คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
แค่เรื่องคอนเสิร์ต กับไปเที่ยวกับเพื่อน หรือเรื่องอื่นด้วยคะ เรื่องการเลือกโรงเรียน เอกที่เรียน หรือเรียนต่อคณะไหน เวลาอ่านหนังสือ เกรดที่ได้ มีปัญหาด้วยรึเปล่าคะ ถ้าใช่พี่ขอออกความเห็นแบบรวมๆ ไม่เจาะจงแค่เรื่องคอนเสิร์ตนะ
พี่ว่าน้องต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าเราสามารถดูแลตัวเองได้ดีโดยที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ช่วยเหลือแล้วล่ะค่ะ เช่น ไปเรียนแลกเปลี่ยนต่างประเทศ หรือทำอะไรซักอย่างให้เราหายไปจากชีวิตพ่อแม่ซักระยะ (เอาแบบที่ติดต่อไลน์ โทรหายากๆหน่อย) เพราะพ่อแม่อาจจะอยู่ในภาวะติดลูก และถ้าเด็กคล้อยตามไปด้วยมันส่งผลต่อเด็กทำให้เกิดพัฒนาการช้า ติดพ่อแม่ แล้วก็ไม่อยากออกจากคอมฟอร์ตโซนของบ้าน (น้องสาวพี่คนหนึ่งที่เป็น)
พี่ก็มีปัญหาตอนประถมจนถึงมอต้นนะ พ่อแม่ไม่ให้ไปบ้านเพื่อนเลย ไม่เคยเที่ยววันหยุดกับเพื่อนเลย จนพี่จะเข้าม.ปลายแล้วรู้สึกว่า ไม่ได้การละ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเราก็ต้องคอยขออนุญาติพ่อแม่ไปเรื่อยๆ พี่เลยเรียนต่อโรงเรียนประจำตอน ม.ปลายเลย เพื่อไปเรียนรู้ชีวิตด้วย แล้วก็ให้พ่อแม่ห่างเราไปด้วย เพราะพ่อแม่ที่อยู่กับลูกตลอดเวลาจะไม่เห็นการเปลี่ยนแแลงหรอกค่ะว่าลูกโตขึ้นขนาดไหน เราเลยต้องยอมลำบาก เอาตัวเองออกมาห่างๆพ่อแม่ เพื่อให้เขาเห็นว่าเราโตขึ้นแล้ว ซึ่งชีวิตเราก็ลำบากจริงๆนะ 55 แต่แลกมาด้วยอำนาจตัดสินใจชีวิตตัวเอง พี่ว่าคุ้มมาก จนตอนเลือกคณะที่เรียน พี่ก็เลือกในแบบที่พี่ต้องการได้ จนเข้ามหาลัย ไปเดินเที่ยวเล่นคนเดียว ไปฝึกงานต่างประเทศบินเดี่ยวคนเดียว ไปคอนเสิร์ตคนเดียว พ่อแม่ก็ห่วงแหละ แต่เราก็หลับตาข้างหนึ่งไป
น้องต้องคิดถึงตัวเองมากๆ ว่าวันที่พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว น้องจะมีชีวิตแบบไหน ตอนนี้อาจจะดูดื้อรั้นและเห็นแก่ตัว เพราะไม่ได้เชื่อฟังพ่อแม่มากมาย แต่เพื่อตัวเราที่เติบโตขึ้นและแข็งแรงพอ เพราะสุดท้ายพ่อแม่ก็ไม่ได้อยู่กับเราไปจนเราตายเนอะ...ถึงเราเป็นลูกก็ฟังความคิดเห็นของพ่อแม่ได้ พ่อแม่มีหน้าที่แนะนำ ช่วยเหลือแต่อำนาจการตัดสินใจชีวิตเป็นของเราค่ะ
พี่ว่าน้องต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าเราสามารถดูแลตัวเองได้ดีโดยที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ช่วยเหลือแล้วล่ะค่ะ เช่น ไปเรียนแลกเปลี่ยนต่างประเทศ หรือทำอะไรซักอย่างให้เราหายไปจากชีวิตพ่อแม่ซักระยะ (เอาแบบที่ติดต่อไลน์ โทรหายากๆหน่อย) เพราะพ่อแม่อาจจะอยู่ในภาวะติดลูก และถ้าเด็กคล้อยตามไปด้วยมันส่งผลต่อเด็กทำให้เกิดพัฒนาการช้า ติดพ่อแม่ แล้วก็ไม่อยากออกจากคอมฟอร์ตโซนของบ้าน (น้องสาวพี่คนหนึ่งที่เป็น)
