กระทู้นี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในครอบครัวของเรา เป็นปัญหาเรื้อรังมานานมากๆ ตั้งแต่เราเรียนประถม จนตอนนี้เราอายุ 30 แล้ว มันยังฝังอยู่ในใจ คล้ายๆกับมีปม เราไม่สามารถระบายเรื่องนี้กับใครได้เลยจริงๆ ทั้งแฟนและเพื่อนสนิท เพราะเราอายที่จะพูดถึงเรื่องครอบครัว ตอนเรายังเด็ก เรายังไม่คิดอะไรมาก แต่พออายุเพิ่มมากขึ้น เราก็คิดเป็นมากขึ้น มันเลยเริ่มเป็นปัญหา
เราเป็นลูกคนเดียวของบ้าน มีการงานทำที่มั่นคง พ่อแม่เราทะเลาะกันตั้งแต่เราจำความได้ พ่อเราเป็นคนหน้าตาดี คารมดี เจ้าชู้มาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ ทั้งพ่อและแม่มีหน้าที่การงานดี เป็นที่นับหน้าถือตา ด้วยความที่พ่อเราเจ้าชู้ มีกิ๊ก มีเมียน้อย ทะเลาะตบตีกับแม่มาตลอด เราเลยเติบโตมาในสภาพที่เห็นและรับรู้ทุกอย่าง ตอนเราประถมพ่อกับแม่ทะเลาะกัน พ่อตบหน้าแม่แรงมาก จนแม่เลือดออกมาจากปากแบบออกมาเหมือนคายน้ำออกมากองบนพื้น เหมือนเวลาเราทำน้ำหกจากแก้ว ซึ่งเยอะมาก แม่เอาผ้ามาเช็ดทั้งน้ำตา ภาพนั้นยังติดตาเราถึงวันนี้ แม่เคยกินยาพาราจะฆ่าตัวตาย แต่มีคนมาเห็นเลยพาไปล้างท้องทัน นอนรพอยู่หลายคืน และเรื่องทะเลาะ คำหยาบต่างๆที่เรารับรู้มาโดยตลอด มาช่วงที่เราเรียนมัธยม พ่อเริ่มมีเมียน้อยแบบเป็นตัวเป็นตน นานๆกลับบ้านที แรกๆแม่เราก็ตาม หลังๆก็ปล่อย จนช่วงที่เราเริ่มเข้ามหาลัย แม่เลยย้ายออกมาอยู่ที่อื่นและหย่ากันในที่สุด
แต่ปัญหามันไม่จบแค่นั้น สิ่งที่หลงเหลือมันทำให้เราโมโหในสิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่เลือกที่จะทำ
แม่เราสูบบุหรี่ เราจำได้ลางๆว่าสมัยเราเรียนประถม แม่บอกว่า แม่ขอสูบนะ แม่เครียด เราจำได้ว่าเราไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ห้ามหรือเห็นด้วย เพราะยังเด็ก
แต่แม่ไม่เคยสูบต่อหน้าเรา และเราแสดงออกชัดเจนเวลาเจอญาติหรือใครสูบบุหรี่ใกล้ๆว่าเราไม่ชอบ แม่รู้ดี เลยกลายเป็นแอบสูบตลอดมา ซึ่งพอมานับๆดู เกินสิบปีที่แม่เราสูบบุหรี่ และเราไม่เคยคุยกับแม่เรื่องนี้เลย แม้ว่าตอนหลังแม่จะเลิกกับพ่อแล้ว แต่แม่กลายเป็นคนติดบุหรี่ไปแล้ว พอจะคิดออกใช่มั้ยว่าหน้าคนสูบบุหรี่เป็นยังไง บางคนอาจจะดูไม่ออก แต่หน้าแม่เราชัดมากๆจนเราอาย งานรปญ ทั้งตอนจบปตรี และปโท เราแทบไม่อยากแนะนำแม่ให้เพื่อนๆรู้จัก เราคบกับแฟนมาสองปี ยังไม่ได้พาเค้ามาแนะนำ เรากลับบ้านมาแต่ละที พบไฟแช็คมากกว่า5อัน ตามที่ต่างๆ ซึ่งบางคนอาจจะรับได้ แต่สำหรับเรามันเป็นฝันร้ายและเรารังเกียจ
