จากการที่ผมเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ ได้ไปเจอรูปเมื่อ
ปีสองปีที่แล้วถ่ายไว้เยอะมาก เห็นแล้วเลยเสียดายของ เอามาทำ Review ดีกว่า แต่ก็คงมีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังอยากแชร์ประสบการณ์อยู่ดี มัน "
น่าจดจำและอยากไปซ้ำ" อยากรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปยังไงบ้าง 555+
เช่นเดิมครับ จากกระทู้ที่แล้วเป็นปากเซ ลาวใต้ ครั้งนี้ผมจะมารีวิวนอกประเทศอีกเช่นเคย ลาวเหนือ นั้นคือ... เมืองมรดกโลก "หลวงพระบาง" ประเทศลาว นั้นเอง... แต่เนื่องด้วยผมเป็นคนไม่ค่อยมีเวลา เลยไปไหนนานๆ หลายวันไม่ค่อยจะได้ ครั้งนี้ก็ได้ 3 วัน 2 คืน (เสาร์ - จันทร์) จริงๆ ก็แทบจะ 2 วัน เพราะเสาร์ก็ไปถึงซะเย็นแล้ว 555+ ยังไงก็ลองมาดูกันครับ

เนื่องจากผมได้โปรราคาถูกจาก Bangkok Airway (จองไว้เป็นชาติจนเกือบลืม 555+) ได้ไฟท์ไปเย็นวันเสาร์ กลับเย็นวันจันทร์ ตามรูปครับ ขาไปเครื่องใหญ่ Airbus ขากลับเครื่องเล็ก ATR ต่างกัน 45 นาทีครับ

แต่เมื่อถึงเวลาจริงนั้น.... ผมแทบตกเครื่องครับ 555+ ไม่คิดว่าสุวรรณภูมิคนจะเยอะขนาดนี้ (ไปต่างประเทศเคยขึ้นแต่ดอนเมือง Low-cost นั้นเอง 55+) ผมไปถึงสุวรรณภูมิ 13:15 น. คิดว่าชิลล์ๆ เดี๋ยวเช็คอินเสร็จจะไปนั่งรอที่เลาวจ์ของบางกอกแอร์จิบไวน์รอขึ้นเครื่องพรางๆ แต่พอเดินไปเช็คอินเท่านั้นแหล่ะ สภาพคือ..ช๊อกกก... แถวยาวมากกกกก เช็คอินเสร็จเกือบ 14:00 น. คราวนี้รอผ่าน ตม. ขาออก อันนี้คนล้านแปดเลยครับ 555+ ติดอยู่ขั้นตอนนี้เกือบชั่วโมง ว้าวุ่นสุดๆ บอกเจ้าหน้าที่ว่าผมควรทำไงดี เจ้าหน้าที่บอกไม่น่าทัน.. ให้ติดต่อสายการบิน (ผมนี่ขนลุกเลยครับ 55+) สุดท้ายออกจาก ตม. ได้ตอน 14:55 น. เลยเวลา Boarding มา 10 นาทีแล้ว มองดู Gate โอ้วพระเจ้า ไกลสุดๆ เลย วิ่ง 4x100 เลยครับ ไปถึงหน้า Gate เจ้าหน้าที่บอก "รออยู่เลยค่ะ" ทันหวุดหวิด 555+ คือผมเป็นคนสุดท้ายจริงๆ เป็นบทเรียนเลยก็ว่าได้ว่าอย่าได้ชะล่าใจ ควรมาตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับ 555+
และแล้วผมก็มาถึง สนามบินหลวงพระบาง ในเวลาที่กำหนด 555+ แต่ไม่มีกะใจจะถ่ายรูปอะไรแล้ว (ช่วงนี้เลยไม่มีรูปนะครับ แฮ่ๆ) ผมก็เดินออกมาหน้าสนามบิน มีตุ๊กๆ รอ รู้สึกจะ 100 บาทนะครับ ส่งถึงที่พักเลย พอคนเต็ม 5-6 คน ก็ออกละครับ มีแต่ฝรั่งทั้งนั้น 555+ เนื่องด้วยผมไม่มีรูปจากสาเหตุข้างต้น..เลยไปยืมตัวอย่างรถตุ๊กมาจาก Pantip นะครับ หน้าตาเป็บแบบนี้ครับ

