เคยอยากรู้คำตอบจากใครบางคน แต่เราไม่เคยคิดจะถามมั้ย?

กระทู้คำถาม
ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนเลยว่า “ชีวิตปัจจุบันนี้เรามีความสุขกับแฟนมาก ไม่ได้โหยหา หรือต้องการสิ่งที่เป็นอดีตไปแล้ว” (กว่าจะมีวันนี้ก็หนักหนาสาหัสพอสมควร555 สงสัยจะเป็นเวรเป็นกรรมเนอะ) เพียงแต่อยากแชร์ประสบการณ์ที่เก็บไว้มาตลอด 6 ปี เอาจริงๆไม่แน่ใจระยะเวลา อาจจะ ห้า หก หรือเจ็ดปี ช่างมันเนาะ เข้าเรื่องเลยละกัน!!!!

เราเคยได้คุยและพบปะกับคนๆนึงเมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเธอเป็นรุ่นน้องในสาขา อ้ออ ลืมบอกไป เราเป็นเพศที่สามนะคะ หรือที่เรียกว่า ทอม
ซึ่งเธอในที่นี้ แน่นอนเป็นรุ่นน้องผู้หญิงค่ะ จะขอใช้นามแฝงของน้องว่า “แตง”ละกัน  แตงเป็น ผญ ที่ดูลึกลับนิดนึง ดูมีโลกส่วนตัวสูง เข้าถึงยาก หน้าตาไม่จัดว่าสวยโดด และก็ไม่จัดว่าน่ารักสดใส (เอ๊ะยังไง555) เป็นคนเทาๆ แต่มีสเน่ห์ และมีมากเหลือเกิน ในความคิดของเรา

ในตอนนั้นเราพึ่งโสดค่ะ โสดมั่งไม่โสดมั่งตามวัยสมัยนั้น ที่ยังไม่ต่อยรู้จักคำว่าผูกพันธ์และมั่นคงสักเท่าไหร่ เป็นช่วงเวลาที่ตกต่ำมาก ทั้งต้องมาเรียนใหม่เพราะผลการเรียนแย่ ทั้งโดนหักอก เหตุผลที่เลิกกันอาจจะเป็นเพราะ เราเป็นคนขี้หึงมากค่ะ มากถึงมากที่สุด ซึ่งแฟนเก่าคนนั้นก็คงรับตรงนี้ไม่ได้ จึงเลิกกันไป (และเขาก็กลับไปคบกับแฟนเก่าเขา แป่ว...) สภาพจิตใจตอนนั้นคือดาวน์มาก เศร้าซึมกับทุกสถานการณ์ แต่ก็พอได้กระชุ่มกระชวยจิตใจ เมื่อถึงฤดูกาลรับน้องเฟรชชี่ค่ะ555 ก็ตามประสารุ่นพี่โสดๆอะนะ มองคนนั้นคนนี้ กระแทกศอกเพื่อน แล้วบอกว่า ๆ น้องคนนั้นอย่างงั้นอย่างงี้ เรดาห์จับหาน้องที่สนใจในเพศอย่างเราก็เริ่มต้นขึ้น ทันใดนั้นสายตาเราก็มองผ่านน้องแตงไป ผ่านไปหาน้องอีกคนนึง ที่ชื่อ น้องมิ้ว.. ทำไมเราถึงมองผ่านน้องแตงไป? ชั่ววินาทีนั้นเราสบตากันแปบนึงค่ะ แปบแบบแป๊บจริงๆ แต่เรดาห์มันไม่ทำงานน่ะสิ
เรดาห์เราดันไปจับกับน้องมิ้วแทน.. น้องมิ้วเป็น ผญ ที่น่ารัก หน้าตาคล้ายกับมิว นางเอกช่องสาม ดูใสๆ มองแล้วสบายใจ อยากเข้าหาอยากทำความรู้จักด้วย ซึ่งเราก็ไม่รอช้า เริ่มต้นสืบประวัติทันที ปรากฎว่า มิ้ว มี แฟน แล้ว แฟนเป็นผู้ชายสะด้วยซิ เราก็แห้วตามสเต็ปแต่ก็แอบขอเฟสบุ๊คจากคนรู้จักน้องเขามาอีกที ขอเผื่อไว้ เผื่อวันนึงจะกล้าทักไป ทักไปแบบคนรู้จักไงงงงงง อิอิ

