สวัสดีค่ะนี่เป็นกระทู้แรกของเรา เราไม่รู้จะไประบายที่ไหน ไม่รู้จะทำยังไง ยาวนิดนึงนะคะ...
ขอเริ่มก่อนนะคะ เรามีน้องชายคนนึงขอใช้ชื่อว่า k นะคะ k เป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะอยู่ต่างจังหวัดมาตั้งแต่เด็ก ๆ จนเรียนจบทำงาน ไม่เคยได้รับรู้ถึงแรงกดดันซักเท่าไหร่ ส่วนเราเข้ามาเรียนในเมืองตั้งแต่มอปลายค่ะ แรก ๆ เราก็กดดัน ไม่ชินกับการกระทำที่เห็นแก่ตัวของคนบางกลุ่ม(ย้ำว่าบางกลุ่มนะคะ) แต่เพื่อน ๆ เรานิสัยดีค่ะ เราได้เพื่อนช่วยเราเลยผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มาได้ มาต่อที่น้อง k นะคะ น้อง k เรียนจบก็ทำงานต่างจังหวัดอยู่ประมาณ 1 ปีค่ะ ก็ได้งานที่สนามบินใหญ่ในกรุงเทพตำแหน่งโฟร์แมน แต่ทำงานกับบริษัทลูก อักษรย่อ W........ น้องเราเข้าไปทำงานวันแรกบอกว่าหัวหน้าที่คุมน้องใจดี(ขอใช้ชื่อว่า A นะคะ) พอดีมีคนรู้จักเคยทำงานที่นี่แต่ว่าเกษียณไปแล้ว ทำวันแรก ๆ เค้าก็ยังไม่แจกงาน น้องก็บอกว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลย ช่วงที่น้องเข้ามาทำงานเราจะติดต่อกับน้องตลอดเพราะกลัวน้องไปทำงานไม่ถูกไปทำงานสาย หรือว่ามีปัญหาในการเดินทางเพราะน้องไม่ชินเส้นทางในกรุงเทพ ไม่ชินกับการขึ้นรถสาธารณะ น้องเรามาอยู่บ้านพ่อค่ะ ซึ่งก็อยู่กับป้าฝั่งพ่อเรา ป้าไม่ค่อยอยู่บ้านค่ะ แกชอบออกไปปฏิบัติธรรมบ่อย ๆ ด้วยความที่ทำงานต้องเข้ากะ และน้องก็ไม่ได้สนิทกับป้าเท่าเรา น้องพูดไม่เก่ง ก็เลยเหมือนว่าอยู่บ้านคนเดียว แรก ๆ เราไม่ห่วงเลยค่ะ เพราะว่า 2-3 เดือนแล้ว เราคิดว่าน้องเอาตัวรอดในการขึ้นรถได้แล้วเลยไม่ค่อยได้คุยกับน้องเพราะเราก็วุ่น ๆ กับการทำงานของเราด้วย มีอยู่ช่วงนึง น้องทักมาว่าน้องต้องทำงานคนเดียว เรียกใครมาช่วยก็ไม่มา น้องสั่งใครก็ไม่กล้า น้องก็เลยต้องทำคนเดียว เราก็บอกว่าอดทนหน่อยนะ เราทำได้เราก็ทำไปก่อน น้องก็หายไปสักพักนึง ประมาณ 1 อาทิตย์ น้องทักมาอีกว่าน้องต้องติดต่องานกับอีกคนนึง เป็นพนักงานของที่นี่โดยตรงไม่ใช่บริษัทลูกตำแหน่งเดียวกับน้องเราเลย(ขอใช้ว่า B นะคะ) B เป็นพนักงานที่มีอายุแล้วเพราะอยู่มานานหลายปี น่าจะประมาณ 40 ปลาย ๆ น้องเราบอกว่าทำไมเค้าพูดจาไม่ดีเลย