JJNY : 4in1 ชัชชาติ-หญิงหน่อยกระแสดีพท.ดันคู่/ศรีสุวรรณยื่นเพิ่มโต๊ะจีน/วิษณุโยนกกต.เคาะวันลต./ปาบึกห่างนครศรีฯแค่500กม.

กระทู้คำถาม
ยัน ‘ชัชชาติ-หญิงหน่อย’ กระแสดี เพื่อไทยแพ็คเป็นทีม ดันคู่ แคนดิเดตนายก!
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2040136

ยัน ‘ชัชชาติ-หญิงหน่อย’ กระแสดี เพื่อไทยแพ็คเป็นทีม ดันคู่ แคนดิเดตนายก!


ยัน ‘ชัชชาติ-หญิงหน่อย’ กระแสดี – เมื่อวันที่ 3 ม.ค. นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชน-ข่าวสด ว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปตามกำหนดการเดิม ในวันที่ 24 ก.พ.นี้ และขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านนโยบายและด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การหาเสียง การเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนมากขึ้น

ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธ์ศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม ต่างมีความเหมาะสมที่จะถูกพรรคเสนอชื่อขึ้นให้อยู่ในบัญชีนายกฯ สำหรับคุณหญิงสุดารัตน์นั้น มีคะแนนความนิยมที่ดีมาโดยตลอด การลงพื้นที่รวมถึงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างเป็นได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

ขณะที่นายชัชชาติ นั้นมีประสบการณ์ด้านการเมือง รวมถึงการบริหารงานของภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติที่ดีของคนที่จะเป็นนายกฯ ดังนั้น ทั้งคู่จึงมีความเหมาะสม และยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ไม่ได้พูดคุยเพื่อตกลงกันทางการเมือง เราป้อนกันการกระทำผิดกฎหมายการฮั้วกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา

ส่วนการจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น จะต้องดูสถานการณ์ของพรรค เนื่องด้วยก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทย ถูกดูด ส.ส.ไปจำนวนหนึ่ง และเราจะไม่ส่งผู้สมัคร ถ้าคิดว่าคนๆนั้นจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน เพราะการส่งให้ครบทุกเขต ไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด

“ผมไม่กังวลว่าใครจะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ เพราะพรรคเพื่อไทยทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่ ความรับผิดชอบกันอยู่แล้ว ไม่มีใครจะทุบโต๊ะคิดคนเดียวได้เหมือนการบริหารงานในเวลานี้แน่นอน สำหรับคุณชัชชาติ นอกจากความรู้แล้ว ท่านมีประสบการณ์ การตัดสินใจของนายชัชชาติเมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ใจประชาชนมาก เขาไม่ได้พูดเพื่อเอาใจคน แต่พูดด้วยเหตุผล มีหลักการรองรับ ผมมีโอกาสคุยกับท่านมา เพราะอยู่ด้วยกัน 7 วัน หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 จึงเห็นทัศนคติและคิดว่าเป็นคนเก่ง นอกจากนี้จะยังได้เสียงคนรุ่นใหม่ ซึ่งโพลของท่านก็ดีมากเหมือนกัน” นายชัยเกษม กล่าว

นายชัยเกษม กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง หากเป็นรัฐบาลผสม เราจะต้องพูดคุยกับพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์เดียวกัน พร้อมรับฟังเงื่อนไขต่างๆจากพรรคการเมืองอื่น ทั้งนี้ จากที่ได้พูดคุยกับหลายฝ่าย เห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เป็นปัญหาสำคัญต่อการพัฒนาเดินหน้าประเทศชาติ เพราะถือว่าร่างขึ้นมาอย่างซ่อนเร้น ไม่มีความเป็นสากล ไม่เป็นธรรม ดังนั้น จึงต้องหาแนวทางการแก้ไข แม้จะมีเงื่อนไขทำให้แก้ไขยาก แต่ทุกอย่างเป็นไปได้เมื่อมีเสียงข้างมาก ยิ่งบวกกับประชาชนเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลในรัฐธรรมนูญนี้ จึงเชื่อว่าจะผ่านประชามติ ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้นำมาไปสู่ความขัดแย้งทุกครั้ง เพราะมันอยู่ที่เหตุผล ยิ่งวันนี้ที่จะมีการเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าหลายคนมองออกแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ถูกหลัก เช่น อยู่ดีเอา ส.ว.250 คนเข้าไปอยู่ในสภาโดยการแต่งตั้ง ประชาธิปไตยที่ไหนมีแบบนี้บ้าง ที่ 250 คนเลือกนายกฯได้ด้วย อยู่ได้ 5 ปี เท่ากับสภาของสมัย เชื่อว่าเมื่อได้ทำความเข้าใจกับประชาชน การทำประชามติจะไม่ยาก กังวลอย่างเดียวคือ จะมีคนออกมาขัดขวางด้วยเหตุผลแห่งความสงบ” นายชัยเกษม กล่าว




'ศรีสุวรรณ' ยื่นหลักฐานเพิ่มกรณีโต๊ะจีน 'พลังประชารัฐ'
https://www.voicetv.co.th/read/e1sltFmvv

เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อ กกต. กรณีโต๊ะจีนพลังประชารัฐ เชื่อเข้าข่ายข้าราชการการเมืองใช้ตำแหน่งเรี่ยไร และหน่วยงานของรัฐมีส่วนร่วมบริจาค

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องเรียนเพิ่มเติมต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีพรรคพลังประชารัฐจัดงานโต๊ะจีนระดมทุน โต๊ะละ 3 ล้านบาท 200 โต๊ะ ยอดเงินทะลุเป้า 650 ล้านบาทไปเมื่อ 19 ธันวาคม 2561 ที่เมืองทองธานี ซึ่งมีสำนักข่าวแห่งหนึ่งรายงาน 'ผังโต๊ะจีน' ระดมทุนดังกล่าว ระบุเป็นของกระทรวงการคลัง 20 โต๊ะ 60 ล้านบาท ททท. 3 โต๊ะ 9 ล้านบาท ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 76 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่บัญญัติห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมือง หรือเข้าร่วมกิจกรรมระดมทุนของพรรค

นอกจากนั้น ยังมีโต๊ะจีนในนามเลขาธิการพรรค 4 โต๊ะ 12 ล้านบาท และหัวหน้าพรรค 1 โต๊ะ 3 ล้านบาท และยังมี ดร. ที่ปรึกษาพิเศษ รมว. พาณิชย์ ซึ่งบริจาคสูงถึง 24 โต๊ะ 72 ล้านบาท กรรมการบริหารพรรคที่เป็นข้าราชการการเมือง 7 คน 3 โต๊ะ 9 ล้านบาท ในส่วนนี้ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 73 กฎหมายพรรคการเมือง ที่บัญญัติว่าห้ามมิให้ข้าราชการการเมืองใช้สถานะหรือตำแหน่งหน้าที่เรี่ยไร หรือชักชวนให้มีการบริจาคให้พรรคการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หากฝ่าฝืนระวางโทษจำคุก 2 - 10 ปี หรือปรับ 4 หมื่นถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

ทั้งนี้ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยได้ยื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนดไปแล้วเมื่อ 21 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้สมาคมฯ ได้เดินทางมายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมกับเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อที่ กกต. จะได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อเอาผิดพรรคการเมืองและบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายพรรคการเมือง 2560 บัญญัติต่อไป
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่