วันนี้จะมารีวิวจุดเปลี่ยนของการเป็นลูกค้าโทรศัพท์ยี่ห้อดังที่ยกตัวเองว่าเป็นผู้นำด้าน innovation
เราเองใช้แบรนด์นี้มาตั้งแต่ม.3 หลงรักมาก เก็บเงินซื้อเองตลอด จนตอนนี้จบโทมา 2 ใบแล้ว เคยได้ยินหลายคนมีปัญหากับแบรนด์นี้เยอะมากแต่ไม่เคยคิดว่าจุดๆนึงจะต้องสมัครพันทิปมาเพื่อบ่นเรื่องนี้โดยเฉพาะ
*ขอบอกก่อนว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ประเทศบ้านเกิดของแบรนด์นี้เลย*
ถ้าใครขี้เกียจอ่านแนะนำให้ไปอ่านสรุปข้างล่างเลยจ้ะ
เรื่องมีอยู่ว่าช่วงที่บริษัทมีโปรโมชั่นเปลี่ยนแบตเตอรี่ในราคาถูก เราก็เห็นว่าไหนๆก็จะเข้าเมืองอยู่เลยเลยเอาโทรศัพท์ไปเปลี่ยนแบตซะหน่อยดีกว่า พอตอนไปเอาโทรศัพท์กลับมาก็คิดว่าทุกอย่างน่าจะโอเค
กลับมาบ้านลองชาร์จแบตดูผลปรากฏว่าแบตโอเค แต่ที่ไม่โอเคคือโทรศัพท์ไม่อ่านซิม วันต่อมาเลยลองเอาซิมไปใส่เครื่องที่ออฟฟิศดู ปรากฏว่าซิมไม่มีปัญหา ทุกอย่างใช้ได้ เลยไปที่ศูนย์บริการเครือข่ายดูว่าเผื่อเค้าพอมีอะไรจะช่วยได้บ้าง เครือข่ายก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับซิม งานนี้เป็นที่ตัวเครื่องล้วนๆ
เราก็คิดในใจว่า “งานเข้าตูละ” เลยตัดสินใจโทรหา customer service ของบริษัท ครั้งแรกโทรไป จนท บอกว่าลอง reset network setting หรือยัง คือเราทำหมดทุกวิธีแล้วก่อนโทรหานางแล้ว เพราะเราก็ไม่ใช่มือใหม่กับโทรศัพท์รุ่นนี้ นางบอกให้เรา reset ทุกอย่าง เราก็ทำ สุดท้ายเครื่องก็ไม่อ่านซิมอยู่ดี (ไม่อ่านในทีนี้คือเครื่องรับรู้ว่ามีซิมใส่เข้าไป แต่เครือข่ายขึ้นมา 1 ขีดประมาณ 5 วิ แล้วก็กลายเป็น No service)
นางเลยแนะนำให้ส่งเครื่องกลับไปซ่อมแล้วแอปเxลจะส่งเครื่องใหม่มาให้ใช้ในระหว่างรอ แถมยังให้เราใส่เครดิตจากบัตรเครดิตไปเกือบ 3 หมื่นบาท (540$ แบ่งเป็นค่าเครื่อง 200$ ทีเหลือค่าอะไรก็ไม่รู้) นางบอกถ้าเครื่องไปถึงศูนย์แล้วจะยกเลิกเครดิต เราก็ทำตาม
วันต่อมาเครื่องมาส่ง เราก็ลงเอาซิมใส่... แจ็คพอตจ้ะ เครื่องไม่อ่านซิมเหมือนเดิม...
ตัดสินใจโทรไปอีกรอบ แน่นอนอยู่แล้วว่าคนรับสายไม่ใช่คนเดิม คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะนางไม่ยอมรับว่าเป็นความผิดของเครื่อง จนต้องขอคุยกับ supervisor แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นใหม่หมด พอเล่าๆๆๆๆ นางก็บอกว่างั้นส่งเครื่องเก่ากลับมาแล้วเก็บเครื่องใหม่ไว้เลย นางจะไม่เก็บเงิน ส่วนเรื่องสัญญาณจะแก้แบบ satellite ให้ ภายใน 24 ชั่วโมงทุกอย่างจะใช้ได้ ไอ่เราก็งงดิ แบบนี้ก็ได้หรอ
นางบอกอีกว่าพรุ่งนี้จะโทรมาติดตามความคืบหน้า พอตอนเช้าเราตื่นมา เออโทรศัพท์ใช้ได้จริงด้วย จุดนี้คือโล่งละ ปัญหาคงจบแค่นี้...
