ภารกิจ 300

ผมได้ดูหนังสั้นเรื่อง ชีวิต 800 แล้วนึกถึง ช่วงนึงที่ผม ทำทุกอย่างเพื่อคนที่ผมรัก
ผมเป็นเด็กเกิดและโต ใน ชุมชนแออัด ผมไม่จบ ม.3 เพราะอยากทำงานเพื่อหาเงินใช้เอง ผมทำงานทุกอย่างเพื่อแลกเงิน จนผมได้มีโอกาสได้เข้าไปทำงานในโรงแรม 3 ดาว แห่งนึง เป็น พนักงานรายวัน แผนก จัดเลี้ยง ผมโดนดูถูกจาก คนอื่น เพราะผม มีแต่แรง ไม่มีทักษะภาษาอังกฤษ เลย ผมเริ่ม ซื้อหนังสือมาอ่าน เรียนรู้ ภาษาอังกฤษ วิชาที่ผมไม่ชอบที่ตอนเรียน เพราะครูดุ มาก จนผมพอพูดได้บ้าง พอฟังรู้เรื่องบ้าง จนผม ได้มีโอกาส ได้เข้าไปทำงาน ในโรงแรม ใหญ่ ระดับ 5 ดาวเลยที่เดียว  ผมเดินเข้าไปสมัครงาน แบบไม่มีอะไรเลย หวังว่าจะได้รับโอกาส แล้วผมก็ได้รับโอกาสนั้น จริงๆแล้ว ผมมารู้ตอนหลังว่า เขากำลังขาดคนอยู่ ผมจึงได้มาทำงานที่นี้ ตอนนั้นผม ได้ทำงาน ในห้องอาหาร อิตาเลี่ยน แต่ด้วยความที่ผมไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ สักเท่าไร บวก กับความไม่กล้าพูดกับฝรั่ง ผมจึงเป็นได้แค่ พนักงานที่อยู่หลังบ้าน ไม่มีชื่อขึ้นบอร์ด สเตชั่น เหมือนคนอื่น ผมจึงเรียนรู้ทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ผมเลิกงาน ตี 3 เพื่อนๆที่อยู่หลังบ้านเหมือนผม หลายคนกลับบ้านไปพักผ่อน หลายคนไปกินเหล้าต่อ แต่ ผม ขออยู่เรียน ทั้งเมนู ทั้งภาษาอังกฤษ กับพี่ ที่เป็น ผู้ช่วยผู้จัดการ ตอนนั้นผมทะเลาะกับแฟนบ่อยๆ เพราะผมกลับบ้านไม่ตรงเวลา ผมเลิกงาน ตี3 แต่ผมกลับบ้าน ตี5-6โมงเช้า แทบทุกวัน ผมพยายาามอธิให้เขาเข้าใจว่าผมทำเพื่อเขานะ แต่ก็นะ ผู้หญิงเขาก็คงไม่เข้าใจเหมือนเราเข้าใจหรอกครับ (ตอนนั้นเพิ่งคบกันปีแรกด้วย) ผมพัฒนาตัวเอง จนผมได้เป็นพนักงานประจำ ได้เงินมากขึ้น แบบที่ผมไม่เคยได้มาก่อน แล้วผมก็ลืมตัว ..
ผมใช้เงินเยอะมากในตอนนั้น ไปกับ อะไรที่ฟุมเฟือยมากๆ ผม กินอาหารที่ห้างทุกมื้อ บุฟเฟ่ เป็นส่วนใหญ่  กับแฟน ผม ดาวน์มอไซ ซื้อDvD ผมซื้อทุกอย่างที่ผมอยากได้ ผมสามรถ ใช้เงินที่มีในตัวจากหลายๆพัน หมดแบบไม่เหลือสักบาทเดียว ผ่านในเวลาไม่ถึง 3 ชม. แต่ผมก็ไม่รู้สึกอะไร ผมคิดแค่ว่า ผมทำงานหนักและเหนื่อย ผมก็ควรได้พักผ่อนกับเงินที่ผมได้มา ตอนนั้น ผมเป็นบาริสต้า และ มีความรู้เรื่อง ไวน์ และบาร์เทรนเดอร์ ผมทรนง ตัวและคิดว่า ผมเก่ง ผมทำงานที่ไหนก็ได้ จนผมลาออกจากโรงแรมนั้น...
ผมมาทำงาน ในร้านกาแฟ และสร้างชื่อ ให้กับร้านนั้น ด้วยงานศิลปะ บนแก้วกาแฟ ของผม ในเวลานั้น ไม่มีใครทำสักเท่าไร ทุกอย่าง ก็ไม่ได้แย่เท่าไร และผมก็เปลี่ยน ร้านกาแฟ ไปเรื่อยๆ สะสม ประสบการณ์ ใหม่ๆ ผมเรียนรู้ หลายอย่างมากขึ้น และผมก็ ตั้งใจจะหยุดที่ร้านกาแฟร้านนึง แต่...
