พ่อแม่เป็นห่วงเรามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำยังไงดีคะ???

สวัสดีค่ะทุกคน เราอายุ15ปีนะคะ อยากถามทุกคนที่เข้ามาอ่านว่า พ่อแม่ขี้เป็นห่วงมากหรือเปล่า พ่อแม่เราคือแบบขี้เป็นห่วงแบบมากๆๆๆๆๆ โดนเฉพาะพ่อเลยค่ะ แม่ไม่ค่อยเท่าไหร่ อย่างตอนเราไปรร. ต้องโทรบอกทุกครั้งที่ถึงรร. เลิกเรียน ขึ้นรถตู้ คือมันมากไปจนเรารู้สึกอึดอัดมากเลยนะคะ แล้วก็เราชอบหลับบนรถตู้ เราต้องไลน์บอกพ่อตอนเราตื่น.-. คือถ้าเราไม่ไลน์ไปเค้าจะโทรตามเลย(จริงๆค่ะ) ตอนขึ้นรถตอนเย็นก็ชอบไลน์มาหาว่าถึงไหนแล้ว พอเราถึงบ้านช้าไปประมาณ10นาที เค้าเริ่มไลน์มาละว่าอยู่ไหน(ทั้งๆที่พ่อเรารู้นะคะว่าเราอยู่ไหนเพราะพ่อใช้แอพค้นหาiPhone เราทำให้พ่อเองแหละ) มีครั้งนึงเราขอไปเล่นปิงปองกับเพื่อนที่สนามกีฬา พอเราขอพ่อก็เงียบไปเลยค่ะ-..- พอเราถามอีกครั้งพ่อก็ตอบมาว่า"แล้วแต่" แล้วน้ำเสียงคือแบบรู้ว่าไม่เต็มใจให้ไปเลยค่ะ สุดท้ายเราก็ไม่ได้ไป
อันนี้อาจจะเยอะหน่อยคือเราขอไปคอนเสิร์ตจ้า ก็พอรู้ว่าจะไม่ได้ไป แต่ขอไว้ก่อนเผื่อฟลุ๊คได้ไป555 แต่ก็นั่นแหละ เราพยายามอธิบายเลยนะ ว่ามีเพื่อนคนไหนไปบ้าง รายละเอียดคอนเสิร์ตเราบอกทุกอย่างเลย แล้วเราก็ย้ำเลยว่าแม่ของเพื่อนจะไปรับไปส่งให้ แล้วเค้าก็บอกว่าไม่ให้ไป ใครจะดูแล(ก็แม่เพื่อนไงคะคุณพ่อ) เราก็พยามขอไปเรื่อยๆ แล้วพ่อแม่ก็บอกว่าเราไม่มีเหตุผล ทั้งๆที่เราอธิบายเหตุผลไปมากมายเลยค่ะ บอกว่าไม่ต้องกังวลนะ มีแม่เพื่อนไปส่ง เงินค่าบัตร เราเก็บเงินเองนะ แล้วเราก็อยากไปเจอศิลปินที่เรารัก เค้ามาคอนเสิร์ตครั้งแรกด้วยเลยอยากไปบ้าง พี่เราก็ช่วยพูดนะคะ ว่าปล่อยน้องไปบ้าง แต่คือเค้าก็ไม่ฟังอะไรเลย มีใครมีวิธีให้พ่อแม่ไม่เป็นห่วงเรามากไปไหมค่ะ เราเข้าใจว่าเค้าเป็นห่วงเรานะ แต่เราอยากให้เค้าปล่อยเราบ้างในบางครั้ง
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
แค่เรื่องคอนเสิร์ต กับไปเที่ยวกับเพื่อน หรือเรื่องอื่นด้วยคะ เรื่องการเลือกโรงเรียน เอกที่เรียน หรือเรียนต่อคณะไหน เวลาอ่านหนังสือ เกรดที่ได้ มีปัญหาด้วยรึเปล่าคะ ถ้าใช่พี่ขอออกความเห็นแบบรวมๆ ไม่เจาะจงแค่เรื่องคอนเสิร์ตนะ

พี่ว่าน้องต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าเราสามารถดูแลตัวเองได้ดีโดยที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ช่วยเหลือแล้วล่ะค่ะ เช่น ไปเรียนแลกเปลี่ยนต่างประเทศ หรือทำอะไรซักอย่างให้เราหายไปจากชีวิตพ่อแม่ซักระยะ (เอาแบบที่ติดต่อไลน์ โทรหายากๆหน่อย) เพราะพ่อแม่อาจจะอยู่ในภาวะติดลูก และถ้าเด็กคล้อยตามไปด้วยมันส่งผลต่อเด็กทำให้เกิดพัฒนาการช้า ติดพ่อแม่ แล้วก็ไม่อยากออกจากคอมฟอร์ตโซนของบ้าน  (น้องสาวพี่คนหนึ่งที่เป็น)

พี่ก็มีปัญหาตอนประถมจนถึงมอต้นนะ พ่อแม่ไม่ให้ไปบ้านเพื่อนเลย ไม่เคยเที่ยววันหยุดกับเพื่อนเลย จนพี่จะเข้าม.ปลายแล้วรู้สึกว่า ไม่ได้การละ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเราก็ต้องคอยขออนุญาติพ่อแม่ไปเรื่อยๆ พี่เลยเรียนต่อโรงเรียนประจำตอน ม.ปลายเลย เพื่อไปเรียนรู้ชีวิตด้วย แล้วก็ให้พ่อแม่ห่างเราไปด้วย เพราะพ่อแม่ที่อยู่กับลูกตลอดเวลาจะไม่เห็นการเปลี่ยนแแลงหรอกค่ะว่าลูกโตขึ้นขนาดไหน เราเลยต้องยอมลำบาก เอาตัวเองออกมาห่างๆพ่อแม่ เพื่อให้เขาเห็นว่าเราโตขึ้นแล้ว ซึ่งชีวิตเราก็ลำบากจริงๆนะ 55 แต่แลกมาด้วยอำนาจตัดสินใจชีวิตตัวเอง พี่ว่าคุ้มมาก จนตอนเลือกคณะที่เรียน พี่ก็เลือกในแบบที่พี่ต้องการได้ จนเข้ามหาลัย ไปเดินเที่ยวเล่นคนเดียว ไปฝึกงานต่างประเทศบินเดี่ยวคนเดียว ไปคอนเสิร์ตคนเดียว พ่อแม่ก็ห่วงแหละ แต่เราก็หลับตาข้างหนึ่งไป

น้องต้องคิดถึงตัวเองมากๆ ว่าวันที่พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว น้องจะมีชีวิตแบบไหน ตอนนี้อาจจะดูดื้อรั้นและเห็นแก่ตัว เพราะไม่ได้เชื่อฟังพ่อแม่มากมาย แต่เพื่อตัวเราที่เติบโตขึ้นและแข็งแรงพอ เพราะสุดท้ายพ่อแม่ก็ไม่ได้อยู่กับเราไปจนเราตายเนอะ...ถึงเราเป็นลูกก็ฟังความคิดเห็นของพ่อแม่ได้ พ่อแม่มีหน้าที่แนะนำ ช่วยเหลือแต่อำนาจการตัดสินใจชีวิตเป็นของเราค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่