รถตุ๊กๆ ได้พาผมมาส่งที่หน้าโรงแรมที่จองไว้กับ Agoda น้องพนักงานเป็นคนเวียดนาม ตอนแรกตั้งใจจะคุยภาษาลาวด้วย เลยสื่อสารกันยากนิดนึง 555+ ชื่อก็ตามรูปเลยครับ

ผมได้ห้องพักชั้นล่างครับ สะอาด บรรยากาศดีมากครับ

โรงแรมที่ผมพักมีจักรยานให้เช่าด้วยครับ ราคาคันละ 1US ครับ สีชมพูในรูปนั้นเอง 555+
(อ้อลืมบอกไป ผมดันไปเจอเพื่อนที่ทำงาน โดยบังเอิญ มาเที่ยวก่อนผม 2 วัน ผมเลยได้ไกด์เลย โชคดีจริงๆ 555+)

ไกด์ (จำเป็น) เลยพาผมขี่จักรยานไปจุดต่างๆ รอบเมือง บรรยากาศช่วงเย็นอากาศดีครับ ไม่ร้อนเท่าไหร่ อันดับแรก ต้องไปแลกเงินเป็นเงินกีบก่อนครับ จุดแลกเงินมีเยอะมากครับ ตามสะดวกเลยครับ อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 10,000 กีบ ประมาณ 38 บาท ครับ
หลังจากแวะแลกเงินกีบแล้ว ก็ตะเวนแวะไปถ่ายรูปจุดต่างๆ ตามแผนที่เลยครับ

เส้นสีส้มคือเส้นทางจักรยานที่ผมปั่นครับ จุดแรกที่ไปแวะคือจุดบรรจบ แม่น้ำ Khan กับ แม่น้ำโขง

บริเวณนั้นจะมีสวนสาธารณะด้วย ยามเย็นเช่นนี้ ก็เริ่มมีคนมาออกกำลังกายกันบ้างแล้ว

จุดถัดมาไม่ไกลกันนัก ก็จะเป็นจุดมหาชนจุดหนึ่งของหลวงพระบางครับ วัดเชียงทอง นั่นเอง

อุโบสถสวยงามมากเลยครับ ถ่ายด้านหน้าเสียหน่อย

พระภิกษุกำลังทำวัตรเย็นกันพอดีครับ

เนื่องด้วยแสงเริ่มจะไม่มีแล้ว ผมคงต้องกลับมาซ้ำที่นี้ใหม่ในวันหลังแล้วหล่ะ 555+
จากนั้นไกด์ (จำเป็น) ของผมก็พาปั่นจักรยานไปต่อ ถนนเลียบแม่น้ำโขง บรรยากาศใช้ได้เลยครับ

และแล้วผมก็มาถึงร้านหมูกระทะปิ้งย่างเป็นที่เรียบร้อย ที่นี้จะเรียก "จิ้นดาด" นะครับ เป็นบุฟเฟ่ต์ หัวละ 60,000 กีบ (ประมาณ 220 บาท) ก็แอบแพงอยู่นะ 55+

ไม่รอช้า รีบไปตัก รีบมาปิ้ง ได้ที่ก็สั่ง "เบียร์ลาว" มาดื่มด้วย โอ้ววว ช่างเข้ากันสุดๆ

นั่งจนค่ำ อิ่มและมึนได้ที่ ก็แยกย้ายกับเพื่อน แล้วปั่นจักรยานกลับโรงแรม นอนพักเอาแรงสำหรับพรุ่งนี้ 555+
*******จบวันแรก******
ตื่นซัก 7 โมง บิดขี้เกียจ อาบน้ำ แต่งตัว ประมาณ 8 โมง ทางโรงแรมเห็นผมเปิดประตูชะโงกออกมา พนักงานก็รีบเดินมาถามว่าจะรับอาหารเช้าเลยไหม ผมก็บอก "OK" ไป ไม่นานก็มัอหารมาส่ง นั่งทานได้ที่โต๊ะหน้าห้องเลยครับ ดูดีเลยทีเดียว มีไข่เจียว ขนมปัง ผลไม้ แล้วก็น้ำมะนาว ตามรูปเลยครับ

วันนี้จะต้องเดินทางไกล จักรยานคงไม่รอด 555+ ก็เลยแจ้งพนักงานโรงแรมว่าอยากจะเช่ามอเตอร์ไซต์ ไม่นานก็มีคนขับมาส่งถึงหน้าประตูโรงแรม ราคาอยู่ที่วันละ 100,000 กีบ ได้ 24 ชม. ตามรูปด้านล่างเลยครับ (ขออภัยได้ครึ่งคัน มุมมันไม่ได้ มีรูปเดียว 555+)

