินของ Thai lion air ที่ใช้บินไป นาริตะกันดีกว่า ^^
เครื่องที่ใช้บินไปนาริตะ จะเป็นเครื่องที่นั่งแบบ 3-3-3 นะคะ มีที่นั่งชั้น Business ด้วย
เวลาบินทั้งหมดประมาณ 6 ชั่วโมงกว่าๆนะคะ ถ้าจำไม่ผิด.... พวกหลินไปจากไทยกัน 4 คน
เลยจองที่นั่ง (เสียตังค์จองseat ด้วยนะคะ) ถ้าใครไม่มายด์เรื่องที่นั่งก็ไปขอตอนเชคอินก็ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ^^
ที่นั่งของเขาจะค่อนข้างเล็กนะคะ น่าจะประมาณ 30 นิ้ว นะคะ มีหน้าจอส่วนตัว มีช่องเสียบ USB ด้วยค่ะ
แต่ทางสายการบินไม่มีหูฟังให้นะ ต้องเอาไปเองค่ะ ไม่มีผ้าห่ม ส่วนอาหารต้องจ่ายเพิ่มนะคะ
แต่ค่ะแต่..... สายการบินมีของว่างแจกค่ะ ตอนหลินไปได้ ครัวซองค์ กับ น้ำส้มค่ะ จะแจกให้หลังจากเครื่องขึ้นไปได้สักพักค่ะ
หลังจากนั้นเค้าก็จะปิดไฟ ให้ผดส.หลับพักผ่อน ใครใคร่ดูหนังดู ใครใคร่หลับหลับค่ะ ส่วนหลินน นอนไม่หลับจ้าาา....
ก่อนขึ้นเครื่องดันอยากกินกาแฟ ก้อซัดไป1แก้ว ตาตั้งไปอีกก... สมน้ำหน้าตัวเอง -*-
แล้วเบาะที่นั่งคือ... ปรับเอนไป ละมันก้อเป็นไรไม่รู้อ่ะ ค่อยๆปรับกลับมาตรงเองตลอด....เป็นอย่างนั้นตลอดไฟล์ท ร่องไห้เด้ออ...
เลยนอนไม่หลับ บินอยู่ 6 ชั่วโมงกว่า..... แต่ถามคนอื่นที่ไปด้วยกัน... เป็นเหมือนกันอ่ะ... เบาะปรับตรงเองเฉย/////
สภาพตอนลงเครื่องแบบ เบลอๆ มึนๆ แบบคนไม่ได้นอนอ่ะ -*-
-------------------------------------------
สรุป... รวมๆแล้วก็
ถ้าด้านราคาโอเคเลยแหละ เพราะถูก.... แต่ตั้งแต่มกรา 2019 เป็นต้นไป ได้ข่าวเขาเก็บค่าโหลดกระเป๋าละนะคะ เช็คกันดีๆนะคะ แบบ โหลดเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น -*-
ส่วนด้านความสะดวกสบาย.... หลินนั่งไม่สบายเลยอ่ะแกรรร!!! เก้าอี้ปรับตรงเอง ไม่รู้ของคนอื่นที่ไป นอกเหนือจากกรุ๊ปเดียวกันนจะเป็นเหมือนพวกเรามั๊ยยย???
ด้านความตรงเวลาของไฟล์ทบิน.... ค่อนข้างตรงเวลาค่ะ ออกตรง ถึงนาริตะก่อนเวลาด้วยค่ะ ถึงก่อนประมาณเกือบๆ 45 นาทีแนะ
<< 19 ธันวาคม 2018 At Narita International Airport >>
ถึงละค่าาา ตอนนี้ทางเราได้บินมาถึงนาริตะละนะคะ มาถึงเป็นเวลาประมาณ แปดโมงหน่อยๆ ค่า ถึงก่อนเวลาไปอีก...
