ผมกับแฟนอยู่คนละประเทศกันครับ แต่ก็อยู่ไม่ห่างกันเท่าไร นั่งเครื่อง 2-3 ชม ก็เจอกันได้แล้ว
คือไม่กี่วันมานี้เรามีปัญหากันละเถียงกันหนักมาก เพราะผมไม่สามารถเจาะจงวันเวลาว่างที่แน่นอน
ที่จะพาเธอเที่ยวในไทยได้ เธอจึงยังไม่สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ เรื่องทะเลาะมันเลยเกิดขึ้น
แต่ผมมีเหตุผลของผมคือ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พ่อผมล้มป่วยลง ลุงผมก็ไม่ค่อยแข็งแรง แม่ผมก็มีงานประจำทำ ทำให้ไม่สามารถมีคนมาจัดการธุรกิจที่บ้านได้ และผมก็เป็นลูกคนเดียว ซึ่งทุกๆวันผมจำเป็นต้อง run หลายๆอย่างเอง ไม่ว่าจะดีลกับธนาคาร ดีลกับบิลต่างๆของบ้าน ไหนจะเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งผมเองตั้งแต่เรียนจบมาก็ยังไม่มีงานประจำทำเป็นหลักแหล่ง ทำให้การจะใช้เงินก็ต้องมีการวางแผน จากเดิมที่เคยนัดกันไว้เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว ว่าผมตั้งใจจะพาเธอเที่ยวเมืองไทย (แต่นั่นเป็นช่วงก่อนที่พ่อผมจะล้มป่วย ผมจึงรับปากเธอไปว่ายังไงก็จะพาเธอเที่ยว แต่ไม่กี่วันถัดไปพ่อก็ป่วยทันที)
เมื่อหลายวันก่อน ในช่วงปีใหม่ เธอก็ดึงเรื่องเที่ยวมาพูดเปรยๆว่า ตอนนี้ตั๋วเครื่องบินจัดโปรเยอะช่วงกุมภา มีนา จึงอยากไปเที่ยวไทย ผมก็บอกว่าดูสถานการณ์ก่อนอีกสัก 1-2 อาทิตย์ได้ไหม เพราะตอนนี้ผมกำลังจะส่งใบสมัครงานประจำ และที่สำคัญถ้าผมจะหลบออกจากบ้านไป 3-4 วัน โดยวางทุกภาระไว้เลยมันก็จะดูยังไงๆอยู่ เพราะจะหาคนมาทำแทนก็ยาก เพราะมันเป็นงานประเภทหลังบ้าน คือธุรการ 108 อย่าง ทั้งกิจการที่บ้านและก็เรื่องบัญชีอะไรประจำบ้านอีก ไหนจะเรื่องต้องเทียวพาพ่อไปโรงพยาบาล ไปรับยาให้พ่ออีก ซึ่งบางครั้งการจะขอออกไปเที่ยวซัก 2-3 วันผมก็รู้สึกเกรงใจแม่และคนที่บ้านน่ะครับ (แต่ไม่ใช่ว่าผมจะไม่อยากไปหาแฟนนะ ผมก็เพิ่งไปหาเขามาเมื่อพฤศจิกาที่ผ่านมานี้เอง)
ผมก็พยายามอธิบายเรื่องเงื่อนไขของผมว่า ผมมีเหตุผลบางประการดังกล่าว ทำให้ตอนนี้ยังไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ว่าเธอจะซื้อตั๋วมาได้ตอนไหน (แต่ไม่ได้ cancel แผนที่จะให้เขามาเที่ยวนะครับ)