จากนั้นผมก็ขับไปเติมน้ำมันก่อน แล้วยิงยาวจากหลวงพระบางไปน้ำตกตาดกองสีเลยครับ ระยะทาง 29 กม. ถนนลาดยางตลอด ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ใกล้เคียงกับที่ Google บอกเลยครับ แม่นจริงๆ 555+

เมื่อมาถึง ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการเข้าชมก่อนครับตรงข้างซุ้มประตูในรูปนี้แหล่ะ 10,000 กีบ

จากนั้นก็สามารถเดินเข้าไปในพื้นที่น้ำตกได้เลย น้ำสีเขียวจัดกับหินปูน สวยงามมากครับ

มีนักท่องเที่ยวกำลังเล่นน้ำ นั่งพักผ่อนบ้าง ประปราย...

คือบรรยากาศดีจริงๆ ครับ คือมันสวยมาก (แต่ผมถ่ายมามันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ไม่มีฝีมือด้านนี้ 555+)

เดินขึ้นไปเรื่อยๆ รู้สึกดีตลอดเส้นทางเลยครับ

ก็ต้องเดินต่อไปอีกครับ ยังไม่ถึง (555+) ถ้าเหนื่อยก็มีม้านั่งไว้ให้พักระหว่างทางได้ครับ

พักเสร็จก็เดินไปต่ออีกนิดหน่อย จะเจอทางขึ้น ได้ยินเสียงน้ำตกดังสนั่น อากาศเย็นๆ ละอองน้ำสัมผัสใบหน้า นั่นแหล่ะครับ ใกล้แล้ว

และแล้วก็มาถึงจุดที่เป็นไฮไลท์ จุดมหาชน บริเวณตัวน้ำตกนั่นเอง ครับ ยิ่งใหญ่สวยงามสมคำร่ำลือจริงๆ

สูงมากครับ และไกลมากด้วย ลองดูมุมสูงดูครับ (แอบขัดใจตัวเองถ่ายมาไม่สวย 555+)

สะพานในรูปข้างล่างนี้เป็นจุดมหาชนในการถ่ายรูปกับน้ำตกเลยครับ โชคดีของผมคนไม่เยอะ

จากนั้น... ผมก็ขี่มอเตอร์ไซต์ยิงยาวกลับหลวงพระบางเลยครับ ถึงก็บ่ายกว่าๆ หาอะไรกินจากนั้นรู้สึกอยากโดนน้ำ ลองหาข้อมูลว่าที่ไหนพอเล่นได้บ้าง สรุปได้ที่นี้ครับ "La Pistoche Swimming Pool & Bar" ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พักสักเท่า

พอเข้าไปแล้วก็ดูดีเลยครับ ค่าเข้าราคาก็ไม่แพง แต่ผมจำไม่ได้นะ 555+

มีห้องให้อาบน้ำ เปลี่ยนชุดก่อนลงสระ จากนั้นก็กระโดด "ตู้มมมม" เลยครับ 555+

เดินขึ้นไปด้านบนมีสระเด็กด้วย น้ำตื้นครับบนนี้

เล่นน้ำจนเหนื่อยแล้ว สั่งอาหาร เครื่องดื่มมานั่งกิน มองดูคนเล่นน้ำ ชิลล์ๆ ได้เลยครับ (>-<)

กว่าจะออกจากสวนน้ำก็เย็นแล้ว กลับโรงแรมไปอาบน้ำ แต่งตัวใหม่ เพื่อเตรียมไปเดินถนนคนเดินต่อดีกว่า สถานที่ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเช่นเคย

