ไป"บ้านวรรณโกวิท" แต่กินคนเดียวเลยได้แค่นี้

กระทู้สนทนา
ปีที่ผ่านมารู้สึกว่าตัวเองแย่นิดหน่อย  สุขภาพไม่ฟิตเปรี๊ยะเหมือนเคย  แถมนิสัยยังแย่ เพี้ยนเพลีย


แย่มากที่สุดคือช่วงปลายปีนั้น รู้สึกตัวเองอารมณ์ดุเดือดง่าย นิดก็ยั้วะหน่อยก็ปรี้ดแตก โมโหเกิดทีก็จะป่วนเขาไปทั่ว รู้สึกว่าตัวเองมีความเครียดสะสมค่อนข้างสูง ยิ่งตอนสิ้นปีงานเยอะมาก เป็นงานที่ต้องประสานงานกับคนอื่น ก็ร่ำๆจะเป็น"ประสานงา"เสียหลายครั้ง  แต่คิดได้ว่า อุ๊ย ไม่อยากเป็นช้าง ไม่เอาๆๆๆๆ


ปีใหม่ก็เรียกว่าทำงานไม่ได้หยุดเลย เพราะลูกค้าต่างประเทศไม่สนใจ พี่แกทำงานและส่งงานมาให้ตลอด ก็ถือว่าดีที่มีงานทำ แต่เรารู้สึกว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้างแล้ว จะนั่งเกาะโต๊ะทำงานอยู่ที่บ้านไม่ได้แล้ว เดี๋ยวอกแตกตาย ต้องหาทางระบายความเครียดที่สะสมอยู่ ต้องหาที่ไป เพี้ยนแว๊น


เลยตัดสินใจแบบด่วนๆ  หาห้องพักแบบเร่งด่วน ที่ดีๆถูกใจก็เต็มหมด ไม่งั้นก็ราคาสูงลิบสู้ไม่ไหว ก็จำใจยอมรับอะไรที่พอมีให้ไปซุกหัวนอน  เสร็จแล้วก็แบกเป้เข้าพระนคร โดยเกือบๆจะตัดขาดการสื่อสารกับคนอื่นๆ ตั้งใจว่าอยาก"ปลีกวิเวก" เผื่อจะหายบ้า


วันสิ้นปี ได้ที่นอนแถวสะพานตากสิน จากที่คิดว่าที่พักที่จองได้แบบด่วนๆคงไม่ได้เรื่อง กลายเป็นว่าเด็ดมาก สามารถนอนดูพลุICONSIAMได้จากบนเตียงที่ตั้งติดหน้าต่างกระจกเลย ถือว่าตัวเองส่งท้ายปีได้ถูกใจดี



วันรุ่งขึ้นแบกเป้ออกจากโรงแรมแต่เช้า เหล่ๆร้านเป็ดย่างประจักษ์แต่ต้องเปลี่ยนใจ เพราะหน้าร้านมีคนออรอคิวเต็มหน้าร้าน เลยแบกเป้มุ่งหน้าไปที่พักแห่งที่สองที่อยู่แถวถนนดินสอ


เป็นครั้งแรกในรอบกี่ปีก็ไม่ทราบที่หนอนฯได้ขึ้นรถเมล์ร้อน  จากบางรักถนนโล่งดีมากในวันขึ้นปีใหม่ และหนอนฯก็แบกเป้ยืนโหนรถเมล์อยู่แป้ป และเมื่อมีที่นั่งว่าง ก็มีสุภาพบุรูษใจดีท่านหนึ่งเชื้อเชิญให้นั่ง  ว้าว รู้สึกตัวเองเป็นเลดี้ม้ากมากค่ะอมยิ้ม29


ไปถึงที่พักแห่งที่สองเร็วห้องพักยังไม่ว่าง ก็ฝากกระเป๋าแล้วเตร็ดเตร่ไปในละแวกนั้น  มองเห็นร้านดังระดับตำนานทั้งหลายมีคนมากมายรอคิวราวกับประท้วงอะไรกัน


เดินโต๋เต๋ผ่านแผงสลากข้างอนุสรณ์สถานวีรชนตุลาคม เลยนึกขึ้นได้ว่ามีของโปรดในร้านดังด้านหลังแผงสลาก "บ้านวรรณโกวิท"


พาตัวเองเดินเข้าร้านไป 11โมงนิดหน่อย  พบว่าเราไม่ใช่ลูกค้ารายแรกของปีนี้สำหรับบ้านวรรณโกวิท เพราะมีลูกค้าสองท่านนั่งอยู่ก่อนแล้ว
เดินขึ้นบ้านไม้เก่าแก่ ถอดรองเท้าและเลือกโต๊ะขนาดเล็กเพราะเราไปคนเดียว


