เราซื้อบ้านจากโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่แถวๆพัทยา เป็นบ้านเดี่ยว 6xตรว พท230ตรม เป็นจำนวนเงิน 5.XX ล้านบาท
โดยเเราขอเปลี่ยนกะเบื้องชั้นล่างจำนวน70ตรม โดยเราจะซื้อกะเบื้องโครงการไว้ใช้ที่อื่น และเราจะซื้อกะเบื้องของเราเข้าไปให้โครงการปู
โดยโครงการขอมัดจำเราไว้ 4x,xxxบาท ว่าถ้าบ้านโอนไม่ได้เพราะกะเบื้องของเรา โครงการจะยึดมัดจำค่าขอเปลี่ยนกะเบื้อง
****กำหนดโอนบ้าน 15ตุลาคม****
วันนัดตรวจครั้งที่1 (วันที่2ตุลาคม) โครงการแจ้งเราเข้าไปตรวจรับบ้าน เราจ้างผู้เชี่ยวชาญตรวจบ้านเป็นเงิน7000บาท
บ้านมีปัญหาทั้งหมด301จุด ซึ่งจริงๆแล้วมันเยอะมาก เราถามProject Manager ว่าทำไมบ้านไม่เรียบร้อย ประตูเข่บ้านยังไม่มีเลย ทำไมเรียกเข้ามาตรวจ ทาง Project Manager ตอบว่า "ผมสอนงานลูกน้อง เลยดูอยู่ห่างๆ จริงๆแล้วผมเคยทำบ้านหลังนึง 17-18ล้าน เค้าก็รับบ้านแบบนี้แล้วไปทุบตรงที่มีปัญหาแก้เอง" จุดที่2 ตอนก่อนจองบ้าน โครงการติดกับฟาร์มจระเข้มาก เราถามเซลล์ว่าจะเสียงดังไหม เซลล์บอกว่า จะดังแว่วๆไกลๆ ครั้งละไม่เกิน10-15นาที แต่ถ้าปิดประตูหน้าต่างก็ไม่ได้ยินแล้ว แต่วันที่เราไปตรวจ เสียงโชว์จากฟาร์มดังมาก เกิน50 นาทีและดังเหมือนเปิดทีวีในบ้านดังๆ
จุดที่สาม ประตูกระจกนิรภัยในห้องน้ำ ตัวมือจับจะชนกับกระจกนิรถัยอีกด้านตลอดเวลาเพราะดีไซน์ที่ไม่ได้คิดถึงความปลอดภัย เราถามProject Managerว่าถ้าแตกจะทำยังไง ทางนั้นตอบว่า แตกก็คือกระจกนิรภัยไม่เป็นไรค่ะจะออกมาเป็นPopcorn เราเลยถามกลับว่า แล้วใครจ่ายเงินติดกระจกใหม่คะ? เค้าก็เงียบไป
วันนั้นเราไม่พอใจมาก เราจึงรอให้ทางผู้ตรวจบ้านที่เราจ้างมาตรวจทำรายงานการตรวจให้เสร็จแล้วเราก็แจ้งความไม่พอใจของเราเข้าไปที่ทางเซลล์ที่ดูแล เซลล์รับปากว่าจะให้ทางProject Manager แก้ไขบ้านให้เสร็จทันเวลา (ซึ่งนับไปวันนัดโอนมีเวลา 13วัน)
วันที่ 27 ตุลาคม
เซลล์โทรนัดเราตรวจบ้านครั้งที่2 เราถามว่าบ้านเรียบร้อยไหม เซลล์บอกเรียบร้อยดี แต่เราจะไปต่างประเทศวันที่1-9 เราเลยขอนัดวันที่12 พฤศจิกายนแทน (เราคิดว่าน่าจะแก้บ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วแน่ๆ)
คืนวันที่10 พฤศจิกายน ตอน22.00น เซลล์Line มาหาเราว่า ประตูบ้านถอดออกไปทำสียังไม่เสร็จนะคะ และจุดแก้ใหญ่ๆจากรายงาน ยังไม่ได้แก้ รอนายสั่งว่าจะแก้ยังไง (ซึ่งวันนั้นเลยกำหนดจากวันโอนมาแล้ว 27วัน เราได้คอมเพลนไปว่า จริงๆเวลาเกือบเดือนควรแก้ไขบ้านให้เราเสร็จเรียบร้อยได้แล้ว เซลล์แจ้งว่าจะรีบเร่งให้
เราเลยขอแคนเซิลนัดตรวจ2 เพราะเห็นว่าบ้านยังไม่เสร็จพร้อมตรวจ แล้วแจ้งเซลล์ว่าถ้าบ้านเสร็จค่อยนัดมาใหม่
หายไป1อาทิตย์ เราทักไป
วันที่ 17 พฤศจิกายน (เลยจากวันนัดโอนบ้านมาแล้ว 32วัน)