ชีวิตช่วงนั้นเลยเริ่มกลับมาสดใส มีชีวิตชีวาอีกครั้ง จากที่มืดมนมานาน รู้สึกอยากไปเรียน อยากไปส่องน้องเขาบ้าง ถึงไม่มีสิทธิแต่แค่เห็นหน้าก็ฟินแค่รั้นก็พอไรงี้55 และในช่วงระหว่างที่เรากำลังตัดสินใจจะทักน้องมิ้วไปดีมั้ย เราก็บังเอิญเจอกับแตง หลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่ได้ทักหรือคุยกัน ไม่ได้ส่งยิ้มให้กัน เจอกัน มองหน้ากันแบบนิ่งๆ มองหน้านิ่งๆใครพอเข้าใจบ้าง มันเป็นอารมณ์แบบ คนๆนี้ทำไมเจอบ่อยจัง ทำไมเวลาเจอต้องทำหน้าเหมือนมีไรจะพูด ทำไมทุกครั้งที่เจอ เธอต้องกินอันนั้นอยู่ด้วยนะ เธอสนิทกับคนนั้นหรอ เธอชอบมานั่งที่นี่แน่ๆ ...และอีกสารพัดที่แว้บเข้ามาในสมอง กลายเป็นว่า เราเกิดสนใจในตัวของแตงไปแบบไม่รู้ตัว แต่ไม่คิดจะทักหรือพูดคุยกันนะ แค่คอยมองหาในที่ๆเราเคยเจอเค้าบ่อยๆ แค่นั้น

วันนึง เราโดยสารรถชนิดหนึ่งกลับบ้าน (ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นรถอะไรเพราะถ้าบอกไป คงทายถูกแน่ๆว่ามหาลัยไหน555) ก็กลับอย่างปกติแบบทุกๆวัน นะหว่างเดินหาที่นั่ง เห้ยยยยยย น้องมิ้วนี่หว่าาา แล้วเราก็เขินจนเพื่อนสังเกตุและแซวกัน ก็เริ่มสนทนากับเพื่อนและได้ความว่า น้องมิ้วก็กลับรถโดยสารนี้เหมือนกันทุกวัน อ้าว แล้วทำไมไม่เคยเจอวะ? ก็ได้คุยกับน้องเขาบ้าง พอฟินๆ น้องมิ้วเป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มทีโลกเป็นสีชมพู เว่อมะ555 เธอน่ารักจริงๆนั่นแหละ
เย็นวันนั้น เราจึงรวบรวมความกล้า แอดเฟสน้องเขาไป และทักไปคุยด้วยเป็นวันแรก ซึ่งก็ทำให้เราได้คุยกัน และคุยกันทุกวัน แบบพี่น้องนะ แต่เค้าก็รู้แหละว่าเราคิดเกินพี่น้องกับเค้า แต่เราไม่รุก ไม่อะไรทั้งนั้น คุยกันแบบเรื่อยๆ ทักทาย ฝันดี อะไรประมาณนี้ จนกลายเป็นต้องทักคุยกันทุกวัน เหมือนต้องกินข้าวเวลานี้ ประมาณนี้