ตอนนี้เราทำงานในบริษัทใหญ่ หน้าที่การงานดี แต่ก่อนเราเข้าทำงานต้องตรวจโรคหลายอย่าง รวมทั้งเอกซเรย์ปอด สรุปว่าเราเจอแผลในปอด ซึ่งพบในคนที่เป็นวัณโรค แต่ของเราไม่ได้อยู่ในระยะแพร่เชื้อ แต่เราต้องกินยานาน 6 เดือน ซึ่งมีผลข้างเคียง ทั้งใจเต้นทั้งง่วง ถ้าไม่รักษา รพก็จะไม่ออกใบรับรองให้ เราก็จะไม่ได้งาน โอเคเรายอมกินยาสู้กับโรคที่เราไม่เคยมีพฤติกรรมเสี่ยง เราไม่สูบบุหรี่ กินเหล้าบ้าง ออกกำลังกายบ้าง กินอาหารมีประโยชน์ เราต้องไปรับยาทุกเดือน เวลาไปรพก็ต้องถูกบังคับใส่หน้ากาก นั่งโซนนอกบริเวณที่เค้ากักกันโรค เพื่อนร่วมชะตากรรมมีแต่ลุงๆร่างกายซูบผอม ดูเป็นโรค เราหญิงสาวในวัย 27 หน้าตาดี มีแต่คนถาม มานั่งตรงนี้ทำไม มารอญาติหรอ ตอนนั้นเราน้ำตาไหลบอกเค้าไปว่าเรามารับยาเหมือนกัน ความรู้สึกเรามันจุกแน่นในอก คนอื่นเค้าได้บ้านได้ที่ดินเป็นมรดก แต่นี่คือสิ่งที่พ่อแม่มอบให้เรา นี่คือผลตอบแทนของการเป็นเด็กดี ประสบความสำเร็จในการเรียน ในการงาน มีแต่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ชาวบ้านอิจฉามีลูกดี แต่สิ่งที่เราได้รับมีแต่ฝันร้าย
เรากินยาจนจบคอร์ส หมอก็บอกว่าคนใกล้ตัวให้พามาเอกซเรย์เช็คปอดด้วย เราบอกแม่และป้าเรา เพราะแม่อยู่บ้านป้า จนตอนนี้ 3 ปีผ่านไป ยังไม่เคยไปเช็คเลยสักครั้ง บวกกับแม่ไอเรื้อรัง มากกว่า2ปี เท่าที่เราคิดออก แต่ไม่เคยไปหาหมอเลย ทุกวันนี้เวลาเราลาพักร้อนมาเยี่ยมบ้าน เราแทบไม่อยากจะอยู่ แม่จะไอเรื่อยๆ ทั้งวัน จะหนักช่วงตอนเช้า จนทุกครั้งที่เราได้ยินเสียงไอ เรามีอาการปวดหัวจี๊ดและหนีเข้าห้องทันที เมื่อไหร่นั่งคุยละแม่ไอใส่หน้าเราจะอารมณ์เปลี่ยน มันเหมือนคนโรคจิคที่ได้ยินเสียงไอแล้วหลอนไปโดยปริยาย เราคิดว่ามีลูกเราก็จะไม่ให้แม่เลี้ยงเพราะไม่อยากให้มาไอใส่ลูกเรา ทุกวันนี้เราแทบไม่อยากกลับบ้าน เรารู้สึกว่าทั้งพ่อและแม่เห็นแก่ตัว เราอยากหนีไปให้ไกล น้อยใจในโชคชะตา แต่เราก็ทำไม่ได้เพราะเราเป็นลูกคนเดียว เราได้แต่หวังว่าสักวันเราจะกล้าพอที่จะเปิดอกคุยกับแม่เรื่องนี้
พ่อแม่รังแกฉัน บ้านคือวิมารจริงๆหรือ?
เราเป็นลูกคนเดียวของบ้าน มีการงานทำที่มั่นคง พ่อแม่เราทะเลาะกันตั้งแต่เราจำความได้ พ่อเราเป็นคนหน้าตาดี คารมดี เจ้าชู้มาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ ทั้งพ่อและแม่มีหน้าที่การงานดี เป็นที่นับหน้าถือตา ด้วยความที่พ่อเราเจ้าชู้ มีกิ๊ก มีเมียน้อย ทะเลาะตบตีกับแม่มาตลอด เราเลยเติบโตมาในสภาพที่เห็นและรับรู้ทุกอย่าง ตอนเราประถมพ่อกับแม่ทะเลาะกัน พ่อตบหน้าแม่แรงมาก จนแม่เลือดออกมาจากปากแบบออกมาเหมือนคายน้ำออกมากองบนพื้น เหมือนเวลาเราทำน้ำหกจากแก้ว ซึ่งเยอะมาก แม่เอาผ้ามาเช็ดทั้งน้ำตา ภาพนั้นยังติดตาเราถึงวันนี้ แม่เคยกินยาพาราจะฆ่าตัวตาย แต่มีคนมาเห็นเลยพาไปล้างท้องทัน นอนรพอยู่หลายคืน และเรื่องทะเลาะ คำหยาบต่างๆที่เรารับรู้มาโดยตลอด มาช่วงที่เราเรียนมัธยม พ่อเริ่มมีเมียน้อยแบบเป็นตัวเป็นตน นานๆกลับบ้านที แรกๆแม่เราก็ตาม หลังๆก็ปล่อย จนช่วงที่เราเริ่มเข้ามหาลัย แม่เลยย้ายออกมาอยู่ที่อื่นและหย่ากันในที่สุด
แต่ปัญหามันไม่จบแค่นั้น สิ่งที่หลงเหลือมันทำให้เราโมโหในสิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่เลือกที่จะทำ