มาเรื่องเงิน นางบอกจะปลดล็อคเครดิตทั้งหมดภายใน 3 วัน ผ่านไปสามวัน เครดิตปลดจริงแต่ปลดแค่ 200$ (6พันบาท) ที่เหลือยังค้างอยู่ เลยต้องโทรไป customer service อีกรอบ และรอบนี้คำตอบไม่ชัดเจน บอกแค่ว่าจะส่งเรื่องไปที่ refund department ให้
จนวันที่เราต้องเดินทางก็มาถึง ที่ๆเราไปสัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยดีเราเลยเปิดโหมด airplane ไว้ตลอดทริป (หนึ่งสัปดาห์) พอกลับมาบ้าน เปิดโทรศัพท์ดู....ปรากฏว่า เหตุการณ์เดิมมันเกิดขึ้นซ้ำอีก
...โทรศัพท์ไม่อ่านซิมอีกแล้วจ้า...
รอบนี้คือหมดความอดทนแล้วอ่ะ เงินก็ยังไม่ได้คืนทั้งๆที่รับปากไว้ซะดิบดี เครื่องยังมาพังรอบ 2 อีก (อันนี้คือเครื่องใหม่นะ)
โทรหาบริษัทอีกรอบ supervisor คนใหม่บอกว่าที่แก้แบบ satellite ให้เป็นแค่แบบชั่วคราว นางบอกให้เราโทรไปที่เครือข่ายโทรศัพท์ให้ขอซิมใหม่เพราะซิมอาจจะมีฝุ่นเกาะ เราคืองงมาก เพราะว่าเพิ่งเปิดเบอร์ได้ไม่ถึง 6 เดือน แต่ก็ขี้เกียจเถียงแล้วอ่ะ เลยยอมทำตาม และนางก็บอกว่าคนที่ทำเรื่อง refund ให้กรอกข้อมูลไม่ครบ เงินเลยไม่ออก (เอ้า! ถ้าไม่ตามก็ไม่ได้สินะ)
หลังจากคุยกับนางเราก็โทรไปหาบริษัทเครือข่าย เครือข่ายยอมส่งซิมใหม่มาให้ฟรี...หลังจากเสาร์อาทิตย์ผ่านไป ซิมมาส่ง...
...ลุ้นอีกรอบ รอบนี้คือปิดเครื่อง เอาซิมเก่าออก...ใส่ซิมใหม่เข้าไป...เปิดเครื่อง...เดจาวู...
มันก็ไม่อ่านซิมอีก!!!!
รอบนี้คือเรายอมแล้วอ่ะ ยอมแพ้เลย เลยบอกนางว่าเงินยังไม่ได้คืนนะ คือคุยกับ supervisor หลายคนมาก จนคนสุดท้ายนางให้เบอร์ติดต่อนางโดยตรงเลยเพราะว่าเราท้อมากที่จะต้องโทรแล้วต้องรอสายอ่ะ คือครั้งนึงรอไม่ต่ำกว่า 30 นาที แบบถ้านางบอกให้ถือสายรอนี่แปลว่ากินข้าวเสร็จไปหนึ่งมื้อก็ยังต้องรออยู่อ่ะ supervisor คนนี้บอกให้รอไม่เกิน 3 วัน (อีกแล้ว) แต่รอบนี้นางส่งอีเมลล์มาบอกความคืบหน้าตลอดจนวันสิ้นปี เงินเข้าแต่ขาดไปพันกว่าบาท...
รอบนี้เลยโทรไปฝากข้อความเสียงว่าเงินมาไม่ครบ โทรศัพท์ก็ยังใช้ไม่ได้ จงคืนเงินมาให้ครบแล้วพอ... เราพอแล้ว ไม่อยากสู้กับเรื่องนี้แล้ว..