บรรยากาศก็เหมือนถนนคนเดินแถวบ้านเรา แต่มีของแปลกๆ ขายเยอะเหมือนกัน

อันดับแรกมุ่งหน้าสู่ โซนของกิน 555+ เลือกกินตามสะดวก

นั่งมองดูหน้าแม่ค้าทั้ง 2 คน ก็อิ่มแล้ว 555+

พอท้องอิ่มด็เดินไปต่อ

แปลกจังวันที่ผมมาคนไม่ค่อยเยอะ ไม่วุ่นวายดี

อันนี้ยาดอง มีดองสัตว์แปลกๆ เพียบเลย ได้แต่ส่องดู 555+

ดูจนพอใจแล้วก็เดินกลับไปขี่มอเตอร์ไซต์กลับโรงแรม เหนื่อยมาทั้งวัน คงได้นอนยาวๆ อีกวัน
******จบวันที่ 2 *******
ที่อื่นๆ ของผม :
https://goalonetravel.blogspot.com/
[CR] บันทึกความทรงจำ... ชิลล์คนเดียวที่ "หลวงพระบาง" สปป.ลาว 3 วัน 2 คืน (เสาร์ - จันทร์)
เช่นเดิมครับ จากกระทู้ที่แล้วเป็นปากเซ ลาวใต้ ครั้งนี้ผมจะมารีวิวนอกประเทศอีกเช่นเคย ลาวเหนือ นั้นคือ... เมืองมรดกโลก "หลวงพระบาง" ประเทศลาว นั้นเอง... แต่เนื่องด้วยผมเป็นคนไม่ค่อยมีเวลา เลยไปไหนนานๆ หลายวันไม่ค่อยจะได้ ครั้งนี้ก็ได้ 3 วัน 2 คืน (เสาร์ - จันทร์) จริงๆ ก็แทบจะ 2 วัน เพราะเสาร์ก็ไปถึงซะเย็นแล้ว 555+ ยังไงก็ลองมาดูกันครับ
เนื่องจากผมได้โปรราคาถูกจาก Bangkok Airway (จองไว้เป็นชาติจนเกือบลืม 555+) ได้ไฟท์ไปเย็นวันเสาร์ กลับเย็นวันจันทร์ ตามรูปครับ ขาไปเครื่องใหญ่ Airbus ขากลับเครื่องเล็ก ATR ต่างกัน 45 นาทีครับ
แต่เมื่อถึงเวลาจริงนั้น.... ผมแทบตกเครื่องครับ 555+ ไม่คิดว่าสุวรรณภูมิคนจะเยอะขนาดนี้ (ไปต่างประเทศเคยขึ้นแต่ดอนเมือง Low-cost นั้นเอง 55+) ผมไปถึงสุวรรณภูมิ 13:15 น. คิดว่าชิลล์ๆ เดี๋ยวเช็คอินเสร็จจะไปนั่งรอที่เลาวจ์ของบางกอกแอร์จิบไวน์รอขึ้นเครื่องพรางๆ แต่พอเดินไปเช็คอินเท่านั้นแหล่ะ สภาพคือ..ช๊อกกก... แถวยาวมากกกกก เช็คอินเสร็จเกือบ 14:00 น. คราวนี้รอผ่าน ตม. ขาออก อันนี้คนล้านแปดเลยครับ 555+ ติดอยู่ขั้นตอนนี้เกือบชั่วโมง ว้าวุ่นสุดๆ บอกเจ้าหน้าที่ว่าผมควรทำไงดี เจ้าหน้าที่บอกไม่น่าทัน.. ให้ติดต่อสายการบิน (ผมนี่ขนลุกเลยครับ 55+) สุดท้ายออกจาก ตม. ได้ตอน 14:55 น. เลยเวลา Boarding มา 10 นาทีแล้ว มองดู Gate โอ้วพระเจ้า ไกลสุดๆ เลย วิ่ง 4x100 เลยครับ ไปถึงหน้า Gate เจ้าหน้าที่บอก "รออยู่เลยค่ะ" ทันหวุดหวิด 555+ คือผมเป็นคนสุดท้ายจริงๆ เป็นบทเรียนเลยก็ว่าได้ว่าอย่าได้ชะล่าใจ ควรมาตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับ 555+
และแล้วผมก็มาถึง สนามบินหลวงพระบาง ในเวลาที่กำหนด 555+ แต่ไม่มีกะใจจะถ่ายรูปอะไรแล้ว (ช่วงนี้เลยไม่มีรูปนะครับ แฮ่ๆ) ผมก็เดินออกมาหน้าสนามบิน มีตุ๊กๆ รอ รู้สึกจะ 100 บาทนะครับ ส่งถึงที่พักเลย พอคนเต็ม 5-6 คน ก็ออกละครับ มีแต่ฝรั่งทั้งนั้น 555+ เนื่องด้วยผมไม่มีรูปจากสาเหตุข้างต้น..เลยไปยืมตัวอย่างรถตุ๊กมาจาก Pantip นะครับ หน้าตาเป็บแบบนี้ครับ