ตอนนั้น สภาพ การเงิน ผมเริ่มแย่ เพราะหลายอย่าง ที่เป็นหนี้ ตอนที่มีเงินเยอะ มันยังอยู่ แต่ตอนนี้ รายได้ผมเหลือแค่หลัก หมื่นกว่า ลดมาเป็นเท่าตัว และที่แย่ที่สุด คือ ทางร้าน มาแจ้งผมว่า ร้านจะปิด ในอีก 1 เดือนข้างหน้า ....! ตอนนั้นผมร็สึกไม่แย่เท่าไร เพราะผมยังเชื่อในความสามารถ ตัวเองอยู่ แต่ด้วยสภาวะตอนนั้น เป็นช่วงที่ ร้านกาแฟ เกิดขึ้นเยอะมาก คนที่พอมีความรู้ แบบ ผม ส่วนใหญ่เขาเปิดร้านกันเองและเลือกที่ จะ จ้างคนที่ทำไม่เป็นเพื่อมาสอนเพื่อลดคอสในการจ้าง เพราะตอนนั้น ร้านกาแฟ แข่งขันสู้มาก ผมไปสมัคร หลายที่ มาก แต่เขาก็ไม่รับ ด้วยสาเหตุต่างๆ แต่ผมเข้าใจนะ แต่สิ่งที่ผมคิดตอนนั้น คือผมจะทำยังไง ตอนนี้เงินที่มีอยู่ก็คงใช้ได้ถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้นแล้วเดือนหน้าผมจะทำอย่างไร ผมเหลือความหวังเดือนคือเงินเดือนผมและแฟน
แต่พอเงินเดือนผมและแฟนออก หลังจากจ่ายทุกอย่างแล้ว ผมเหลือเงิน อยู่ 4000 บาท ผมต้องวางเงินให้แฟนผมไปทำงาน วันล่ะ 100 บาท ผมไม่กล้าบอกแฟนว่าผมไม่มีเงิน เพราะผมอยากมีความเชื่อ ผมจะไม่ยอมให้แฟน ผมลำบาก ส่วมผมไม่เป็นไรหรอก ผมมักจะบอกตัวเองเสมอว่า ผมเคยลำบากกว่านี้
วันล่ะ100 เพื่อผมจะมีให้แฟนไปทำงานครบ 1เดือน คือ 3000 บาท ผมเหลือเงินติดตัว อยู่ 1000 และหมดเดือนนี้ผมจะตกงาน ผมเครียดมาก ผมรู้สึกถึงทางตัน มันมืดมนไปหมดเลย จนผมได้คุยกับพี่คนนึง เขา เป็นคริสเตียน เขาชวนให้ผม อธิฐาน แต่พระเจ้า บอกเลยว่าผมเองไม่เคยเชื่ออะไรแบบนี้เลยในชีวิต ผมเชื่อทุกอย่างที่พิสูจได้ ไม่มีศาสนา เชื่อว่าตายก็จบ แต่ตอนนั้น ผมมองไม่เห็นทางแล้ว ผมก็เลยอธิฐานกับพระเจ้าในศาสนาคริส ว่า หากพระเจ้ามีจริงช่วยทำอะไรก็ได้ ให้ผมรู้และชัดเจนได้ว่า พระเจ้าทำสิ่งนั้นได้คนเดียว หลังจาอธิฐาน 2ชั่วโมง แปลกดี ครับ ที่ผมรู้สึก เบาใจ รู้สึกไม่ได้แบกอะไร โล่ง (ปกติ 20กว่าปีที่ผ่านมา ผมทำทุกอย่างเพื่อแบกสิ่งนึง คือ คนที่ผมรักต้องสบาย) ก็ทำให้ผมเชื่อนะว่าพระเจ้า มีจริง แต่ชีวิตผมต้องเดินต่อ ตอนนั้น ผมไปสมัครขับรถส่งของที่บริษัทนึง แบบเป็นแอพในมือถือ ขับได้เวลาว่าง ผมเสียค่าสมัครไป 400 บาท ตอนนั้น ตอนกลางวันผมเป็นบาริสต้า ผมไม่กล้ากินข้าวกลางวัน ผมกลัวเงินจะไม่พอ ผม กิน ขนมที่ร้านจะแจกฟรีพร้อมกาแฟ หรือ กินน้ำตาล ที่มันหวานและกินน้ำตามเยอะ เพื่อเพิ่มพลังงาน ส่วนเงิน ที่เหลือก็เก็บไว้ซื้ออาหารกินตอนเย็นกับแฟน  และแลร้านก็ปิดตัวลง ผมจึงบอกเรื่องทั้งหมดแฟน เขาเสียใจมากที่ผมไม่บอกเขา ที่ผมอดข้าว เพื่อให้เขามีเงินไปกินที่ทำงาน