เซลล์บอกว่ากระจกนิรภัยยังไม่ทราบแนวทางแก้ไข จะติดStopperไปให้ เราตอบไปว่า จริงๆควรคิดแก้ไขจากการออกแบบนะคะว่าต้องมีบาน Fixed ขั้นก่อน ทางเซลล์บอกว่าโครงการยืนยันจะส่งมอบบ้านตามนี้
เราก็คอมเพลนว่าโครงการใส่ใจน้อยมากเลย ทั้งที่ชื่อเสียงธุรกิจหลักก็ดีมาก (บริษัทนวดชื่อดังมาก มีหลายสาขา และเราเชื่อว่าทุกคนในประเทศรู้จักค่ะ) ทำไมทำงานชุ่ยแบบนี้ นี่ก็เลยกำหนดวันโอนบ้านมาเกิน30วันแล้ว
เราขอไม่รับโอนแล้วนะคะ รบกวนทำRefundเงินคืนดาวน์และมัดจำคืนพร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาด้วยนะคะ (สัญญาที่ทางโครงการร่างเอง)
วันรุ่งขึ้นโครงการติดต่อเรามาว่า
1.ตกลงคืนเงินแค่เงินมัดจำกับเงินดาวน์เท่านั้น เป็นจำนวนเงิน 270,000บาท
2.ไม่ให้ดอกเบี้ยตามสัญญา เพราะถือว่าเป็นเคสเร่งคืนเงินให้แล้ว เราทักท้วงไปว่าร่างสัญญาเองแต่ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ ทางโครงการตอบว่า ให้ไปดำเนินทางกฏหมายเองค่ะ เงินไม่กี่บาท (เหอะๆๆๆ) และโครงการมีสิทธิ์ขอผ่อนผันการโอนบ้านได้ 30วันโดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย (แต่มันเกินมาแล้ว32วันน่ะคะ) เราตอบโครงการไปว่า ใช่ค่ะเงินไม่กี่บาทหรอก แต่มันเป็นเรื่องจรรยาบรรณในการทำธุรกิจของคุณ คุณร่างสัญญาเองให้ลูกค้าเซ็นต์แต่ไม่ทำตามก็ได้เหรอคะ? โครงการยืนยันว่าอยากได้ให้ไปฟ้องเอาค่ะ เงินไม่กี่บาทค่ะ
3.เงินค่ามัดจำกะเบื้องไม่คืน เพราะบ้านไม่ได้โอน เราท้วงไปว่า แต่สัญญามัดจำระบุว่าจะยึดมัดจำเมื่อบ้านโอนไม่ได้เพราะกะเบื้องที่เราขอเปลี่ยน ไม่ใช่เพราะบ้านคุณมีปัญหาและสร้างเสร็จไม่ทันกำหนดโอนนะคะ โครงการบอกว่ายังไงก็ไม่คืนค่ะ
สรุปคือ
เราเสียเงินค่ามัดจำกะเบื้องไปฟรีๆ40000กว่าบาท และค่ากะเบื้องด้วย
เสียเวลาเอาเงินไปดาวน์บ้านทั้งหมด 10 เดือน โดยโครงการไม่ให้ดอกเบี้ยคืนเราตามสัญญาที่ทางโครงการร่างเอง
เสียค่ามัดจำรับเหมาออกแบบภายใน 30,000บาท (เราจ้างทำแบบเพราะเราเชื่อว่าโครงการดี ยังไงก้ได้โอนบ้านค่ะ)
พ่อแม่เราบอกว่าโชคดีแล้วได้เงินดาวน์คืน
เราก็อยากให้เรื่องจบๆไปค่ะเลยรับมา
แล้วก็ได้ยินมาว่า คนที่รับโอนบ้านหมู่บ้านนั้นไป ก็ไม่ค่อยโอเคกับคุณภาพและการดูแลหลังการขายเท่าไหร่ค่ะ
เราอยากมาแชร์ไว้เป็นอุทธาหรณ์ให้คนอื่นๆรู้ว่า
อย่าไว้ใจค่ะเวลาซื้อบ้าน โครงการที่ผู้ถือหุ้นเป็นบริษัทใหญ่โต อาจจะทำบ้านไม่มีคุณภาพตามที่โฆษณา และอาจจะทำอะไรไม่มีจรรยาบรรณธุรกิจแบบที่เราเล่าให้ฟังได้ค่ะ
อุทธาหรณ์ ประสบการ์ซื้อบ้านจากโครงการจัดสรร เสียเวลาเกือบปีและเงินเกือบแสนไปฟรีๆ
โดยเเราขอเปลี่ยนกะเบื้องชั้นล่างจำนวน70ตรม โดยเราจะซื้อกะเบื้องโครงการไว้ใช้ที่อื่น และเราจะซื้อกะเบื้องของเราเข้าไปให้โครงการปู
โดยโครงการขอมัดจำเราไว้ 4x,xxxบาท ว่าถ้าบ้านโอนไม่ได้เพราะกะเบื้องของเรา โครงการจะยึดมัดจำค่าขอเปลี่ยนกะเบื้อง