แต่เหมือนเธอจะไม่เข้าใจผม แล้วก็หาว่าผมดูเหมือนไม่ค่อยอยากเจอเธอ และออกแนวเหมือนกับผมมีความรู้สึกแค่ว่าอยากเจอ แต่ถึงไม่เจอก็ไม่เป็นไร แล้วก็บอกว่าเธอเข้าใจว่าผมมีภาระเยอะ และถามผมย้อนกลับว่า "ละเธอคิดว่าบ้านเราไม่มีปัญหาให้ดูแลเหรอ? ยายเราก็ป่วยเป็นโรคร้ายระยะสุดท้ายเหมือนกัน" (ผมเข้าใจข้อนี้นะ แต่โดยรวมแล้วคือบ้านเธอเป็นครอบครัวใหญ่ เธอไม่มีงานประจำทำ และเธอเองก็ไม่ใช่คนที่ทำหน้าที่หลักในการดูแลยาย + บ้านเธอจ้างลูกจ้างไว้ดูแลยายหลายคน แถมมีธุรกิจครอบครัวที่แม่เขาก็บริหารด้วยตัวเองตลอด เธอจึงไม่ค่อยมีภาระอะไรให้จัดการเท่าไรนอกจากหางานประจำทำ) แต่เธอเหมือนโกรธผมและน้อยใจเป็นอย่างมาก หาว่าผมไม่อยากเจอเธอ และหาว่าผมสัญญาอะไรที่ล่องลอยจับต้องไม่ได้
คือคุณเข้าใจผมปะ คนที่มีภาระงาน หน้าที่เยอะๆ ไอ้เรื่องการจองตั๋วเครื่องบินข้ามปี ล่วงหน้าเป็นเดือนๆเป็นปีๆ เช่น จองวันนี้ แต่บิน กุมภา 2020 อะ คือผมทำไม่ได้ มันจะมีความรู้สึกพะวงอยู่ตลอดเวลา ว่า เฮ้ยถ้าเราจองไปแล้ว มันจะเป็นการบังคับตัวเองให้ต้องไปวันนั้น เวลานั้นมากเกินไปหรือเปล่า? แล้วถ้าเกิดมีเหตุอะไรขัดข้องในตอนนั้นล่ะ จะทำยังไง? ถ้าเกิดมีอะไรฉุกเฉินเกิดขึ้น ละเราเป็นคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบเรื่องต่างๆขึ้นมาล่ะ? และที่สำคัญผมไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรแบบนั้นขึ้นตอนวันก่อนจะเดินทาง เพราะมันจะเป็นการ cancel ทริป การเที่ยวไปโดยอัตโนมัติไปเลย และจะยิ่งเสียความรู้สึก
ใจผมนะอยากให้มันชัวร์ๆก่อน อย่างน้อยก็ชัวร์ว่าจะไม่มีปัญหาอะไรขัดข้องอะ (ถึงแม้มันจะไม่ 100% ก็ตาม) แต่อย่างน้อยการจะฟิกซ์วัน เวลาล่วงหน้าให้แน่นอน และจัดตารางให้เรียบร้อยแบบไม่กังวลเรื่องอะไรขัดข้อง ผมคิดว่า 2-3 เดือนล่วงหน้าน่าจะลิมิตไกลสุดๆแล้ว คือ เกินกว่านี้ผมว่ามันเสี่ยงแล้วเพราะเราไม่รู้ว่าข้างหน้านั้นเราจะเจอเหตุขัดข้องอะไรที่เราควบคุมไม่ได้หรือเปล่าไง คือตั๋วถูก ตั๋วแพงผมไม่คิดอะไรมากหรอก นึกอยากไปไหน จองวันนั้น หรือจองวันนี้ เดินทางอาทิตย์ก็ยังได้ ขอให้มันเป็นทริป เป็นการเที่ยวที่ราบรื่น ไม่พะวงหน้าพะวงหลังอะ แต่เขาก็เอาแต่น้อยใจ หาว่าผมไม่ทุ่มบ้าง ไม่คิดถึงใจเธอบ้าง อะไรทำนองนี้อะ
มีใครเข้าใจผมบ้าง
(อีกใจผมก็อยากจะถามนะ ว่าใครเป็นฝ่ายผิดในเรื่องนี้ แต่คิดๆแล้วทำแบบนั้นก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ไม่แฟร์กับฝ่ายแฟนผมด้วย และพวกคุณก็กำลังฟังความข้างเดียวจากผมอยู่ด้วย)
ทำยังไงจะให้แฟนเข้าใจผมครับ?
