แค่อยากแชร์ชีวิต เมื่อผมแอบชอบเพื่อนสนิทแล้ว....

กระทู้คำถาม
ก่อนอื่นเลยต้องขอบอกว่ากระทู้นี้ค่อนข้างยาวนะครับ ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรนอกจากอยากจะแชร์เรื่องราวในปี 2018 ก่อนจะทิ้งมันไว้แล้วเริ่มต้นใหม่ในปี 2019
     ปัจจุบันผมเป็นเด็กปี 4 ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งย้อนกลับไปช่วงมัธยมผมจบโรงเรียนชายล้วนมาครับ ไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลย 22 ปี ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาค่อนข้างดี 555555
สไตล์ลูกคนจีน ลูกคนเดียวพ่อแม่ค่อนข้างที่จะตามติด เลยไม่เคยสนใจมองผู้หญิงคนไหนเลย บวกกลับเป็นคนเลือกเยอะ แล้วเรื่องมาก เทคแคร์ใครไม่ค่อยเป็น เป็นคนเรียบร้อย ผิวขาวบ้างคนก็อาจจะคิดว่าผมเป็นเกย์หรือป่าว เลยไม่มีใครเข้ามาจีบ
     เมื่อผมเข้าปีหนึ่งผมหลุดออกจากโรงเรียนชายล้วน ได้เจอเพื่อนผู้หญิงมากขึ้น ก็ไม่ได้เอะใจอะไร ไม่มีใครตรงสเปกเราเลยสักคน ตอนนั้นผมเป็นผู้นำเชียร์ด้วยครับ ต้องซ้อมและกลับดึกแทบทุกวัน ผมมีเพื่อนผู้หญิงคนนึงซึ่งสนิทกัน เรียนคณะเดียวกัน เจอกันทุกวัน ตัวแทบจะติดกันตลอดเวลา แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรนะครับ ไม่มีอะไรตรงสเปกผมสักอย่าง เป็นแค่เพื่อนจริงๆ เรากลับหอทางเดียวกันครับ ส่วนมากเขาจะรอผมซ้อมหลีดเสร็จแล้วไปหาข้าวกิน กลับหอพร้อมกัน พอทุกวันๆเข้า เราก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น เริ่มไปเที่ยวกัน 2 คน กินข้าว ดูหนัง เล่นไอซ์สเกต มีอะไรเราก็ช่วยเหลือกันตลอด ผมยอมรับครับว่าผมเริ่มมีความรู้สึกที่ดีกับเขา แต่ผมสับสนครับ ด้วยความที่เราไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักมาก่อนเลย ผมก็ไม่แน่ใจว่านั้นรัก หรือ หลง ความรักสำหรับผม ผมไม่อยากให้มันเป็นเรื่องเล่นๆ ที่แค่ประทับใจแล้วก็คบกัน ไม่อยากจะต้องเลิกและเสียเพื่อนครับ เลยเลือกที่จะดูไปเรื่อยๆ ก่อนดีกว่า
     นานวันเข้าผมก็เริ่มมีความรู้สึกที่ดีกับเขามากขึ้นเรื่อย แต่การที่จะบอกความรู้สึกนั้นมันยากยิ่งกว่า เราสนิทกันมากขึ้นครับจนกลัวที่จะบอกความรู้สึกแล้วผิดหวังแล้วจะเสียความเป็นเพื่อนไป แค่แอบชอบเขาเราก็มีความสุขแล้ว
      แล้ววันหนึ่ง มีรุ่นพี่มาจีบเขาครับ เป็นรุ่นพี่ในคณะ ตอนนั้นทำให้ผมมั่นใจเลยครับว่า ผมชอบเขาแล้วจริงๆ มันมีหลายความรู้สึกมากครับ ความหึง หวง เสียใจ เจ็บ แต่ทุกอย่างนั้นผมแสดงออกไม่ได้เพราะมีคำว่าเพื่อนมากั้นอยู่ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน หลายคนอาจจะคิดนะครับว่า บอกๆไป จะได้ชัดเจน จบๆ ไป แต่สำหรับผมแล้วผมกลัวครับ กลัวที่จะเสียเพื่อนสนิทไปหรือเขากับเราอาจจะไม่สนิทกันเหมือนเดิมถ้าเขารู้ความจริง