พี่ก็มีปัญหาตอนประถมจนถึงมอต้นนะ พ่อแม่ไม่ให้ไปบ้านเพื่อนเลย ไม่เคยเที่ยววันหยุดกับเพื่อนเลย จนพี่จะเข้าม.ปลายแล้วรู้สึกว่า ไม่ได้การละ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเราก็ต้องคอยขออนุญาติพ่อแม่ไปเรื่อยๆ พี่เลยเรียนต่อโรงเรียนประจำตอน ม.ปลายเลย เพื่อไปเรียนรู้ชีวิตด้วย แล้วก็ให้พ่อแม่ห่างเราไปด้วย เพราะพ่อแม่ที่อยู่กับลูกตลอดเวลาจะไม่เห็นการเปลี่ยนแแลงหรอกค่ะว่าลูกโตขึ้นขนาดไหน เราเลยต้องยอมลำบาก เอาตัวเองออกมาห่างๆพ่อแม่ เพื่อให้เขาเห็นว่าเราโตขึ้นแล้ว ซึ่งชีวิตเราก็ลำบากจริงๆนะ 55 แต่แลกมาด้วยอำนาจตัดสินใจชีวิตตัวเอง พี่ว่าคุ้มมาก จนตอนเลือกคณะที่เรียน พี่ก็เลือกในแบบที่พี่ต้องการได้ จนเข้ามหาลัย ไปเดินเที่ยวเล่นคนเดียว ไปฝึกงานต่างประเทศบินเดี่ยวคนเดียว ไปคอนเสิร์ตคนเดียว พ่อแม่ก็ห่วงแหละ แต่เราก็หลับตาข้างหนึ่งไป
น้องต้องคิดถึงตัวเองมากๆ ว่าวันที่พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว น้องจะมีชีวิตแบบไหน ตอนนี้อาจจะดูดื้อรั้นและเห็นแก่ตัว เพราะไม่ได้เชื่อฟังพ่อแม่มากมาย แต่เพื่อตัวเราที่เติบโตขึ้นและแข็งแรงพอ เพราะสุดท้ายพ่อแม่ก็ไม่ได้อยู่กับเราไปจนเราตายเนอะ...ถึงเราเป็นลูกก็ฟังความคิดเห็นของพ่อแม่ได้ พ่อแม่มีหน้าที่แนะนำ ช่วยเหลือแต่อำนาจการตัดสินใจชีวิตเป็นของเราค่ะ
แสดงความคิดเห็น
พ่อแม่เป็นห่วงเรามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำยังไงดีคะ???
อันนี้อาจจะเยอะหน่อยคือเราขอไปคอนเสิร์ตจ้า ก็พอรู้ว่าจะไม่ได้ไป แต่ขอไว้ก่อนเผื่อฟลุ๊คได้ไป555 แต่ก็นั่นแหละ เราพยายามอธิบายเลยนะ ว่ามีเพื่อนคนไหนไปบ้าง รายละเอียดคอนเสิร์ตเราบอกทุกอย่างเลย แล้วเราก็ย้ำเลยว่าแม่ของเพื่อนจะไปรับไปส่งให้ แล้วเค้าก็บอกว่าไม่ให้ไป ใครจะดูแล(ก็แม่เพื่อนไงคะคุณพ่อ) เราก็พยามขอไปเรื่อยๆ แล้วพ่อแม่ก็บอกว่าเราไม่มีเหตุผล ทั้งๆที่เราอธิบายเหตุผลไปมากมายเลยค่ะ บอกว่าไม่ต้องกังวลนะ มีแม่เพื่อนไปส่ง เงินค่าบัตร เราเก็บเงินเองนะ แล้วเราก็อยากไปเจอศิลปินที่เรารัก เค้ามาคอนเสิร์ตครั้งแรกด้วยเลยอยากไปบ้าง พี่เราก็ช่วยพูดนะคะ ว่าปล่อยน้องไปบ้าง แต่คือเค้าก็ไม่ฟังอะไรเลย มีใครมีวิธีให้พ่อแม่ไม่เป็นห่วงเรามากไปไหมค่ะ เราเข้าใจว่าเค้าเป็นห่วงเรานะ แต่เราอยากให้เค้าปล่อยเราบ้างในบางครั้ง