รถตุ๊กๆ ได้พาผมมาส่งที่หน้าโรงแรมที่จองไว้กับ Agoda น้องพนักงานเป็นคนเวียดนาม ตอนแรกตั้งใจจะคุยภาษาลาวด้วย เลยสื่อสารกันยากนิดนึง 555+ ชื่อก็ตามรูปเลยครับ
ผมได้ห้องพักชั้นล่างครับ สะอาด บรรยากาศดีมากครับ
โรงแรมที่ผมพักมีจักรยานให้เช่าด้วยครับ ราคาคันละ 1US ครับ สีชมพูในรูปนั้นเอง 555+
(อ้อลืมบอกไป ผมดันไปเจอเพื่อนที่ทำงาน โดยบังเอิญ มาเที่ยวก่อนผม 2 วัน ผมเลยได้ไกด์เลย โชคดีจริงๆ 555+)
ไกด์ (จำเป็น) เลยพาผมขี่จักรยานไปจุดต่างๆ รอบเมือง บรรยากาศช่วงเย็นอากาศดีครับ ไม่ร้อนเท่าไหร่ อันดับแรก ต้องไปแลกเงินเป็นเงินกีบก่อนครับ จุดแลกเงินมีเยอะมากครับ ตามสะดวกเลยครับ อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 10,000 กีบ ประมาณ 38 บาท ครับ
หลังจากแวะแลกเงินกีบแล้ว ก็ตะเวนแวะไปถ่ายรูปจุดต่างๆ ตามแผนที่เลยครับ
เส้นสีส้มคือเส้นทางจักรยานที่ผมปั่นครับ จุดแรกที่ไปแวะคือจุดบรรจบ แม่น้ำ Khan กับ แม่น้ำโขง
บริเวณนั้นจะมีสวนสาธารณะด้วย ยามเย็นเช่นนี้ ก็เริ่มมีคนมาออกกำลังกายกันบ้างแล้ว
จุดถัดมาไม่ไกลกันนัก ก็จะเป็นจุดมหาชนจุดหนึ่งของหลวงพระบางครับ วัดเชียงทอง นั่นเอง
อุโบสถสวยงามมากเลยครับ ถ่ายด้านหน้าเสียหน่อย
พระภิกษุกำลังทำวัตรเย็นกันพอดีครับ
เนื่องด้วยแสงเริ่มจะไม่มีแล้ว ผมคงต้องกลับมาซ้ำที่นี้ใหม่ในวันหลังแล้วหล่ะ 555+
จากนั้นไกด์ (จำเป็น) ของผมก็พาปั่นจักรยานไปต่อ ถนนเลียบแม่น้ำโขง บรรยากาศใช้ได้เลยครับ
และแล้วผมก็มาถึงร้านหมูกระทะปิ้งย่างเป็นที่เรียบร้อย ที่นี้จะเรียก "จิ้นดาด" นะครับ เป็นบุฟเฟ่ต์ หัวละ 60,000 กีบ (ประมาณ 220 บาท) ก็แอบแพงอยู่นะ 55+
ไม่รอช้า รีบไปตัก รีบมาปิ้ง ได้ที่ก็สั่ง "เบียร์ลาว" มาดื่มด้วย โอ้ววว ช่างเข้ากันสุดๆ
นั่งจนค่ำ อิ่มและมึนได้ที่ ก็แยกย้ายกับเพื่อน แล้วปั่นจักรยานกลับโรงแรม นอนพักเอาแรงสำหรับพรุ่งนี้ 555+
*******จบวันแรก******
ตื่นซัก 7 โมง บิดขี้เกียจ อาบน้ำ แต่งตัว ประมาณ 8 โมง ทางโรงแรมเห็นผมเปิดประตูชะโงกออกมา พนักงานก็รีบเดินมาถามว่าจะรับอาหารเช้าเลยไหม ผมก็บอก "OK" ไป ไม่นานก็มัอหารมาส่ง นั่งทานได้ที่โต๊ะหน้าห้องเลยครับ ดูดีเลยทีเดียว มีไข่เจียว ขนมปัง ผลไม้ แล้วก็น้ำมะนาว ตามรูปเลยครับ
จากนั้นผมก็ขับไปเติมน้ำมันก่อน แล้วยิงยาวจากหลวงพระบางไปน้ำตกตาดกองสีเลยครับ ระยะทาง 29 กม. ถนนลาดยางตลอด ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ใกล้เคียงกับที่ Google บอกเลยครับ แม่นจริงๆ 555+