     เขาดูสนิทกันมาก ไปดูหนัง กินข้าว ไปเที่ยว โน่นนี่นั้นเต็มไปหมด เอาง่ายๆคือ เวลาที่เขาเคยมีให้เรามันไม่มีอีกแล้ว เดินกลับด้วยกันอยู่ดีๆ ทิ้งเราไว้กลางทางเฉยเมื่อพี่เขาโทรมา เราไปนั่งเล่นห้องเขา พี่เขามาก็ไล่เรากลับ ผมลืมกุญแจหอเข้าห้องไม่ได้ จะขอไปอาศัยห้องคืนนึง ยังไม่ให้ผมเข้าเลยครับ บอกว่าพี่อยู่ ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งนะครับ เขากับพี่คนนั้นก็ไม่ได้เป็นแฟนกันนะครับ คุยกันแบบพี่น้องมากกว่า แต่พี่คนนั้นไม่ยอมเปิดตัวครับ เขาเจ้าชู้คุยเยอะ เราก็เตือนเพื่อนแล้วครับแต่เขาก็ไม่ฟัง เขาใจแหละครับคนที่เขารักกัน เขาคงหวังว่าสักวันจะแก้ไขปรับปรุงตัวได้ สิ่งที่ผมเจ็บที่สุดเลยคือ มีวันนึงเขาชวนผมไปเดินห้างกันสองคนเหมือนแต่ก่อน ผมก็ดีใจสิครับ ไปทันทีเลย แต่เมื่อผมไปถึง เขาก็แวะซื้อเสื้อครับ บอกว่าใกล้วันเกิดพี่คนนั้นแล้ว เลยให้ผมมาลองเสื้อให้หน่อยว่าสีไหนดี เพราะสีผิวค่อนข้างใกล้เคียงกัน เป็นความรู้สึกที่โคตรชาเลยครับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธอะเนอะเพราะเป็นเพื่อนกันเรื่องแค่นี้ก็ทำให้ได้แหละ ก็เลยทำให้แบบโคตรเจ็บเลยครับ
     นานๆเข้า ผมก็เริ่มชินและชากับชีวิตแบบนี้ เริ่มที่จะทำใจได้บ้าง ที่บ้านผมก็รับรู้นะครับว่าผมชอบเขา แต่เขาก็ไม่ติดอะไรค่อยๆดูกันไปก่อน เวลาผ่านไปนานเข้าๆ ในที่สุดเขาก็เลิกกันครับ เพราะพี่คนนั้นไปมีคนใหม่ เราเองก็แอบดีใจนิดๆนะครับ แต่ก็ยังเลือกที่จะยังไม่บอกความรู้สึกเขาเพราะว่ามันก็จะดูไม่ดีที่เขาเพิ่งเลิกกันแล้วเราเสียบต่อเลย คนในคณะรู้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี
     เวลาผ่านไป ช่วงปิดเทอมเขาบินไปเรียน summer ที่ต่างประเทศครับ ตอนนั้นผมคิดไว้แล้วว่าอีกสองเดือนเขาจะกลับมา ผมจะบอกความรู้สึกของผมให้เขาได้รับรู้ อย่างน้อยเขาก็ได้รับรู้ แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้นครับ ในระหว่างที่เขาไปเรียนนั้นในระยะเวลา 2 เดือน เขามีแฟนใหม่ที่นั้นสองคนครับ ผมก็กลับมารู้สึกแบบเดิมอีกแล้ว หึง หวง แต่ทำอะไรไม่ได้ครับ ถึงขั้นที่ไม่กล้าเปิดไอจี ดูสตอรีเลย 5555 ผมเล่าทุกอย่างให้ที่บ้านฟังครับ ที่บ้านเริ่มไม่โอเคกับเขา เขาบอกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดีที่เขาควรทำเวลาผ่านไปไม่กี่เดือนแต่มีคนมาคบเรื่อยๆ เป็นผู้หญิงคนภายนอกจะมองว่ามันไม่ดี แล้วบวกกับที่เขาเป็นคนใช้เงินฟุ่มเฟือย ทานของแล้วเหลือ ต้องการคนเอาใจตลอดเวลา ที่บ้านก็ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นป๊าม้าก็แล้วแต่ผมครับ เขาก็ได้แค่แนะนำ เขาสองคนก็ดูคบกันมาเรื่อย ผมก็โทรไปหาเขาที่ต่างประเทศบ้าง (ทำลายบรรยากาศสองต่อสองว่างั้น) คุยเป็นชั่วโมงเลยครับ แต่ครั้งนี้มันก็เจ็บนะครับ แต่มันน้อยกว่าครั้งก่อน ผมอาจจะเริ่มชินก็ว่าได้
2 เดือนผ่านไป เพื่อนผมกลับมาแล้วครับ พี้อมกับมาบอกผมว่า เขาเลิกกับแฟนแล้วเพราะระยะทางที่ต้องห่างกัน ตาม lope เดิมครับผมก็ดีใจ แต่ก็เลือกที่จะไม่บอกความรู้สึกกับเขาเพราะเราก็คิดถึงพ่อแม่เราที่เขาก็บอกเราว่าให้ดูดีๆก่อนนะ คนอื่นเขาจะมองว่าเราไปเสียบต่อมันจะไปเป็นขี้ปากคนอื่น ค่อยๆดูกันไป เป็นเพื่อนสนิทกันแบบนี้ไปก่อน