จนวันนึง เราก็ได้รู้ข่าว จะว่าข่าวดี หรือข่าวร้าย ดีล่ะ? ข่าวมาว่า น้องมิ้วเลิกกับแฟนคนนั้นแล้ว เป็นแฟนที่เรียนมัธยมมาด้วยกัน แต่พอขึ้นมหาลัยก็แยกย้ายกัน แต่.... แต่ข่าวมาอีกว่า ที่เลิกกับแฟนเพราะน้องมิ้วชอบรุ่นพี่ที่เป็นทอมในสาขา... ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด รุ่นพี่ในสาขาคนนั้น คือเพื่อนในรุ่นของเราเอง จะว่าสนิทกันมั้ย ก็คุยเล่นหยอกกันทุกวัน สนิทในระดับที่ หากชอบ ผญ คนเดียวกัน เราจะไม่แย่งมาแน่นอน ก็นั่นละฮะทั่นผู้ชม เหมือนอกหักซ้ำสอง ทุกคนก็มีสิทธิจะคุย จะคบกับใครก็ได้ เราไม่ใช่เจ้าของชีวิตเขา จะบังคับว่า เค้ามาคุยกับเรา ก็ต้องคุยกับเราแค่คนเดียวสิ้! ไม่ใช่แล้วค่ะ ทุกคนมีสิทธิเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง เราก็เปิดใจคุยกับเพื่อนเรานะคะ เพื่อนเราก็ให้ข้อสรุปมาว่า มันก็มีคนคุยอยู่แล้ว เป็นรุ่นน้องในสาขาเหมือนกัน รุ่นเดียวกับมิ้วนั่นละ ซึ่งมิ้วทักไปหามัน ก็ได้คุยกันและน้องมาบอกว่าชอบมันเอง แต่มันไม่ได้คิดอะไร ..ในตอนนั้นเราวิ้งๆนิดหน่อย คือแบบ งงๆ เราควรจะคุยกับมิ้วต่อดีมั้ย หรือควรจะพอ แล้วถอยออกมา ซึ่งก็เป็นอย่างหลังค่ะ เราเลือกจะหยุดทักไป แล้วก็กลับมาใช้ชีวิตประจำวันแบบเดิม เพียงแต่ไม่ได้คุยแชมกับใครแค่นั้นเอง...

ผ่านไปสักระยะนึงได้ วันนั้นเป็นวัดหยุดน่าจะหยุดยาว เทศกาลอะไรสักอย่าง เรานอนดูหนังอยู่ในห้อง ก็มีเสียงแชทเฟสเด้งมา “หวัดดีค่ะ ทำไรอยู่” ให้ทายใคร....ติ้ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก น้องแตง -//- ในตอนนั้นคือหยิบมือถือมองอึ้งๆ ทำไมน้องเค้าถึงทักมาหาเราวะ? หรือน้องเค้าเหงา หยุดยาวไรงี้หาเพื่อนคุย ถึงตรงนี้เราขอพูดอะไรคั่นระหว่างเล่าเรื่องนิดหน่อย “พี่ไม่รู้ว่าวันนั้น หนูทักมาทำไม หนูอาจจะทักมาเพราะเหงา หนูอาจจะทะเลาะกับใครมาแล้วเบื่อๆเลยทักพี่มา แต่สำหรับพี่มันมีค่ามาก มันทำให้พี่ได้รู้จักหนู และพี่ไม่ได้รู้สึกว่ามันเสียเวลาเลยที่เรารู้จักกัน”. อ่ะต่อ เราจึงเปิดแชทขึ้นมา พร้อมกับรับแอดเฟรนด์... ดีใจ คือ ความรู้สึกแรกที่เห็นแชท และตอบไปว่า “หวัดดีน้องแตง พี่ดูหนังอยู่” แตงก็ตอบกลับมาทันที “อ่อ งั้นไม่กวนละ ดูหนังเถอะๆ” คุณรู้สึกตงิดๆกับการสนทนาของรุ่นน้องที่มีต่อรุ่นพี่ใช่มั้ย เราก็รู้สึกเหมือนกัน555 ตั้งแต่วันแรก จนวันสุดท้ายที่เราคุยกัน แตงไม่เคยใช้สรรพนามเรียกเราว่าพี่เลยสักครั้งเดียว และพูดจาห้วนๆ กวนๆ แบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุยกัน ส่วนตัวเราตอนแรกก็แอบคิดนะ ไอ่เด็กคนนี้ มันไม่มีสัมมาคารวะกับรุ่นพี่เลยเว้ย แต่คุยไปคุยมา มันก็เป็นตัวตนของน้องเค้าเอง ที่ไม่แสร้งว่าเรียบร้อย หรืออะไรทั้งนั้น ออกแนวเอาแต่ใจหน่อยๆ ก็หนูเป็นแบบนี้! ประมาณนั้นนะ พอได้อ่านประโยคเหมือนจะประชดประชันเล็กน้อยจากเด็กที่อวดดี ก็เลยเผลอยิ้มมุมปากเล็กๆ และตอบกลับไปว่า “ไม่กวนเลย กำลังเหงาพอดี” ง่อววว ไม่ได้อ้อยน้องนะ ก็มันเหงาจริงๆ นอนดูหนังคนเดียวอะ แล้วก็ไม่มีอารมณ์ดูหนังต่อละตอนนั้น คุยกันยาววว