วันปีใหม่มาถึง เงินเข้าครบ... พอเงินเข้าครบปุ้ป เราสั่งโทรศัพท์รุ่นอื่นจากแอนดรอยเลยจ้ะ รอมาส่งอาทิตย์หน้า
สรุปสำหรับคนขี้เกียจอ่าน...
1. โทรศัพท์ใช้ได้อยู่แต่เห็นมีโปรเปลี่ยนแบตราคาถูกเลยเอาไปเปลี่ยน
2. รับเครื่องกลับ เครื่องไม่อ่านซิม
3. ลองทุกวิธีแล้วสรุปเป็นที่เครื่อง
4. โทรหาแอปครั้งแรก นางส่งเครื่องมาให้ใช้ระหว่างรอ
5. เครื่องใหม่ก็ไม่อ่านซิม
6. โทรหารอบ2 เดี๋ยวซ่อมผ่านจานดาวเทียมให้
7. เครื่องใช้ได้ เราไปทริป เปิด Airplane mode
8. กลับมาเครื่องไม่อ่านซิมอีก
9. โทรไปรอบ 3 นางบอกให้โทรขอซิมใหม่ที่เครือข่าย
10. โทรขอซิม ซิมมาส่ง เครื่องไม่อ่านเหมือนเดิม
11. โทรหารอบ 4 โทรเรื่องเงินเพราะ refund ไม่ครบ
12. ยอมแพ้จ้ะ เปลี่ยนเครื่องจ้ะ ไม่เอาแล้ว ios ติดแท็ก #GoodbyeApxxx ไปเลยจ้ะ
ที่มาเล่าไม่ได้จะดิตเครดิตใครแต่แค่อยากแชร์ประสบการณ์ นี่ขนาดเรื่องเกิดที่ประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศบ้านเกิดของบริษัท ก็ยังรับมือกันเละเทะแบบนี้ เสียเวลาไปกับ customer service ไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง สุดท้ายก็ต้องบอกลา
ป.ล. ปัญหากับตัวเครื่องก็มีปัญหาคล้ายๆกับที่หลายคนเคยพูดถึงแหละ แต่เราก็รักยี่ห้อนี้เลยพยายามมองข้าม พอเจอแบบนี้เข้าไป พอเลยจ้ะ
[CR] เป็นลูกค้ามา 10 ปี พอกันทีกับมือถือยี่ห้อไอค็อกแค็ก
เราเองใช้แบรนด์นี้มาตั้งแต่ม.3 หลงรักมาก เก็บเงินซื้อเองตลอด จนตอนนี้จบโทมา 2 ใบแล้ว เคยได้ยินหลายคนมีปัญหากับแบรนด์นี้เยอะมากแต่ไม่เคยคิดว่าจุดๆนึงจะต้องสมัครพันทิปมาเพื่อบ่นเรื่องนี้โดยเฉพาะ
*ขอบอกก่อนว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ประเทศบ้านเกิดของแบรนด์นี้เลย*
ถ้าใครขี้เกียจอ่านแนะนำให้ไปอ่านสรุปข้างล่างเลยจ้ะ
เรื่องมีอยู่ว่าช่วงที่บริษัทมีโปรโมชั่นเปลี่ยนแบตเตอรี่ในราคาถูก เราก็เห็นว่าไหนๆก็จะเข้าเมืองอยู่เลยเลยเอาโทรศัพท์ไปเปลี่ยนแบตซะหน่อยดีกว่า พอตอนไปเอาโทรศัพท์กลับมาก็คิดว่าทุกอย่างน่าจะโอเค
กลับมาบ้านลองชาร์จแบตดูผลปรากฏว่าแบตโอเค แต่ที่ไม่โอเคคือโทรศัพท์ไม่อ่านซิม วันต่อมาเลยลองเอาซิมไปใส่เครื่องที่ออฟฟิศดู ปรากฏว่าซิมไม่มีปัญหา ทุกอย่างใช้ได้ เลยไปที่ศูนย์บริการเครือข่ายดูว่าเผื่อเค้าพอมีอะไรจะช่วยได้บ้าง เครือข่ายก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับซิม งานนี้เป็นที่ตัวเครื่องล้วนๆ