บ้านวรรณโกวิทเป็นบ้านไม้เก่าดูโบราณและไม่ผ่านการปรุงแต่ง ภายในตกแต่งเหมือนบ้านคนทั่วไปที่ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ของครอบครัว  มีภาพถ่ายของคนหลายรุ่น เห็นแล้วนึกถึงบ้านเก่าของยายที่เคยอาศัยสมัยเป็นเด็กน้อย ทั้งตู้ทั้งโต๊ะทั้งของประดับตกแต่งและรูปถ่ายดูให้อารมณ์เหมือนเราย้อนวัยไปวันที่ยังเยาว์


เรารับเมนูมาดู  แต่ความจริงก็ไม่จำเป็นเพราะตั้งใจมากินของสองอย่าง คือข้าวแช่และปั้นขลิบนึ่งไส้ปลา  



(ค่าอาหารและเครื่องดื่มรวมทั้งสิ้น 380บาทค่ะ)


เนื่องจากมาคนเดียว คิดว่าจะไม่สามารถบริโภคอะไรได้มากไปกว่านี้ค่ะ
สำหรับเครื่องดื่ม หนอนฯเลือกน้ำอัญชัญมะนาว โดยขอแบบหวานน้อย



ข้าวแช่ถูกเสิร์ฟมาแบบที่เห็นในภาพ  ทั้งนี้เราสามารถขอเติมข้าวและน้ำแข็งได้นะคะ





น้ำสำหรับข้าวแช่หอมเย็นชื่นใจถูกใจเหลือเกิน หอมแบบพอดีๆ หอมเหมือนที่เคยคุ้นสมัยยังเด็ก ตัวเม็ดข้าวเมื่อแช่น้ำก็น้ำไม่ขุ่นค่ะ
เครื่องเคียงจัดมาให้เยอะมาก  ยิ่งบอกว่าเติมข้าวได้นี่ แอบคิดว่ากินเอาอิ่มได้เลย อยากแนะนำว่าถ้าไปสองคนสั่งชุดเดียวก็พอค่ะ จะได้ชิมอย่างอื่นๆได้
เพราะดูจากบ้านแล้ว เชื่อว่าอาหารบ้านนี้ ฝีมือโบราณแท้ค่ะ เม่าอดีต


ปั้นขลิบนึ่งไส้ปลาอร่อยมากทีเดียว ตัวแป้งปั้นและขลิบมาสวยมาก ไส้ตู้มแต่ออกจะเผ็ดพริกไทยมากอยู่สักหน่อย ถ้าใครกินเผ็ดไม่เก่งอาจต้องระวังนะคะ


สมัยหนอนฯยังเด็ก ผู้ใหญ่บอกว่าการทำข้าวแช่นั้น"เรื่องเยอะ" ตั้งแต่ข้าวก็ต้องหุงเป็น"ตากบ"แล้วขัดจนมั่นใจว่าเมื่อแช่ในน้ำแล้วน้ำไม่ขุ่น เครื่องเคียงก็แสนจะจุกจิก และเราจะได้กินก็ต่อเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน ถือเป็นของว่างในยามอากาศร้อนอบอ้าว


แต่ปัจจุบันเมืองไทยนั้นร้อนทั้งปี  และหนอนฯก็ว่าดีจริงๆที่มีบางร้านมีข้าวแช่ขายให้ได้ชิมกันทั้งปีนะคะ


สำหรับท่านใดที่มองหาข้าวแช่ หนอนฯแนะนำว่าลองชิมของร้านนี้ดูค่ะ เข้าไปดูเฟสบุคของเขาก่อนก็ได้ ว่าเปิดขายวันไหนเวลาใด
และ ไม่แนะนำให้เอารถไปนะคะ  เพราะวันปีใหม่ที่หนอนฯไปชิมมา มีรถทยอยเข้าไปจอดหลายคัน และหนอนฯคิดว่าถ้าไม่ได้มาด้วยกันเกรงว่าคันที่จอดด้านในจะออกลำบากค่ะ บ้านเขาพื้นที่ไม่เยอะและซอยก็แคบมากด้วย


เสร็จจากมื้อสวยในบ้านหลังเก่าแก่ หนอนฯอารมณ์ดีจัด และหลังจากนั้นก็เดินร่อนไปอีกหลายกิโลเมตร ได้ทำบุญทำกุศลหลายจุด ได้รำลึกความหลังในสถานที่หลายแห่ง หนอนฯเพลิดเพลินมาก และเวลาช่วงสองคืนในพระนครก็หมดไปอย่างรวดเร็ว


วันนี้กลับบ้านด้วยอารมณ์ผ่องใส เริ่มเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างสดชื่นสุดๆ นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าตัวเองยังสุขภาพดีอยู่มาก เพราะเดินได้เยอะมากตลอดสามวันที่ผ่านมา


นี่งานเสร็จแล้วสำหรับตอนนี้ ก็เลยอยากเอาเมนูข้าวแช่ที่ได้กินมาอวดเพื่อนๆชาวก้นครัวค่ะ


อมยิ้ม29อมยิ้ม29อมยิ้ม29สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้ทุกท่านสุขกายสุขใจคิดสิ่งใดก็สมปรารถนานะคะอมยิ้ม29อมยิ้ม29อมยิ้ม29
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่