คือไม่กี่วันมานี้เรามีปัญหากันละเถียงกันหนักมาก เพราะผมไม่สามารถเจาะจงวันเวลาว่างที่แน่นอน
ที่จะพาเธอเที่ยวในไทยได้ เธอจึงยังไม่สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ เรื่องทะเลาะมันเลยเกิดขึ้น
แต่ผมมีเหตุผลของผมคือ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พ่อผมล้มป่วยลง ลุงผมก็ไม่ค่อยแข็งแรง แม่ผมก็มีงานประจำทำ ทำให้ไม่สามารถมีคนมาจัดการธุรกิจที่บ้านได้ และผมก็เป็นลูกคนเดียว ซึ่งทุกๆวันผมจำเป็นต้อง run หลายๆอย่างเอง ไม่ว่าจะดีลกับธนาคาร ดีลกับบิลต่างๆของบ้าน ไหนจะเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งผมเองตั้งแต่เรียนจบมาก็ยังไม่มีงานประจำทำเป็นหลักแหล่ง ทำให้การจะใช้เงินก็ต้องมีการวางแผน จากเดิมที่เคยนัดกันไว้เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว ว่าผมตั้งใจจะพาเธอเที่ยวเมืองไทย (แต่นั่นเป็นช่วงก่อนที่พ่อผมจะล้มป่วย ผมจึงรับปากเธอไปว่ายังไงก็จะพาเธอเที่ยว แต่ไม่กี่วันถัดไปพ่อก็ป่วยทันที)
เมื่อหลายวันก่อน ในช่วงปีใหม่ เธอก็ดึงเรื่องเที่ยวมาพูดเปรยๆว่า ตอนนี้ตั๋วเครื่องบินจัดโปรเยอะช่วงกุมภา มีนา จึงอยากไปเที่ยวไทย ผมก็บอกว่าดูสถานการณ์ก่อนอีกสัก 1-2 อาทิตย์ได้ไหม เพราะตอนนี้ผมกำลังจะส่งใบสมัครงานประจำ และที่สำคัญถ้าผมจะหลบออกจากบ้านไป 3-4 วัน โดยวางทุกภาระไว้เลยมันก็จะดูยังไงๆอยู่ เพราะจะหาคนมาทำแทนก็ยาก เพราะมันเป็นงานประเภทหลังบ้าน คือธุรการ 108 อย่าง ทั้งกิจการที่บ้านและก็เรื่องบัญชีอะไรประจำบ้านอีก ไหนจะเรื่องต้องเทียวพาพ่อไปโรงพยาบาล ไปรับยาให้พ่ออีก ซึ่งบางครั้งการจะขอออกไปเที่ยวซัก 2-3 วันผมก็รู้สึกเกรงใจแม่และคนที่บ้านน่ะครับ (แต่ไม่ใช่ว่าผมจะไม่อยากไปหาแฟนนะ ผมก็เพิ่งไปหาเขามาเมื่อพฤศจิกาที่ผ่านมานี้เอง)
ผมก็พยายามอธิบายเรื่องเงื่อนไขของผมว่า ผมมีเหตุผลบางประการดังกล่าว ทำให้ตอนนี้ยังไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ว่าเธอจะซื้อตั๋วมาได้ตอนไหน (แต่ไม่ได้ cancel แผนที่จะให้เขามาเที่ยวนะครับ)