เราก็คิดในใจว่า “งานเข้าตูละ” เลยตัดสินใจโทรหา customer service ของบริษัท ครั้งแรกโทรไป จนท บอกว่าลอง reset network setting หรือยัง คือเราทำหมดทุกวิธีแล้วก่อนโทรหานางแล้ว เพราะเราก็ไม่ใช่มือใหม่กับโทรศัพท์รุ่นนี้ นางบอกให้เรา reset ทุกอย่าง เราก็ทำ สุดท้ายเครื่องก็ไม่อ่านซิมอยู่ดี (ไม่อ่านในทีนี้คือเครื่องรับรู้ว่ามีซิมใส่เข้าไป แต่เครือข่ายขึ้นมา 1 ขีดประมาณ 5 วิ แล้วก็กลายเป็น No service)
นางเลยแนะนำให้ส่งเครื่องกลับไปซ่อมแล้วแอปเxลจะส่งเครื่องใหม่มาให้ใช้ในระหว่างรอ แถมยังให้เราใส่เครดิตจากบัตรเครดิตไปเกือบ 3 หมื่นบาท (540$ แบ่งเป็นค่าเครื่อง 200$ ทีเหลือค่าอะไรก็ไม่รู้) นางบอกถ้าเครื่องไปถึงศูนย์แล้วจะยกเลิกเครดิต เราก็ทำตาม
วันต่อมาเครื่องมาส่ง เราก็ลงเอาซิมใส่... แจ็คพอตจ้ะ เครื่องไม่อ่านซิมเหมือนเดิม...
ตัดสินใจโทรไปอีกรอบ แน่นอนอยู่แล้วว่าคนรับสายไม่ใช่คนเดิม คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะนางไม่ยอมรับว่าเป็นความผิดของเครื่อง จนต้องขอคุยกับ supervisor แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นใหม่หมด พอเล่าๆๆๆๆ นางก็บอกว่างั้นส่งเครื่องเก่ากลับมาแล้วเก็บเครื่องใหม่ไว้เลย นางจะไม่เก็บเงิน ส่วนเรื่องสัญญาณจะแก้แบบ satellite ให้ ภายใน 24 ชั่วโมงทุกอย่างจะใช้ได้ ไอ่เราก็งงดิ แบบนี้ก็ได้หรอ
นางบอกอีกว่าพรุ่งนี้จะโทรมาติดตามความคืบหน้า พอตอนเช้าเราตื่นมา เออโทรศัพท์ใช้ได้จริงด้วย จุดนี้คือโล่งละ ปัญหาคงจบแค่นี้...
มาเรื่องเงิน นางบอกจะปลดล็อคเครดิตทั้งหมดภายใน 3 วัน ผ่านไปสามวัน เครดิตปลดจริงแต่ปลดแค่ 200$ (6พันบาท) ที่เหลือยังค้างอยู่ เลยต้องโทรไป customer service อีกรอบ และรอบนี้คำตอบไม่ชัดเจน บอกแค่ว่าจะส่งเรื่องไปที่ refund department ให้
จนวันที่เราต้องเดินทางก็มาถึง ที่ๆเราไปสัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยดีเราเลยเปิดโหมด airplane ไว้ตลอดทริป (หนึ่งสัปดาห์) พอกลับมาบ้าน เปิดโทรศัพท์ดู....ปรากฏว่า เหตุการณ์เดิมมันเกิดขึ้นซ้ำอีก
...โทรศัพท์ไม่อ่านซิมอีกแล้วจ้า...
รอบนี้คือหมดความอดทนแล้วอ่ะ เงินก็ยังไม่ได้คืนทั้งๆที่รับปากไว้ซะดิบดี เครื่องยังมาพังรอบ 2 อีก (อันนี้คือเครื่องใหม่นะ)
โทรหาบริษัทอีกรอบ supervisor คนใหม่บอกว่าที่แก้แบบ satellite ให้เป็นแค่แบบชั่วคราว นางบอกให้เราโทรไปที่เครือข่ายโทรศัพท์ให้ขอซิมใหม่เพราะซิมอาจจะมีฝุ่นเกาะ เราคืองงมาก เพราะว่าเพิ่งเปิดเบอร์ได้ไม่ถึง 6 เดือน แต่ก็ขี้เกียจเถียงแล้วอ่ะ เลยยอมทำตาม และนางก็บอกว่าคนที่ทำเรื่อง refund ให้กรอกข้อมูลไม่ครบ เงินเลยไม่ออก (เอ้า! ถ้าไม่ตามก็ไม่ได้สินะ)
หลังจากคุยกับนางเราก็โทรไปหาบริษัทเครือข่าย เครือข่ายยอมส่งซิมใหม่มาให้ฟรี...หลังจากเสาร์อาทิตย์ผ่านไป ซิมมาส่ง...