แม่เราสูบบุหรี่ เราจำได้ลางๆว่าสมัยเราเรียนประถม แม่บอกว่า แม่ขอสูบนะ แม่เครียด เราจำได้ว่าเราไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ห้ามหรือเห็นด้วย เพราะยังเด็ก
แต่แม่ไม่เคยสูบต่อหน้าเรา และเราแสดงออกชัดเจนเวลาเจอญาติหรือใครสูบบุหรี่ใกล้ๆว่าเราไม่ชอบ แม่รู้ดี เลยกลายเป็นแอบสูบตลอดมา ซึ่งพอมานับๆดู เกินสิบปีที่แม่เราสูบบุหรี่ และเราไม่เคยคุยกับแม่เรื่องนี้เลย แม้ว่าตอนหลังแม่จะเลิกกับพ่อแล้ว แต่แม่กลายเป็นคนติดบุหรี่ไปแล้ว พอจะคิดออกใช่มั้ยว่าหน้าคนสูบบุหรี่เป็นยังไง บางคนอาจจะดูไม่ออก แต่หน้าแม่เราชัดมากๆจนเราอาย งานรปญ ทั้งตอนจบปตรี และปโท เราแทบไม่อยากแนะนำแม่ให้เพื่อนๆรู้จัก เราคบกับแฟนมาสองปี ยังไม่ได้พาเค้ามาแนะนำ เรากลับบ้านมาแต่ละที พบไฟแช็คมากกว่า5อัน ตามที่ต่างๆ ซึ่งบางคนอาจจะรับได้ แต่สำหรับเรามันเป็นฝันร้ายและเรารังเกียจ
ตอนนี้เราทำงานในบริษัทใหญ่ หน้าที่การงานดี แต่ก่อนเราเข้าทำงานต้องตรวจโรคหลายอย่าง รวมทั้งเอกซเรย์ปอด สรุปว่าเราเจอแผลในปอด ซึ่งพบในคนที่เป็นวัณโรค แต่ของเราไม่ได้อยู่ในระยะแพร่เชื้อ แต่เราต้องกินยานาน 6 เดือน ซึ่งมีผลข้างเคียง ทั้งใจเต้นทั้งง่วง ถ้าไม่รักษา รพก็จะไม่ออกใบรับรองให้ เราก็จะไม่ได้งาน โอเคเรายอมกินยาสู้กับโรคที่เราไม่เคยมีพฤติกรรมเสี่ยง เราไม่สูบบุหรี่ กินเหล้าบ้าง ออกกำลังกายบ้าง กินอาหารมีประโยชน์ เราต้องไปรับยาทุกเดือน เวลาไปรพก็ต้องถูกบังคับใส่หน้ากาก นั่งโซนนอกบริเวณที่เค้ากักกันโรค เพื่อนร่วมชะตากรรมมีแต่ลุงๆร่างกายซูบผอม ดูเป็นโรค เราหญิงสาวในวัย 27 หน้าตาดี มีแต่คนถาม มานั่งตรงนี้ทำไม มารอญาติหรอ ตอนนั้นเราน้ำตาไหลบอกเค้าไปว่าเรามารับยาเหมือนกัน ความรู้สึกเรามันจุกแน่นในอก คนอื่นเค้าได้บ้านได้ที่ดินเป็นมรดก แต่นี่คือสิ่งที่พ่อแม่มอบให้เรา นี่คือผลตอบแทนของการเป็นเด็กดี ประสบความสำเร็จในการเรียน ในการงาน มีแต่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ชาวบ้านอิจฉามีลูกดี แต่สิ่งที่เราได้รับมีแต่ฝันร้าย
เรากินยาจนจบคอร์ส หมอก็บอกว่าคนใกล้ตัวให้พามาเอกซเรย์เช็คปอดด้วย เราบอกแม่และป้าเรา เพราะแม่อยู่บ้านป้า จนตอนนี้ 3 ปีผ่านไป ยังไม่เคยไปเช็คเลยสักครั้ง บวกกับแม่ไอเรื้อรัง มากกว่า2ปี เท่าที่เราคิดออก แต่ไม่เคยไปหาหมอเลย ทุกวันนี้เวลาเราลาพักร้อนมาเยี่ยมบ้าน เราแทบไม่อยากจะอยู่ แม่จะไอเรื่อยๆ ทั้งวัน จะหนักช่วงตอนเช้า จนทุกครั้งที่เราได้ยินเสียงไอ เรามีอาการปวดหัวจี๊ดและหนีเข้าห้องทันที เมื่อไหร่นั่งคุยละแม่ไอใส่หน้าเราจะอารมณ์เปลี่ยน มันเหมือนคนโรคจิคที่ได้ยินเสียงไอแล้วหลอนไปโดยปริยาย เราคิดว่ามีลูกเราก็จะไม่ให้แม่เลี้ยงเพราะไม่อยากให้มาไอใส่ลูกเรา ทุกวันนี้เราแทบไม่อยากกลับบ้าน เรารู้สึกว่าทั้งพ่อและแม่เห็นแก่ตัว เราอยากหนีไปให้ไกล น้อยใจในโชคชะตา แต่เราก็ทำไม่ได้เพราะเราเป็นลูกคนเดียว เราได้แต่หวังว่าสักวันเราจะกล้าพอที่จะเปิดอกคุยกับแม่เรื่องนี้