====== ถึงเวลาจัดลิ้สต์หนังแห่งปีกันแล้ว ปีนี้แต่ละคนมีเรื่องอะไรกันบ้างเอ่ย=======

เริ่มต้นด้วยของอิฉันก่อนละกันค่ะ

Top 20 Best Films of 2018




Us and Them
หนังที่ทิ่มแทงความรู้สึก
ของคนที่ยังเป็นห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร
แล้วก็กลับมานั่งเสียใจ..
ที่ต้องรับรู้อยู่เพียงคนเดียวลำพัง


Greenbook
ศิลปินนักเปียโนผิวสีระดับโลก กับคนขับรถชาวอิตาเลียน ทั้งคู่แตกต่างกันแทบทุกอย่าง ทั้งเชื้อชาติ นิสัย ทัศนคติ แต่ต้องตระเวนเดินทางไปทั่วตอนใต้ของอเมริกาด้วยกัน การเรียนรู้และยอมรับทำให้เกิดเป็นมิตรภาพระหว่างเพื่อนมนุษย์ ท่ามกลางยุคสมัยที่มีการเหยียดสีผิวรุนแรงที่สุดยุคหนึ่งของอเมริกา และอาจมีอันตรายรออยู่ตลอดเวลา


Shoplifters
เพราะไม่มีใครที่จะสมบูรณ์เพียบพร้อมไปทุกอย่าง
เราต่างอ้างว้าง และขาดหาย
จนรู้สึกว่าความจริงก็เลวร้ายจนยากเกินจะยอมรับ
.
เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่มีอาชีพรับจ้างรายวัน
แต่ด้วยรายได้และสวัสดิการที่ได้จากรัฐ
ทำให้ไม่เพียงพอที่จะดูแลทุกคนในครอบครัว
พวกเขาจึงดิ้นรนด้วยการลักเล็กขโมยน้อย
ลำพังแค่ตัวเอง ชีวิตก็ยากอยู่แล้ว
จนกระทั่งได้เจอกับเด็กหญิงยูริที่ถูกแม่แท้ๆ ทำร้าย
ปล่อยให้นั่งทนความหนาวความหิวอยู่ข้างทาง
ถึงไม่ได้โตมาเพื่อมีชีวิตห่วงใยผู้อื่น…
แต่เขาก็รู้ว่ารักคืออะไร


Tonight , at Romance Theater

ชอบประเด็นหนังที่พูดถึงความรัก
ในแบบที่เป็นความรักแท้ๆ
ความรักจากผู้ชายคนนึงพร้อมจะดูแล
ยอมรับในเงื่อนไขทุกอย่าง อยู่เคียงข้างถึงแม้สิ่งนั้นยาก
ที่จะทำได้จริงก็ตาม
“ไม่ใช่เพราะอดทน แต่เพราะเข้าใจและยอมรับที่จะมีความสุขไปกับสิ่งนั้น”


Love, Simon

สัญลักษณ์ของการปกปิดเพศสภาพตัวเองในหนัง
ก็ไม่ต่างกับปัญหาที่เราเคยกลัว ไม่กล้ายอมรับ
เพราะการก้าวผ่านสิ่งที่กลัวมักมีความยากเสมอ แต่เมื่อไหร่ที่เราผ่านพ้นมันไปได้ เมื่อมองย้อนกลับไป นั่นคืออีกเรื่องที่ภาคภูมิใจที่จะเผชิญหน้ากับมัน


BURNING

เรื่องราวความซับซ้อนของระหว่างหนึ่งหญิง และสองชายที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว คนหนึ่ง คือชายหนุ่มบ้านนอก ส่วนอีกคน เบน คือชายหนุ่มไฮโซมีหน้ามีตาในสังคม ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนต่างเต็มไปด้วยไฟรัก ไฟแค้น ไฟราคะ ไฟแห่งความทะเยอทะยานที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง


Isle of Dogs

อนิเมชั่นงานสต็อปโมชั่นที่เท่ที่สุดของปี
นอกจากที่คนรักสัตว์ควรดูแล้ว หนังยังมีประเด็นเรื่องการเมืองและชนชั้นได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย


The Fantastic Woman

หนังเรื่องนี้ทำให้เราได้ย้อนกลับไป
มองเหตุการณ์เลวร้ายที่เคยผ่านพบเจอ
เคยเสียใจเจ็บปวดเจียนตาย หาทางออกไม่ได้
เหนื่อยจนไม่อยากมีชีวิตต่อ…
แต่เมื่อไหร่ที่อดทนก้าวผ่านมันได้
"บทเรียนที่ไม่สามารถฆ่าเราให้ตาย สิ่งนั้นจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น”


SmallTalk

เรื่องราวความสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่หนึ่งที่อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน ในทุกๆเช้า แม่จะออกจากบ้านไป และกินเข้าก่อนกลับมาถึงบ้านในตอนเย็น อาบน้ำ เข้าห้องปิดประตู สิ่งเดียวที่ไว้แค่อาหารเช้าและอาหารเย็น นอกนั้นปฏิสัมพันธ์เหมือนดังคนแปลกหน้าที่อาศัยอยู่ชายคาเดียวกัน ไม่มีคำทักทายหรือสื่อสารใดๆ เป็นอย่างนี้ตลอดหลายสิบปี
ภายใต้ความเงียบเฉย แม่แอบซ่อนความลับอันหนักอึ้ง สิ่งที่ไม่อยากจำ ความลับที่ทำให้แม่เป็นทุกข์ตลอดระยะเวลายาวนาน
จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกสาวจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าเผชิญหน้ากับสิ่งที่แม่เก็บเอาไว้ ที่ไม่แน่ใจว่าจริงๆแล้ว นี่สิ่งที่เขาต้องการจะฟังหรือเปล่า


One Cut of the Dead

เรื่องนี้พิสูจน์ได้ว่าถ้าไอเดีย แปลกใหม่ บทดี ตัดต่อออกมาดี ต่อให้ทุนไม่เยอะ หนังก็ออกมาสนุกได้ ควรค่ากับการได้รางวัลจากเทศกาลหนังต่างๆและคะแนน rottentomatoes 100% จริงๆ
ไม่ใช่แค่คนชอบหนังซอมบี้ เด็กฟิลม์มาดูจะยิ่งอินมากแน่ๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่