ตะคอกใส่ พอถามงานว่าทำยังไงก็ไม่ตอบบอกว่าให้แหกตาดูเอง ว่าทำยังไง น้องเราขับรถยนต์ไม่เป็น แล้วมีงานที่ต้องใช้รถยกของ(เราไม่รู้ว่าเค้าเรียกรถอะไร) น้องก็ขับไม่ได้ ก็เลยไปถาม B แต่เค้ากลับตอบว่า ขับไม่เป็นก็ไปหาวิธีเอาเอง หาไม่ได้ก็ไม่ต้องทำงาน แล้วก็มีอีกหลายเรื่องที่เค้าไม่ยอมตอบไม่ยอมสอนงาน ถามน้องว่ามีเพื่อนไหม น้องบอกว่า หนูคุยกับเขาแล้วแต่เขาไม่ตอบ บางคนแค่ยิ้มให้แล้วเดินไปทำงานอื่น (เราอ่านน้องเราเล่าแล้วสงสารน้องมาก แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ติดใจอะไรคิดว่าเดี๋ยวน้องคงปรับตัวได้ แต่ปกติน้องเราอยู่ต่างจังหวัดเพื่อนเยอะมาก ไม่รู้ว่าเพราะเรียนด้วยกันด้วยหรือเปล่า) น้องเราก็เลยต้องโหลดงานคนเดียวแต่วันไหนที่งานเยอะมาก ๆ จนน้องทำไม่ไหวน้องก็จะไปขอให้เค้าช่วยแต่เค้าไม่ช่วยและไม่ให้ลูกน้อง (ซึ่งก็เป็นลูกน้องน้องเราเหมือนกัน)มาช่วย บอกว่าให้ไปขอจากแผนกอื่น น้องเราก็เลยบอกว่าแผนกอื่นไม่ได้มีหน้าที่โหลดของ เค้าจะให้คนมาช่วยได้ยังไง B ก็พูดจาไม่ดี บอกว่าไม่มีปัญญาก็ไม่ต้องทำ น้องเราก็เริ่มโมโห เลยเดินออกมาเพราะกลัวระงับอารมณ์ไม่อยู่ 55555 น้องเลยต้องมาโหลดงานคนเดียวกว่าจะเสร็จก็เลยเวลาเลิกงาน น้องบอกว่า B ชอบพูดจาหาเรื่องบ่อย ๆ เวลาไปติดต่องาน ไม่เคยสอนงาน แต่เวลาทำอะไรผิดจะด่าแล้วเอาไปพูดให้คนอื่น ๆ ฟัง แล้วหัวเราะเยาะ เวลาอยู่หลาย ๆ คน ชอบด่าเสียงดัง ๆ แล้วก็หัวเราะกัน แต่เวลาอยู่กับน้องเราแค่สองคนจะไม่พูดดังขนาดนั้น น้องเราบอกว่า อึดอัดมากที่เป็นแบบนี้ เราก็สงสารน้อง แต่ไม่รู้จะทำยังไงได้แต่บอกว่าให้อดทน ช่วงที่ไปแรก ๆ ก็โดนบังคับให้ทำโอที ถ้าไม่ทำก็จะโดนเหน็บโดนว่า น้องเราบ่นกับเราอยู่เรื่อย ๆ จนเมื่อสองวันก่อน น้องทักมาตอนเที่ยงคืน เราก็แปลกใจว่ามีเรื่องอะไร เพราะปกติน้องจะไม่ทักเราดึก คืนนั้นเรานอนดึกมาก เลยตอบน้องได้ น้องบอกว่าน้องนอนไม่หลับ น้องอยากหาเพื่อนคุย (น้องเราโสดมาสักพักแล้ว) เราก็เลยถามว่ามีอะไรหรือเปล่า (ขอใช้ชื่อย่อนะคะ) K บอกว่า K เครียด อยู่ ๆ เมื่อตอนเย็นก็รู้สึกเบื่อ ไม่อยากอยู่แล้ว เหนื่อย ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ ต้องมาเจอคนแบบนี่ เราตกใจมากเพราะน้องเราไม่เคยคิดแบบนี้เลย เลยบอกน้องว่าใจเย็น ๆ มีอะไร K บอกว่า ไม่รู้อยู่ ๆ ก็รู่สึกว่า ไม่อยากอยู่ K กลับมาจากที่ทำงาน K ไปต่อยกำแพงมาเพราะไม่รู้จะระบายกับใคร เราฟัง K เล่าเราร้องไห้เลยเพราะน้องเราไม่เคยเป็นแบบนี้ ได้แต่บอกว่า เนี่ย หน้าปากซอยมีค่ายมวยนะ ทีหลังอย่าทำแบบนี้นะ มันไม่ดี เรากลัวน้องเป็นโรคซึมเศร้า กลัวน้องคิดสั้น แต่เราก็ไปอยู่กับน้องไม่ได้เพราะเราทำงานคนละที่ เราอยู่นนทบุรี ปรึกษากับแม่ แม่ก็กลัวน้องทำอะไรไม่ดี เราไม่รู้จะไปปรึกษาใคร น้องไม่ยอมไปหาหมอกับเรา เราไม่รู้ว่าน้องจะรับมือกับคนแบบนี้ได้ไหวไหม
โพสนี้แค่อยากระบายนะคะ ถ้ามีคำผิดขออภัยด้วยค่ะ
เราก็อธิบายเรื่องไม่เก่ง ถ้าอ่านแล้ว งง ขอโทษนะคะ
ไม่รู้ว่าจะติดแท็กถูกห้องไหม ถ้าใครเข้ามาอ่านก็ขอบคุณมากนะคะที่มารับฟังเราระบาย อย่างน้อยเราก็ยังได้เล่าให้ใครซักคนฟัง ว่าสังคมการทำงานมันน่ากลัวกว่าที่คิด ถ้าใครเจอที่ทำงานที่ดีก็ถือว่าโชคดี คนสมัยนี้ที่เป็นโรคซึมเศร้ากันเยอะก็มาจากสังคมนี่แหละค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
การทำงานในสนามบินกับคนนิสัยแย่ ๆ คนนึง
ขอเริ่มก่อนนะคะ เรามีน้องชายคนนึงขอใช้ชื่อว่า k นะคะ k เป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะอยู่ต่างจังหวัดมาตั้งแต่เด็ก ๆ จนเรียนจบทำงาน ไม่เคยได้รับรู้ถึงแรงกดดันซักเท่าไหร่ ส่วนเราเข้ามาเรียนในเมืองตั้งแต่มอปลายค่ะ แรก ๆ เราก็กดดัน ไม่ชินกับการกระทำที่เห็นแก่ตัวของคนบางกลุ่ม(ย้ำว่าบางกลุ่มนะคะ) แต่เพื่อน ๆ เรานิสัยดีค่ะ เราได้เพื่อนช่วยเราเลยผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มาได้ มาต่อที่น้อง k นะคะ น้อง k เรียนจบก็ทำงานต่างจังหวัดอยู่ประมาณ 1 ปีค่ะ ก็ได้งานที่สนามบินใหญ่ในกรุงเทพตำแหน่งโฟร์แมน แต่ทำงานกับบริษัทลูก อักษรย่อ W........ น้องเราเข้าไปทำงานวันแรกบอกว่าหัวหน้าที่คุมน้องใจดี(ขอใช้ชื่อว่า A นะคะ) พอดีมีคนรู้จักเคยทำงานที่นี่แต่ว่าเกษียณไปแล้ว ทำวันแรก ๆ เค้าก็ยังไม่แจกงาน น้องก็บอกว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลย ช่วงที่น้องเข้ามาทำงานเราจะติดต่อกับน้องตลอดเพราะกลัวน้องไปทำงานไม่ถูกไปทำงานสาย หรือว่ามีปัญหาในการเดินทางเพราะน้องไม่ชินเส้นทางในกรุงเทพ ไม่ชินกับการขึ้นรถสาธารณะ น้องเรามาอยู่บ้านพ่อค่ะ ซึ่งก็อยู่กับป้าฝั่งพ่อเรา ป้าไม่ค่อยอยู่บ้านค่ะ แกชอบออกไปปฏิบัติธรรมบ่อย ๆ ด้วยความที่ทำงานต้องเข้ากะ และน้องก็ไม่ได้สนิทกับป้าเท่าเรา น้องพูดไม่เก่ง ก็เลยเหมือนว่าอยู่บ้านคนเดียว แรก ๆ เราไม่ห่วงเลยค่ะ เพราะว่า 2-3 เดือนแล้ว เราคิดว่าน้องเอาตัวรอดในการขึ้นรถได้แล้วเลยไม่ค่อยได้คุยกับน้องเพราะเราก็วุ่น ๆ กับการทำงานของเราด้วย มีอยู่ช่วงนึง น้องทักมาว่าน้องต้องทำงานคนเดียว เรียกใครมาช่วยก็ไม่มา น้องสั่งใครก็ไม่กล้า น้องก็เลยต้องทำคนเดียว เราก็บอกว่าอดทนหน่อยนะ เราทำได้เราก็ทำไปก่อน น้องก็หายไปสักพักนึง ประมาณ 1 อาทิตย์ น้องทักมาอีกว่าน้องต้องติดต่องานกับอีกคนนึง เป็นพนักงานของที่นี่โดยตรงไม่ใช่บริษัทลูกตำแหน่งเดียวกับน้องเราเลย(ขอใช้ว่า B นะคะ) B เป็นพนักงานที่มีอายุแล้วเพราะอยู่มานานหลายปี น่าจะประมาณ 40 ปลาย ๆ น้องเราบอกว่าทำไมเค้าพูดจาไม่ดีเลย ตะคอกใส่ พอถามงานว่าทำยังไงก็ไม่ตอบบอกว่าให้แหกตาดูเอง ว่าทำยังไง น้องเราขับรถยนต์ไม่เป็น แล้วมีงานที่ต้องใช้รถยกของ(เราไม่รู้ว่าเค้าเรียกรถอะไร) น้องก็ขับไม่ได้ ก็เลยไปถาม B แต่เค้ากลับตอบว่า ขับไม่เป็นก็ไปหาวิธีเอาเอง หาไม่ได้ก็ไม่ต้องทำงาน แล้วก็มีอีกหลายเรื่องที่เค้าไม่ยอมตอบไม่ยอมสอนงาน ถามน้องว่ามีเพื่อนไหม น้องบอกว่า หนูคุยกับเขาแล้วแต่เขาไม่ตอบ บางคนแค่ยิ้มให้แล้วเดินไปทำงานอื่น (เราอ่านน้องเราเล่าแล้วสงสารน้องมาก แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ติดใจอะไรคิดว่าเดี๋ยวน้องคงปรับตัวได้ แต่ปกติน้องเราอยู่ต่างจังหวัดเพื่อนเยอะมาก ไม่รู้ว่าเพราะเรียนด้วยกันด้วยหรือเปล่า) น้องเราก็เลยต้องโหลดงานคนเดียวแต่วันไหนที่งานเยอะมาก ๆ จนน้องทำไม่ไหวน้องก็จะไปขอให้เค้าช่วยแต่เค้าไม่ช่วยและไม่ให้ลูกน้อง (ซึ่งก็เป็นลูกน้องน้องเราเหมือนกัน)มาช่วย บอกว่าให้ไปขอจากแผนกอื่น น้องเราก็เลยบอกว่าแผนกอื่นไม่ได้มีหน้าที่โหลดของ เค้าจะให้คนมาช่วยได้ยังไง B ก็พูดจาไม่ดี บอกว่าไม่มีปัญญาก็ไม่ต้องทำ น้องเราก็เริ่มโมโห