หลังจากวันนั้นเราก็ได้คุยกับแตงอย่างจริงจัง (เราเองที่จริงจังอยู่ฝ่ายเดียว) คุยกันทุกวันตั้งแต่เช้า ยันเย็น เจอที่มหาลัยก็ทักทายกันแบบเขินๆเล็กน้อย -///-
แต่แล้ว วันหนึ่ง น้องมิ้วก็ทักมา หื้มมม เพลงกลับมาทำไม ดังขึ้นทันที555 ทักมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนเราก็ตอบกลับนะ และก็ได้ชวนกันไปร้านเหล้า แฮงค์เอ้าท์เฉยเลย ร้านแถวมอนั่นแหละ เราก็จัดหาที่ซุกนอนก่อน ได้ปุ๊บก็เกิดความคิดที่ว่า ทักไปชวนแตงดีมั้ย แล้วก็ชวน แตงก็รับคำชวนพร้อมบอกว่าจะเอาเพื่อนไปด้วยนะ เราก็โอเค จริงๆแล้วมิ้วกับแตงเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันนะ เป็นน้องในสาขาเรา ซึ่งทั้งคู่ก็รู้จักกันอยู่ แต่มันมีเหตุให้ทั้งคู่ไม่ค่อยลงรอยกันนี่สิ...

จะเรียกว่าเหตุบังเอิญ หรืออะไรลิขิตดี หรือเคราะห์กรรมของเราที่เคยทำใครไว้ หื้อออ บ่ายวันนั้น วันที่นัดกันจะไปร้านเหล้า เราได้รู้ความจริงอีกอย่าง นั่นก็คือ แตงเคยเป็นแฟนหรือที่เรียกว่าแฟนเก่าของเพื่อนเรา ที่มิ้วแอบชอบ เป๊งงง คุณคงจำได้ เพื่อนคนนั้นแหละที่บอกกับเราว่า มีคนคุยอยู่แล้ว นี่มันรักกี่เส้า5555 เหมือนเราเป็นส่วนเกินยังไงไม่รู้ ซึ่งเราก็ได้ไปเปิดใจกับเพื่อนอีกครั้ง (เห้ออ) ได้ความมาว่า เพื่อนเคยคบกับแตงตอนมัธยม และเลิกกันตอนเพื่อนมาเรียนที่นี่ เพราะเหตุผลใดไม่ทราบ แต่เพื่อนมีคนคุยใหม่แล้วเป็นสาวอีกสาขาหนึ่ง ซึ่งแตงยังตัดใจไม่ได้ และได้สมัครเรียนตามเพื่อนเรามานั่นเอง อื้อหืม เหมือนมีคนเอาค้อนมาทุบให้เราตื่น วันนั้นเองที่ความรู้สึกเราเปลี่ยนไป ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ใจมันตัดสินไปเองว่า เราไม่มีทางได้ใจเค้ามาครอบครอง ทั้งกับมิ้ว และกับแตง เรายอมรับว่ามีความรู้สึกดีๆให้กับทั้งสองคน ตอนนั้นอาจจะ ห้าสิบๆเลยก็ว่าได้ แต่เราไม่รู้ใจของผู้หญิงทั้งสองคนเลย เย็นวันนั้นเรายังไปตามนัดนะ แต่ไปด้วยอารมณ์เฟลๆ เราก็นั่งโต๊ะเดียวกับเพื่อนๆ ไม่ค่อยสนใจสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่ ชน ชน ชน เต้น เต้น ยก ยก จนเวลาผ่านไปเที่ยงคืนกว่าได้มั้ง ได้ยินเสียงโวยวายจากโต๊ะใกล้ๆ เราหันไป เห็นน้องแตงเมา ฟุบหน้ากับโต๊ะ และร้องไห้โวยวายอย่างบ้าคลั่ง มีเพื่อนของแตงพยุงและปลอบอยู่สองสามคน เราเห็นแบบนั้นก็ตกใจ แต่ตอนนั้นคือเรากึ่มแล้วนะ เกือบไม่รู้เรื่องแล้วอ่ะ เราก็เดินเซๆเข้าไปหาแตง ซึ่งความจริงเวลาเจอกันเราไม่เคยได้คุยกันอย่างสนิทใจเลย มีคุยบ้าง แบบเขินๆ ส่วนใหญ่จะคุยกันเยอะในแชทสะมากกว่า เราเดินเข้าไปจับแขนแตงดึงขึ้น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไปทำไม มันมีอารมณ์โมโหปนอยู่ด้วย อาจจะเพราะเรารู้ละมั้งว่าแตงเป็นแบบนี้เพราะอะไร แตงเงยหน้ามามองเราทั้งน้ำตา และสะบัดแขนเต็มแรง เราจึงปล่อย และเดินออกมาจากตรงนั้น เดินออกมาหน้าร้านแล้วจุดบุหรี่สูบ (น้องๆห้ามลอกเลียนแบบ เป็นเพียงความคึกคะนองสมัยวัยรุ่น ตอนนี้เราเลิกสูบเลิกขาดแล้วนะ) คิดอะไรสักพัก แต่ก็คิดไม่ออก ปล่อยความรู้สึกมันไหลไป แล้วก็หันไปเห็นมิ้ว เรายิ้มให้มิ้วแห้งๆ ก่อนจะเดินไปจ่ายตังค์แล้วกลับไปนอน

