สวัสดีค่ะ
ตอนนี้เราแย่มากไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตต่อดี... ช่วยฟังเรื่องเราหน่อยนะ
ตอนนี้เราอายุ 23 ปี (ถ้าตามเกณฑ์คือเรียนจบปีนี้ เพื่อนๆพึ่งรับปริญญากันไป)
เรื่องมีอยู่ว่าปกติแล้วเรามีบุคลิกร่าเริง ชิลมาก คิดน้อย คุยเก่ง ชอบพูด เล่นมุก เวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อนก็จะเป็นตัวพูดมากหน่อย
เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ ม.ต้น เราแฮปปี้มาก แต่เรียนไม่ค่อยเก่ง เป็นคนห่วยด้านการเรียนเลยแหละ
เราเลยคิดว่าเป็นแบบนี้แย่แน่ เลยตัดสินใจขอแม่ไปเรียนต่อ ตปท. ตอน ม.ปลาย เพราะคิดว่าอย่างน้อยเราต้องเก่งอังกฤษแน่นอน
เพราะไปเรียนตั้งแต่เด็ก แล้วสิ่งแวดล้อมจะบังคับเราเอง
หลังจากนั้นเราว่ามันคือจุดเปลี่ยนของชีวิต
เราใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเรียนหนังสือ (แต่ก็ไม่ได้เรียนเก่งมาก ระดับกลาง) แต่เราตั้งใจมาก คิดว่าเก็บเกี่ยวให้คุ้ม
แต่ขณะเดียวกัน ทางด้านสังคมและการเข้ากับคนอื่นๆเราหายไปเลย (มีเพื่อนน้อย เพราะสังคมเมืองนอกมันบังคับให้เราเป็นแบบนี้ ทุกคนไม่ยุ่งกันเยอะ)
เราคิดถึงตัวเองตอนอยู่ในสังคมที่ไทย มีเพื่อนเยอะ เรามีความสุข พูดเก่ง ตอนนี้เรากลับพูดน้อย ไม่ค่อยพูด ไม่อยากยุ่งกับใคร โลกส่วนตัวสูง
เราตัดสินใจกลับไปเรียนอินเตอร์ที่ไทย เพราะอยากใช้ชีวิตมหาลัยให้คุ้มที่สุด อยากมีเพื่อนมีสังคมที่ไทย
แต่พอเรียนไปสักพัก ค่าเทอมที่แพง และเรารู้สึกว่าเรียนไม่ได้อะไร
(ถ้าจ่ายแพงแบบนี้เรียนเมืองนอกดีมั้ย เราเหมือนเรียนเล่นๆไปไม่จริงจัง เสียดายทั้งเงินและเวลา)
เราเลยขอแม่ซิ่วไปเรียน ตปท.อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่เหมือนตอน ม.ปลาย เพราะตอนนี้เราไปเพราะอยากตามฝันตัวเอง เราเข้ามหาลัยที่มีชื่ออันดับต้นๆ
เราตั้งใจจะเรียนจนจบแล้วกลับมาใช้ชีวิตที่ไทย กลับมาทำงาน เพราะการอยู่ในสังคมแบบคนไทย ทำให้เราเป็นตัวของตัวเองและมีความสุขมากกว่า
เราคิดว่าเราจะผ่านไปได้เพราะยังไง เราก็เคยอยู่เมืองนอกมาแล้วตั้งหลายปี เราก็แค่ทำแบบเดิมไง
ตั้งแต่เราลงเครื่องมาวันแรก เรารู้สึกแย่มาก เจอะสภาพเมืองที่ไม่คุ้น อากาศ ทุกอย่าง เราไม่มีความสุขตั้งแต่วันแรกแต่คิดว่าอยู่ไปคงจะดีขึ้น
ตลอดเวลาที่เรียนที่นี่เราคิดแต่อยากกลับบ้าน เมื่อไหร่จะปิดเทอม พอกลับบ้านแล้วเราไม่อยากกลับไปเรียนอีก เป็นแบบนี้มาตลอด 3 ปี
เราไม่เคยบอกพ่อแม่เลยว่าเราไม่มีความสุขที่เรียนที่นี่เลย ตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่ว่า เราเป็นคนขอลาออกจากมหาลัยที่ไทยเอง