เมื่อมาถึง ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการเข้าชมก่อนครับตรงข้างซุ้มประตูในรูปนี้แหล่ะ 10,000 กีบ
จากนั้นก็สามารถเดินเข้าไปในพื้นที่น้ำตกได้เลย น้ำสีเขียวจัดกับหินปูน สวยงามมากครับ
มีนักท่องเที่ยวกำลังเล่นน้ำ นั่งพักผ่อนบ้าง ประปราย...
คือบรรยากาศดีจริงๆ ครับ คือมันสวยมาก (แต่ผมถ่ายมามันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ไม่มีฝีมือด้านนี้ 555+)
เดินขึ้นไปเรื่อยๆ รู้สึกดีตลอดเส้นทางเลยครับ
ก็ต้องเดินต่อไปอีกครับ ยังไม่ถึง (555+) ถ้าเหนื่อยก็มีม้านั่งไว้ให้พักระหว่างทางได้ครับ
พักเสร็จก็เดินไปต่ออีกนิดหน่อย จะเจอทางขึ้น ได้ยินเสียงน้ำตกดังสนั่น อากาศเย็นๆ ละอองน้ำสัมผัสใบหน้า นั่นแหล่ะครับ ใกล้แล้ว
และแล้วก็มาถึงจุดที่เป็นไฮไลท์ จุดมหาชน บริเวณตัวน้ำตกนั่นเอง ครับ ยิ่งใหญ่สวยงามสมคำร่ำลือจริงๆ
สูงมากครับ และไกลมากด้วย ลองดูมุมสูงดูครับ (แอบขัดใจตัวเองถ่ายมาไม่สวย 555+)
สะพานในรูปข้างล่างนี้เป็นจุดมหาชนในการถ่ายรูปกับน้ำตกเลยครับ โชคดีของผมคนไม่เยอะ
จากนั้น... ผมก็ขี่มอเตอร์ไซต์ยิงยาวกลับหลวงพระบางเลยครับ ถึงก็บ่ายกว่าๆ หาอะไรกินจากนั้นรู้สึกอยากโดนน้ำ ลองหาข้อมูลว่าที่ไหนพอเล่นได้บ้าง สรุปได้ที่นี้ครับ "La Pistoche Swimming Pool & Bar" ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พักสักเท่า
พอเข้าไปแล้วก็ดูดีเลยครับ ค่าเข้าราคาก็ไม่แพง แต่ผมจำไม่ได้นะ 555+
มีห้องให้อาบน้ำ เปลี่ยนชุดก่อนลงสระ จากนั้นก็กระโดด "ตู้มมมม" เลยครับ 555+
เดินขึ้นไปด้านบนมีสระเด็กด้วย น้ำตื้นครับบนนี้
เล่นน้ำจนเหนื่อยแล้ว สั่งอาหาร เครื่องดื่มมานั่งกิน มองดูคนเล่นน้ำ ชิลล์ๆ ได้เลยครับ (>-<)
กว่าจะออกจากสวนน้ำก็เย็นแล้ว กลับโรงแรมไปอาบน้ำ แต่งตัวใหม่ เพื่อเตรียมไปเดินถนนคนเดินต่อดีกว่า สถานที่ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเช่นเคย
บรรยากาศก็เหมือนถนนคนเดินแถวบ้านเรา แต่มีของแปลกๆ ขายเยอะเหมือนกัน
อันดับแรกมุ่งหน้าสู่ โซนของกิน 555+ เลือกกินตามสะดวก
นั่งมองดูหน้าแม่ค้าทั้ง 2 คน ก็อิ่มแล้ว 555+
พอท้องอิ่มด็เดินไปต่อ
แปลกจังวันที่ผมมาคนไม่ค่อยเยอะ ไม่วุ่นวายดี
อันนี้ยาดอง มีดองสัตว์แปลกๆ เพียบเลย ได้แต่ส่องดู 555+
ดูจนพอใจแล้วก็เดินกลับไปขี่มอเตอร์ไซต์กลับโรงแรม เหนื่อยมาทั้งวัน คงได้นอนยาวๆ อีกวัน
******จบวันที่ 2 *******
ที่อื่นๆ ของผม : https://goalonetravel.blogspot.com/
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น