เลยเดินออกมาเพราะกลัวระงับอารมณ์ไม่อยู่ 55555 น้องเลยต้องมาโหลดงานคนเดียวกว่าจะเสร็จก็เลยเวลาเลิกงาน น้องบอกว่า B ชอบพูดจาหาเรื่องบ่อย ๆ เวลาไปติดต่องาน ไม่เคยสอนงาน แต่เวลาทำอะไรผิดจะด่าแล้วเอาไปพูดให้คนอื่น ๆ ฟัง แล้วหัวเราะเยาะ เวลาอยู่หลาย ๆ คน ชอบด่าเสียงดัง ๆ แล้วก็หัวเราะกัน แต่เวลาอยู่กับน้องเราแค่สองคนจะไม่พูดดังขนาดนั้น น้องเราบอกว่า อึดอัดมากที่เป็นแบบนี้ เราก็สงสารน้อง แต่ไม่รู้จะทำยังไงได้แต่บอกว่าให้อดทน ช่วงที่ไปแรก ๆ ก็โดนบังคับให้ทำโอที ถ้าไม่ทำก็จะโดนเหน็บโดนว่า น้องเราบ่นกับเราอยู่เรื่อย ๆ จนเมื่อสองวันก่อน น้องทักมาตอนเที่ยงคืน เราก็แปลกใจว่ามีเรื่องอะไร เพราะปกติน้องจะไม่ทักเราดึก คืนนั้นเรานอนดึกมาก เลยตอบน้องได้ น้องบอกว่าน้องนอนไม่หลับ น้องอยากหาเพื่อนคุย (น้องเราโสดมาสักพักแล้ว) เราก็เลยถามว่ามีอะไรหรือเปล่า (ขอใช้ชื่อย่อนะคะ) K บอกว่า K เครียด อยู่ ๆ เมื่อตอนเย็นก็รู้สึกเบื่อ ไม่อยากอยู่แล้ว เหนื่อย ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ ต้องมาเจอคนแบบนี่ เราตกใจมากเพราะน้องเราไม่เคยคิดแบบนี้เลย เลยบอกน้องว่าใจเย็น ๆ มีอะไร K บอกว่า ไม่รู้อยู่ ๆ ก็รู่สึกว่า ไม่อยากอยู่ K กลับมาจากที่ทำงาน K ไปต่อยกำแพงมาเพราะไม่รู้จะระบายกับใคร เราฟัง K เล่าเราร้องไห้เลยเพราะน้องเราไม่เคยเป็นแบบนี้ ได้แต่บอกว่า เนี่ย หน้าปากซอยมีค่ายมวยนะ ทีหลังอย่าทำแบบนี้นะ มันไม่ดี เรากลัวน้องเป็นโรคซึมเศร้า กลัวน้องคิดสั้น แต่เราก็ไปอยู่กับน้องไม่ได้เพราะเราทำงานคนละที่ เราอยู่นนทบุรี ปรึกษากับแม่ แม่ก็กลัวน้องทำอะไรไม่ดี เราไม่รู้จะไปปรึกษาใคร น้องไม่ยอมไปหาหมอกับเรา เราไม่รู้ว่าน้องจะรับมือกับคนแบบนี้ได้ไหวไหม
โพสนี้แค่อยากระบายนะคะ ถ้ามีคำผิดขออภัยด้วยค่ะ
เราก็อธิบายเรื่องไม่เก่ง ถ้าอ่านแล้ว งง ขอโทษนะคะ
ไม่รู้ว่าจะติดแท็กถูกห้องไหม ถ้าใครเข้ามาอ่านก็ขอบคุณมากนะคะที่มารับฟังเราระบาย อย่างน้อยเราก็ยังได้เล่าให้ใครซักคนฟัง ว่าสังคมการทำงานมันน่ากลัวกว่าที่คิด ถ้าใครเจอที่ทำงานที่ดีก็ถือว่าโชคดี คนสมัยนี้ที่เป็นโรคซึมเศร้ากันเยอะก็มาจากสังคมนี่แหละค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