ของ Thai lion Air ลง Terminal 1 - North Wing นะคะ ^^
พอมาถึงก็ผ่านตม. และก็ไปรอรับกระเป๋าได้เลยค่ะ.... ได้กระเป๋าปุ๊บ ก็ไปล้างหน้า แต่งหน้า พร้อมเที่ยวสำหรับวันแรกค่ะ ^^
การเข้าไปในเมืองโตเกียวโดยรถไฟ KEISEI
พอรับกระเป๋า ออกมาตรงทางออกนะคะ ข้างหน้ามีเคาท์เตอร์ค่ะ ขวามือจะเป็นบันไดเลื่อน >>>
ลงบันไดเลื่อนไปค่ะ ลงไปจะเห็นเคาท์เตอร์ขายตั๋วสีน้ำเงินของ KEISEI ค่ะ
คือหลักๆแล้ว รถไฟของ Keisei จะมี 3 สาย >> Keisei Skyliner --- Keisei Sky Access --- Keisei Main Line
>> แต่ราคาจะสูงกว่าสายอื่นค่ะ ถ้าซื้อเป็นแพคเกจไปกลับ + ตั๋ว Metro จะถูกลงมาอีก <<
เช็คราคาตั๋วกันและแพคเกจกัน :: http://www.keisei.co.jp/keisei/tetudou/skyliner/e-ticket/en/
2. แต่พวกหลินเลือกนั่ง Keisei Sky Access Express (สายสีส้ม) เพราะพักใกล้ใต้ดินสถานี Inaricho ซึ่งอยู่ใกล้ๆ Asakusa เลยเลือกสายนี้..... พอนั่งมาถึง Asakusa ก็ลง และเปลี่ยนไปขึ้น ใต้ดินสาย Ginza Line เพื่อไปลง Inaricho (G17) Station ค่ะ /// (สายนี้จะถูกกว่า แต่ใช้เวลานานกว่านิดนึง แถมต้องเปลี่ยนรถไฟ 1 ครั้งค่ะ)
3. และสายสุดท้ายจะเป็น KEISEI Main Line (สายสีชมพู) ซึ่งจะจอดหลายสถานี และใช้เวลามากกว่าสายอื่นค่ะ
ตารางข้างล่างหลินเอามาแปะให้ดูนะคะ ลองเลือกดูว่า ปลายทางเราไปตรงไหน และลองเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
>> ปล... หลินว่าขึ้นรถไฟของ KEISEI เข้าเมืองค่อนข้างสะดวกนะคะ มีประกาศตลอดทางว่าถึงไหนแล้ว แต่คอยเงี่ยหูฟังนิดนึง
ไม่ก็คอยมองมอนิเตอร์เอาก็ได้ค่ะ ว่าเราถึงไหนแล้ว...และอีกกี่นาทีจะถึงที่หมายเรา ^^
*** ข้อมูลเพิ่มเติม:: http://www.keisei.co.jp/keisei/tetudou/skyliner/us/index.php (มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษด้วยค่ะ)
มาถึงเรื่องการใช้ PASS ต่างๆในการเดินทางภายในโตเกียวและนอกเมืองใกล้ๆ โตเกียวกันนน
>> การซื้อบัตร >> สามารถซื้อได้ที่ตู้อัตโนมัติ / ที่เคาท์เตอร์ Keisei Information ที่ Narita Airport ได้ค่ะ >> การซื้อบัตรครั้งแรกจะมีค่ามัดจำบัตรด้วยนะคะ 500 เย็น เพราะฉะนั้น.... ถ้าเราเติม 2000 เยน เราจะสามารถใช้ได้ 1500 เยนค่ะ (ไม่สามารถใช้บัตรเครดิตซื้อได้นะคะ เค้ารับเฉพาะเงินสดค่ะ)
>> การเติมเงิน >> สามารถเติมได้ทั้งที่ตู้อัตโนมัติ และ ที่เคาท์เตอร์ทั่วไปค่ะ ขั้นต่ำจะเติมได้ 1000 เยนค่ะ มันจะมีสัญลักษ์บัตรอยู่ ลองเดินเข้าไปกดๆดูได้ค่ะ ค่อนข้างสะดวก ^^
>> วันหมดอายุของบัตร >> ไม่มีวันหมดอายุนะคะ >> นอกจากจะไม่ได้ใช้เป็นเวลา 10 ปีถึงจะหมด (ถ้าเราไม่ทำหายเด้อ อิอิ) ซื้อไว้ ละถ้าไปญี่ปุ่นอีก สามารถนำกลับไปใช้ได้อีกนะคะ ถึงจะไปคนละภูมิภาคก็ใช้ได้นะ.... มันครอบคลุมหมดเลยค่ะ ^^
ข้อมูลเพิ่มเติม:::: https://www.tokyometro.jp/th/ticket/pasmo/index.html
(รออีกนิดดด จะถึงโรงแรมละค่ะ 55555)
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้