แล้วการมาเรียนที่นี่ก็ไม่ใช่ถูกๆ อีกอย่างบอกไปพ่อแม่ก็จะเป็นห่วงเปล่าๆ เราควรแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง บอกไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
ตอนนี้เราเหลือเวลาอีก 6 เดือนกว่าจะเรียนจบ แต่ระเบิดเวลาที่สะสมมามันหมดลงแล้ว เราเหมือนเป็นโรคซึมเศร้า ไม่อยากไปเรียน
เรานั่งรอวันกลับบ้าน(ที่ไทย) แต่ละวันที่อยู่ที่นี่มันผ่านไปช้ามาก เราไม่อยากทำโปรเจกต์จบ เราไม่อยากลุกขึ้นมาเริ่มทำงาน
บางวันเราตื่นมา ไปเลคเชอร์แล้วกลับมานอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา (ถ้าไม่มีตารางเรียนก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น)
แต่ถึงเราไม่ได้ไปเรียนเราก็จะเครียดมาก เพราะงานก็จะถูกดองไว้นานขึ้น นานขึ้น ยิ่งคิดเราก็ยิ่งรู้สึกแย่
แต่ถ้าจะทำไปส่งๆ ให้มันจบ เราก็ไม่อยากทำ เพราะทั้งหมดที่เราทำมาก็เหมือนจะไม่มีความหมาย รู้สึกผิดกับพ่อแม่ที่ตั้งใจไม่เต็มที่
ตอนนี้เรานอนอยู่ในห้องมาสามวันแล้ว ไม่ได้ออกไปไหน เพราะในหัวเราก็วนอยู่แบบนี้ตลอด ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่
ไม่รู้จะบอกพ่อกับแม่ยังไง คุยกับเพื่อนก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตอนนี้รู้สึกเหมือนติดคุกก็ไม่ต่าง ไม่รู้จะทำยังไงดี... ร
ตัดสินใจทิ้งชีวิต ย้ายคณะ ย้ายสังคม ตอนนี้แย่มาก ไม่รู้จะผ่านไปยังไง
ตอนนี้เราแย่มากไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตต่อดี... ช่วยฟังเรื่องเราหน่อยนะ
ตอนนี้เราอายุ 23 ปี (ถ้าตามเกณฑ์คือเรียนจบปีนี้ เพื่อนๆพึ่งรับปริญญากันไป)
เรื่องมีอยู่ว่าปกติแล้วเรามีบุคลิกร่าเริง ชิลมาก คิดน้อย คุยเก่ง ชอบพูด เล่นมุก เวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อนก็จะเป็นตัวพูดมากหน่อย
เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ ม.ต้น เราแฮปปี้มาก แต่เรียนไม่ค่อยเก่ง เป็นคนห่วยด้านการเรียนเลยแหละ
เราเลยคิดว่าเป็นแบบนี้แย่แน่ เลยตัดสินใจขอแม่ไปเรียนต่อ ตปท. ตอน ม.ปลาย เพราะคิดว่าอย่างน้อยเราต้องเก่งอังกฤษแน่นอน
เพราะไปเรียนตั้งแต่เด็ก แล้วสิ่งแวดล้อมจะบังคับเราเอง
หลังจากนั้นเราว่ามันคือจุดเปลี่ยนของชีวิต
เราใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเรียนหนังสือ (แต่ก็ไม่ได้เรียนเก่งมาก ระดับกลาง) แต่เราตั้งใจมาก คิดว่าเก็บเกี่ยวให้คุ้ม
แต่ขณะเดียวกัน ทางด้านสังคมและการเข้ากับคนอื่นๆเราหายไปเลย (มีเพื่อนน้อย เพราะสังคมเมืองนอกมันบังคับให้เราเป็นแบบนี้ ทุกคนไม่ยุ่งกันเยอะ)
เราคิดถึงตัวเองตอนอยู่ในสังคมที่ไทย มีเพื่อนเยอะ เรามีความสุข พูดเก่ง ตอนนี้เรากลับพูดน้อย ไม่ค่อยพูด ไม่อยากยุ่งกับใคร โลกส่วนตัวสูง