...ลุ้นอีกรอบ รอบนี้คือปิดเครื่อง เอาซิมเก่าออก...ใส่ซิมใหม่เข้าไป...เปิดเครื่อง...เดจาวู...
มันก็ไม่อ่านซิมอีก!!!!
รอบนี้คือเรายอมแล้วอ่ะ ยอมแพ้เลย เลยบอกนางว่าเงินยังไม่ได้คืนนะ คือคุยกับ supervisor หลายคนมาก จนคนสุดท้ายนางให้เบอร์ติดต่อนางโดยตรงเลยเพราะว่าเราท้อมากที่จะต้องโทรแล้วต้องรอสายอ่ะ คือครั้งนึงรอไม่ต่ำกว่า 30 นาที แบบถ้านางบอกให้ถือสายรอนี่แปลว่ากินข้าวเสร็จไปหนึ่งมื้อก็ยังต้องรออยู่อ่ะ supervisor คนนี้บอกให้รอไม่เกิน 3 วัน (อีกแล้ว) แต่รอบนี้นางส่งอีเมลล์มาบอกความคืบหน้าตลอดจนวันสิ้นปี เงินเข้าแต่ขาดไปพันกว่าบาท...
รอบนี้เลยโทรไปฝากข้อความเสียงว่าเงินมาไม่ครบ โทรศัพท์ก็ยังใช้ไม่ได้ จงคืนเงินมาให้ครบแล้วพอ... เราพอแล้ว ไม่อยากสู้กับเรื่องนี้แล้ว..
วันปีใหม่มาถึง เงินเข้าครบ... พอเงินเข้าครบปุ้ป เราสั่งโทรศัพท์รุ่นอื่นจากแอนดรอยเลยจ้ะ รอมาส่งอาทิตย์หน้า
สรุปสำหรับคนขี้เกียจอ่าน...
1. โทรศัพท์ใช้ได้อยู่แต่เห็นมีโปรเปลี่ยนแบตราคาถูกเลยเอาไปเปลี่ยน
2. รับเครื่องกลับ เครื่องไม่อ่านซิม
3. ลองทุกวิธีแล้วสรุปเป็นที่เครื่อง
4. โทรหาแอปครั้งแรก นางส่งเครื่องมาให้ใช้ระหว่างรอ
5. เครื่องใหม่ก็ไม่อ่านซิม
6. โทรหารอบ2 เดี๋ยวซ่อมผ่านจานดาวเทียมให้
7. เครื่องใช้ได้ เราไปทริป เปิด Airplane mode
8. กลับมาเครื่องไม่อ่านซิมอีก
9. โทรไปรอบ 3 นางบอกให้โทรขอซิมใหม่ที่เครือข่าย
10. โทรขอซิม ซิมมาส่ง เครื่องไม่อ่านเหมือนเดิม
11. โทรหารอบ 4 โทรเรื่องเงินเพราะ refund ไม่ครบ
12. ยอมแพ้จ้ะ เปลี่ยนเครื่องจ้ะ ไม่เอาแล้ว ios ติดแท็ก #GoodbyeApxxx ไปเลยจ้ะ
ที่มาเล่าไม่ได้จะดิตเครดิตใครแต่แค่อยากแชร์ประสบการณ์ นี่ขนาดเรื่องเกิดที่ประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศบ้านเกิดของบริษัท ก็ยังรับมือกันเละเทะแบบนี้ เสียเวลาไปกับ customer service ไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง สุดท้ายก็ต้องบอกลา
ป.ล. ปัญหากับตัวเครื่องก็มีปัญหาคล้ายๆกับที่หลายคนเคยพูดถึงแหละ แต่เราก็รักยี่ห้อนี้เลยพยายามมองข้าม พอเจอแบบนี้เข้าไป พอเลยจ้ะ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้