ช่วงแรก ในการขับรถ ส่งอาหาร ส่งของ มันดีมากเลย ผมหาเงินได้วันนึง ประมาณ5-7ร้อยบาท ต่อวัน แต่พอมีคนมาทำเยอะมากขึ้น มันก็ลดลง เหลือ300  100 และไม่ได้เลย ตอนนั้นผมรู้สึกแย่ มาก ผมบอกพระเจ้าว่า ผมไปโบสทุกอาทิตย์ วันเสาร์ผมไปซ้อมนมัสการ ผมรับใช้พระเจ้า แต่ทำไมชีวิตผมถึงเป็นแบบนี้ วันนั้นผมปิดแอป และขับรถกลับบ้านด้วยความหมดหวัง รู้สึกโดนหลอก ผมรู้สึกว่ามันเหนื่อยจังเลยที่ต้องสู้คนเดียว ผมด่าตัวเองว่าที่ผ่านมาผมใช้ชีวิตห่วย ไม่มีสมอง ผมซึ้มเศร้า และ อยากตาย ผมโทรหาพี่ ที่เป็นคริสเตียน ที่รู้จักกัน พี่เขาเล่า ให้ผมฟัง เกี่ยวกับเรื่องตอนที่พระเยซุ ทำการอัศจรรย์ กับปลาและขนมปังเพื่อเลี้ยงคนหลายพันคนในถิ่นทุรกันดาร  แล้วพี่เขาก็อธิฐานเผื่อ ผม ตอนนั้นไม่รู้ทำไม ผมคุกเข่าลง และร้องไห้หนักมาก หลังจากนั้นผมปวดหัวมาก ผมเข้าไปนอนในห้อง ผมตื่นขึ้นมาตอนเย็น และผมก็ตั้งใจ เริ่มใหม่ในวันพรุ่งนี้  ผมตัดสินใจ บอกทุกอย่างกับ ทุกเรื่อง ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะไม่เข้าใจเกี่ยวกับ พระเจ้าเท่าไร แต่เขาก็อยู่ข้างผม ผมออกไปขับรถ ในวันรุ่งขึ้น ผมคำอธิฐาน ซึ่งก่อนนั้นผมไม่เคยทำมันมาก่อน ผมเริ่มอธิฐานของาน พอได้งานผมอธิฐาน ขอบพระคุณ พอส่งงานเสร็จผม อธิฐานของานใหม่ และผมทำแบบทั้งวัน พร้อมกับ ขอหมายสำคัญ กับพระเจ้า ผม บอกว่า หาก พระองค์เห็นว่าผมควรกลับไปทำงานเป็นบาริสต้าเหมือนเดิม ขอพระเจ้าให้ร้านใหนก็ได้ที่ลูกเคยไปสมัครโทรกลับมา แต่นั้นหมายถึงลูกจะไม่ได้มาโบสทุกอาทิตย์หรือหากพระองค์ เห็นว่าลูก ควรทำสิ่งที่ลูกทำอยู่ทั้งหมด ขอให้วันนี้ลูกหาเงินได้มากกว่าทุกวัน และวันนั้นผมก็หาเงินได้ 5ร้อยกว่าบาท ซึ่งมันมากกว่าทุกวันที่ได้300หรือน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำ
หลังจากนั้น ผม ก็ตั้งไว้ในใจว่า ผม ต้องหาเงินได้วันล่ะ 300 โดยให้แฟนไปทำงาน 100 กินข้าวเย็น100 และข้าวกลางวันบวกค่าน้ำมัน100
ผมเดินหน้าสู้อีกครั้ง และผมตั้งใจจะไม่เป็นเหมือนเดิมอีก และผมดีขึ้นได้ โดยมีพระเจ้า............................
ผมไม่ได้สู้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว ผมมีพระเจ้า และผมเป็นลูกพระเจ้า  บทความที่ผมเล่านั้น เป็นเพียง บางช่วงบางตอน ผมเป็นคนไม่ดี ผมเป็นคนที่สังคมเคยรังเกียจในสมัยวัยรุ่น ผมเป็นบาป แต่เชื่อไหม มีผู้ชายคนนึงรักผมและ ทุกคนบนโลก มาก เขายอม เจ็บ และตาย และเป็นขึ้นเพื่ออยู่รอรักและดูแล เรา เคยมีคนบอกผม ว่า พระเจ้ารักผม แต่ผมไม่เชื่อ เพราะสำหรับผม พระเจ้ามองไม่เห็น แต่ตอนนี้ ผมเห็นแล้ว   หากมีใครบอกกับคุณว่า พระเจ้ารักคุณ  ขอให้คุณเชื่อเถอะ  เพราะนี้แหละ คือเรื่อง จริง  https://youtu.be/XxkNj5hcy5E  
ครั้งหน้า ผมจะมาเล่าเรื่องการตัดสินใจครั้งสำคัญ ระหว่าง  แฟนที่ผมรักที่สุด กับ พระเจ้า ถ้าต้องเลือก คุณจะเลือกอะไร

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่