หลังจากคืนนั้น มิ้วและแตงก็ทักมาถามว่าทำไมถึงกลับก่อน เราก็ได้แต่บอกว่าตอนนั้นเมาแล้ว เลยกลับไปนอน ไว้วันหลังค่อยไปกันใหม่นะ ก็ยังทักยังคุยกับทั้งคู่เหมือนเดิม เพียงแต่รู้แล้วว่าไม่ใช่ที่ของเรา ก็มีนัดกันออกไปร้านอีกบ่อยครั้ง บางครั้งไปกับมิ้ว บางครั้งไปกับแตง และมีอีกครั้งที่ไปกับทั้งสองคน จำได้ว่าวันนั้นเราเมามาก และความรู้สึกทุกอย่างที่เก็บมามันล้นจนขาดสติ พอเห็นหน้า บวกกับเพลงในร้าน และแอลกอฮอลล์ บรรยากาศพาไปอีก ทีนี้เลยหยุดไม่อยู่ ตอนนั้นคือไม่อายเลย ร้องไห้ต่อหน้าทุกคน จนเพื่อนบอกว่าพอแล้วไม่ต้องกิน แบกเรากลับห้องใกล้ๆร้าน ไปถึงเราก็ล้มตัวลงนอนเลย น้ำตาก็ไหลอยู่ เรารู้ตัวตอนนั้นเลยว่า เราตกหลุมรักใคร แล้วเสียงประตูก็ดังขึ้น มีคนมานอนบนเตียงกับเราข้างๆ แต่ไม่ใช่เพื่อนเรา น้องมิ้วตามมา แล้วถามเพื่อนว่าเราเป็นยังไงบ้าง เรายิ่งน้ำตาไหล แต่แกล้งหลับ แล้วก็เผลอหลับไปจริงๆ เราสะดุ้งตื่นมากลางดึกเกือบเช้าละ หันไปเห็นน้องมิ้วนอนอยู่ข้างๆ เราเอื้อมมือเบาๆกลัวน้องตื่น เอามือไปแตะแก้มเบาๆ แล้วชักมือกลับ คิดว่ามันเสียมารยาทที่สัมผัสน้องเค้าในเวลานี้ ถึงเราจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็เหอะ เราลุกจากเตียงเบาๆ และเดินไปสะกิดเพื่อนว่าจะลงไปข้างล่างนะ พร้อมทำมือคีบบุหรี่ เพื่อนก็พยักหน้า เออไปเหอะ เราก็เดินลงมาข้างล่าง สูบมวนนึง ซื้อน้ำเปล่ามาล้างหน้าล้างตาแล้วขึ้นรถกลับบ้านเลย

เดี๋ยวเรามาต่อนะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่