เราตัดสินใจกลับไปเรียนอินเตอร์ที่ไทย เพราะอยากใช้ชีวิตมหาลัยให้คุ้มที่สุด อยากมีเพื่อนมีสังคมที่ไทย
แต่พอเรียนไปสักพัก ค่าเทอมที่แพง และเรารู้สึกว่าเรียนไม่ได้อะไร
(ถ้าจ่ายแพงแบบนี้เรียนเมืองนอกดีมั้ย เราเหมือนเรียนเล่นๆไปไม่จริงจัง เสียดายทั้งเงินและเวลา)
เราเลยขอแม่ซิ่วไปเรียน ตปท.อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่เหมือนตอน ม.ปลาย เพราะตอนนี้เราไปเพราะอยากตามฝันตัวเอง เราเข้ามหาลัยที่มีชื่ออันดับต้นๆ
เราตั้งใจจะเรียนจนจบแล้วกลับมาใช้ชีวิตที่ไทย กลับมาทำงาน เพราะการอยู่ในสังคมแบบคนไทย ทำให้เราเป็นตัวของตัวเองและมีความสุขมากกว่า
เราคิดว่าเราจะผ่านไปได้เพราะยังไง เราก็เคยอยู่เมืองนอกมาแล้วตั้งหลายปี เราก็แค่ทำแบบเดิมไง
ตั้งแต่เราลงเครื่องมาวันแรก เรารู้สึกแย่มาก เจอะสภาพเมืองที่ไม่คุ้น อากาศ ทุกอย่าง เราไม่มีความสุขตั้งแต่วันแรกแต่คิดว่าอยู่ไปคงจะดีขึ้น
ตลอดเวลาที่เรียนที่นี่เราคิดแต่อยากกลับบ้าน เมื่อไหร่จะปิดเทอม พอกลับบ้านแล้วเราไม่อยากกลับไปเรียนอีก เป็นแบบนี้มาตลอด 3 ปี
เราไม่เคยบอกพ่อแม่เลยว่าเราไม่มีความสุขที่เรียนที่นี่เลย ตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่ว่า เราเป็นคนขอลาออกจากมหาลัยที่ไทยเอง
แล้วการมาเรียนที่นี่ก็ไม่ใช่ถูกๆ อีกอย่างบอกไปพ่อแม่ก็จะเป็นห่วงเปล่าๆ เราควรแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง บอกไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
ตอนนี้เราเหลือเวลาอีก 6 เดือนกว่าจะเรียนจบ แต่ระเบิดเวลาที่สะสมมามันหมดลงแล้ว เราเหมือนเป็นโรคซึมเศร้า ไม่อยากไปเรียน
เรานั่งรอวันกลับบ้าน(ที่ไทย) แต่ละวันที่อยู่ที่นี่มันผ่านไปช้ามาก เราไม่อยากทำโปรเจกต์จบ เราไม่อยากลุกขึ้นมาเริ่มทำงาน
บางวันเราตื่นมา ไปเลคเชอร์แล้วกลับมานอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา (ถ้าไม่มีตารางเรียนก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น)
แต่ถึงเราไม่ได้ไปเรียนเราก็จะเครียดมาก เพราะงานก็จะถูกดองไว้นานขึ้น นานขึ้น ยิ่งคิดเราก็ยิ่งรู้สึกแย่
แต่ถ้าจะทำไปส่งๆ ให้มันจบ เราก็ไม่อยากทำ เพราะทั้งหมดที่เราทำมาก็เหมือนจะไม่มีความหมาย รู้สึกผิดกับพ่อแม่ที่ตั้งใจไม่เต็มที่
ตอนนี้เรานอนอยู่ในห้องมาสามวันแล้ว ไม่ได้ออกไปไหน เพราะในหัวเราก็วนอยู่แบบนี้ตลอด ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่
ไม่รู้จะบอกพ่อกับแม่ยังไง คุยกับเพื่อนก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตอนนี้รู้สึกเหมือนติดคุกก็ไม่ต่าง ไม่รู้จะทำยังไงดี... ร