      เวลาผ่านไป พวกเราขึ้นปี 3 กันแล้ว เราก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นไปอีก แทบไม่มีความลับต่อกัน เขาก็มีมานอนหอผมบ้าง หลายรอบอยู่ เช่น เสร็จงานดึก งานกลุ่ม ดูหนังรอบดึก ไปปาร์ตี้ แต่ผมก็ให้เกียรตินะครับ ไม่ได้ทำอะไรเลย เอาหมอนกั้นให้อีกต่างหากเขาก็ไว้ใจเราด้วยเลยไม่ได้มีอะไรเกินเลย พ่อแม่รับรู้หมดครับ เคยนัดทานข้าวกันทั้งสองบ้านด้วย ก็สนุกสนานกันไป จนผมเริ่มมั่นใจที่จะบอกความรู้สึกกับเขาครับ
     แต่ว่า มีรุ่นพี่ปี 4 คนนึงเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยครับ มาชอบเขา เขาก็ดูจะชอบด้วย ทุกอย่างวนเป็น lope เดิมครับ เจ็บ เศร้า และชิน เขาไปปาร์ตี้กัน ผมไม่เคยไปกับพวกเขาเลย ไม่อยากเห็นภาพบาดตา กอดกัน โน่นนั้นนี่ ผมเริ่มเชื่อคำที่บ้านผมละว่าไม่เห็นด้วยที่จะคบกัน เลยทำให้ผมเริ่มตัดใจได้เร็วกว่าครั้งก่อนๆ
     เคยได้ยินไหมครับว่า ความรักบางทีก็ทำให้เราตาบอดและขาดสติ ผมทำในสิ่งที่เป็นบทเรียนที่แพงที่สุดในชีวิตลงไป ในเมื่อเขามีใหม่ได้ เราก็ทำได้เหมือนกัน เป็นคนดีมันน่าเบื่อจะตาย ผมคุยแชทกับแฟนเก่าเพื่อนครับ คนนี้เราเคยถ่ายส่วนนั้นส่งให้กันดู เซกส์โฟน บลาๆๆ เยอะแยะไปหมด วันนั้นไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมทักไปหาเขาว่า “เหงาจัง มาห้องเราไหม อยากเอาอะไรมาเล่นก็เตรียมมานะ” แฟนเก่าเพื่อนอะครับ เขาแอบชอบผมมานาน เขาก็รีบตอบตกลงทันทีและรีบนั่งรถมาหาผม ผมรีบเคลียร์งานให้เสร็จเพื่อต้อนรับแขก เมื่อเขามาถึงเราก็คุยกันสักพักครับ จนผมได้สติเลยบอกกับเขาว่า เราขอโทษนะ เราทำไม่ได้อะ เราแค่อกหักแล้วแค่อยากประชดชีวิต เขาก็เข้าใจนะครับตอบกลับมาว่าไม่เป็นไร เราเข้าใจ เขาก็ยอกว่าเขาเอายามาเล่นนะขอนิดนึงได้ไหม เราก็ไม่ได้ติดอะไรครับ เลยตอบตกลงไป สักพักพอเขาเล่นเสร็จเจาก็บอกว่าเขาร้อนขอถอดเสื้อนอนนะ เราก็โอเคครับเราก็นั่งอยู่บนเตียงกันทั้งคู่กับไฟดวงเล็กๆหนึ่งดวง สักพักเจาก็เริ่มจะรุกล้ำผม แล้วด้วยความที่เราซิงมาตลอด 22 ปี ก็เลยตามน้ำเลยครับ ผมเทคไวอากร้าเข้าไปเม็ดนึงด้วยเพราะอยากลอง นั้นแหละครับ ครั้งแรกของผม ทั้งคืนเลย 6 รอบ อย่าได้ลองเชียวครับ 555555 ก็มีถุงแตกบ้าง ก็ไม่ได้คิดอะไร เช้ามาก็เปลี่ยนผ้าปูที่นอน แยกย้าย ผมก็ออกไปเรียนตามปกติครับ
     เวลาผ่านไป ผมก็เริ่มทำใจกับเพื่อนผมได้บ้างแล้วครับ เป็นเพื่อนมันสบายใจกว่าจริงๆ แล้วทุกอย่างก็ลงรอยเดิมครับ เขาเลิกกลับคนนั้นทำให้ชีวิตเขากลับมาโสดเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้โสดนาน โสดยาวๆเลยครับ มีเวลาให้เรามากขึ้น เราสนิทกันเหมือนเดิม เราก็เริ่มใจอ่อนครับ เวลานั้นใกล้จะปิดเทอมแล้ว เราจึงตัดสินใจที่จะไปเที่ยวต่างประเทศกันสองคนครับ เรียกได้ว่าออกเดทเลยดีกว่า ผมคิดจะบอกเขาว่ารู้สึกชอบเขาในทริปครั้งนี้แหละครับ มันต้องเป็นทริปที่น่ารัก สวีทแน่ๆ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่