แต่เหมือนเธอจะไม่เข้าใจผม แล้วก็หาว่าผมดูเหมือนไม่ค่อยอยากเจอเธอ และออกแนวเหมือนกับผมมีความรู้สึกแค่ว่าอยากเจอ แต่ถึงไม่เจอก็ไม่เป็นไร แล้วก็บอกว่าเธอเข้าใจว่าผมมีภาระเยอะ และถามผมย้อนกลับว่า "ละเธอคิดว่าบ้านเราไม่มีปัญหาให้ดูแลเหรอ? ยายเราก็ป่วยเป็นโรคร้ายระยะสุดท้ายเหมือนกัน" (ผมเข้าใจข้อนี้นะ แต่โดยรวมแล้วคือบ้านเธอเป็นครอบครัวใหญ่ เธอไม่มีงานประจำทำ และเธอเองก็ไม่ใช่คนที่ทำหน้าที่หลักในการดูแลยาย + บ้านเธอจ้างลูกจ้างไว้ดูแลยายหลายคน แถมมีธุรกิจครอบครัวที่แม่เขาก็บริหารด้วยตัวเองตลอด เธอจึงไม่ค่อยมีภาระอะไรให้จัดการเท่าไรนอกจากหางานประจำทำ) แต่เธอเหมือนโกรธผมและน้อยใจเป็นอย่างมาก หาว่าผมไม่อยากเจอเธอ และหาว่าผมสัญญาอะไรที่ล่องลอยจับต้องไม่ได้
คือคุณเข้าใจผมปะ คนที่มีภาระงาน หน้าที่เยอะๆ ไอ้เรื่องการจองตั๋วเครื่องบินข้ามปี ล่วงหน้าเป็นเดือนๆเป็นปีๆ เช่น จองวันนี้ แต่บิน กุมภา 2020 อะ คือผมทำไม่ได้ มันจะมีความรู้สึกพะวงอยู่ตลอดเวลา ว่า เฮ้ยถ้าเราจองไปแล้ว มันจะเป็นการบังคับตัวเองให้ต้องไปวันนั้น เวลานั้นมากเกินไปหรือเปล่า? แล้วถ้าเกิดมีเหตุอะไรขัดข้องในตอนนั้นล่ะ จะทำยังไง? ถ้าเกิดมีอะไรฉุกเฉินเกิดขึ้น ละเราเป็นคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบเรื่องต่างๆขึ้นมาล่ะ? และที่สำคัญผมไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรแบบนั้นขึ้นตอนวันก่อนจะเดินทาง เพราะมันจะเป็นการ cancel ทริป การเที่ยวไปโดยอัตโนมัติไปเลย และจะยิ่งเสียความรู้สึก
ใจผมนะอยากให้มันชัวร์ๆก่อน อย่างน้อยก็ชัวร์ว่าจะไม่มีปัญหาอะไรขัดข้องอะ (ถึงแม้มันจะไม่ 100% ก็ตาม) แต่อย่างน้อยการจะฟิกซ์วัน เวลาล่วงหน้าให้แน่นอน และจัดตารางให้เรียบร้อยแบบไม่กังวลเรื่องอะไรขัดข้อง ผมคิดว่า 2-3 เดือนล่วงหน้าน่าจะลิมิตไกลสุดๆแล้ว คือ เกินกว่านี้ผมว่ามันเสี่ยงแล้วเพราะเราไม่รู้ว่าข้างหน้านั้นเราจะเจอเหตุขัดข้องอะไรที่เราควบคุมไม่ได้หรือเปล่าไง คือตั๋วถูก ตั๋วแพงผมไม่คิดอะไรมากหรอก นึกอยากไปไหน จองวันนั้น หรือจองวันนี้ เดินทางอาทิตย์ก็ยังได้ ขอให้มันเป็นทริป เป็นการเที่ยวที่ราบรื่น ไม่พะวงหน้าพะวงหลังอะ แต่เขาก็เอาแต่น้อยใจ หาว่าผมไม่ทุ่มบ้าง ไม่คิดถึงใจเธอบ้าง อะไรทำนองนี้อะ
มีใครเข้าใจผมบ้าง
(อีกใจผมก็อยากจะถามนะ ว่าใครเป็นฝ่ายผิดในเรื่องนี้ แต่คิดๆแล้วทำแบบนั้นก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ไม่แฟร์กับฝ่ายแฟนผมด้วย และพวกคุณก็กำลังฟังความข้างเดียวจากผมอยู่ด้วย)