****กำหนดโอนบ้าน 15ตุลาคม****
วันนัดตรวจครั้งที่1 (วันที่2ตุลาคม) โครงการแจ้งเราเข้าไปตรวจรับบ้าน เราจ้างผู้เชี่ยวชาญตรวจบ้านเป็นเงิน7000บาท
บ้านมีปัญหาทั้งหมด301จุด ซึ่งจริงๆแล้วมันเยอะมาก เราถามProject Manager ว่าทำไมบ้านไม่เรียบร้อย ประตูเข่บ้านยังไม่มีเลย ทำไมเรียกเข้ามาตรวจ ทาง Project Manager ตอบว่า "ผมสอนงานลูกน้อง เลยดูอยู่ห่างๆ จริงๆแล้วผมเคยทำบ้านหลังนึง 17-18ล้าน เค้าก็รับบ้านแบบนี้แล้วไปทุบตรงที่มีปัญหาแก้เอง" จุดที่2 ตอนก่อนจองบ้าน โครงการติดกับฟาร์มจระเข้มาก เราถามเซลล์ว่าจะเสียงดังไหม เซลล์บอกว่า จะดังแว่วๆไกลๆ ครั้งละไม่เกิน10-15นาที แต่ถ้าปิดประตูหน้าต่างก็ไม่ได้ยินแล้ว แต่วันที่เราไปตรวจ เสียงโชว์จากฟาร์มดังมาก เกิน50 นาทีและดังเหมือนเปิดทีวีในบ้านดังๆ
จุดที่สาม ประตูกระจกนิรภัยในห้องน้ำ ตัวมือจับจะชนกับกระจกนิรถัยอีกด้านตลอดเวลาเพราะดีไซน์ที่ไม่ได้คิดถึงความปลอดภัย เราถามProject Managerว่าถ้าแตกจะทำยังไง ทางนั้นตอบว่า แตกก็คือกระจกนิรภัยไม่เป็นไรค่ะจะออกมาเป็นPopcorn เราเลยถามกลับว่า แล้วใครจ่ายเงินติดกระจกใหม่คะ? เค้าก็เงียบไป
วันนั้นเราไม่พอใจมาก เราจึงรอให้ทางผู้ตรวจบ้านที่เราจ้างมาตรวจทำรายงานการตรวจให้เสร็จแล้วเราก็แจ้งความไม่พอใจของเราเข้าไปที่ทางเซลล์ที่ดูแล เซลล์รับปากว่าจะให้ทางProject Manager แก้ไขบ้านให้เสร็จทันเวลา (ซึ่งนับไปวันนัดโอนมีเวลา 13วัน)
วันที่ 27 ตุลาคม
เซลล์โทรนัดเราตรวจบ้านครั้งที่2 เราถามว่าบ้านเรียบร้อยไหม เซลล์บอกเรียบร้อยดี แต่เราจะไปต่างประเทศวันที่1-9 เราเลยขอนัดวันที่12 พฤศจิกายนแทน (เราคิดว่าน่าจะแก้บ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วแน่ๆ)
คืนวันที่10 พฤศจิกายน ตอน22.00น เซลล์Line มาหาเราว่า ประตูบ้านถอดออกไปทำสียังไม่เสร็จนะคะ และจุดแก้ใหญ่ๆจากรายงาน ยังไม่ได้แก้ รอนายสั่งว่าจะแก้ยังไง (ซึ่งวันนั้นเลยกำหนดจากวันโอนมาแล้ว 27วัน เราได้คอมเพลนไปว่า จริงๆเวลาเกือบเดือนควรแก้ไขบ้านให้เราเสร็จเรียบร้อยได้แล้ว เซลล์แจ้งว่าจะรีบเร่งให้
เราเลยขอแคนเซิลนัดตรวจ2 เพราะเห็นว่าบ้านยังไม่เสร็จพร้อมตรวจ แล้วแจ้งเซลล์ว่าถ้าบ้านเสร็จค่อยนัดมาใหม่
หายไป1อาทิตย์ เราทักไป
วันที่ 17 พฤศจิกายน (เลยจากวันนัดโอนบ้านมาแล้ว 32วัน)
เซลล์บอกว่ากระจกนิรภัยยังไม่ทราบแนวทางแก้ไข จะติดStopperไปให้ เราตอบไปว่า จริงๆควรคิดแก้ไขจากการออกแบบนะคะว่าต้องมีบาน Fixed ขั้นก่อน ทางเซลล์บอกว่าโครงการยืนยันจะส่งมอบบ้านตามนี้
เราก็คอมเพลนว่าโครงการใส่ใจน้อยมากเลย ทั้งที่ชื่อเสียงธุรกิจหลักก็ดีมาก (บริษัทนวดชื่อดังมาก มีหลายสาขา และเราเชื่อว่าทุกคนในประเทศรู้จักค่ะ) ทำไมทำงานชุ่ยแบบนี้ นี่ก็เลยกำหนดวันโอนบ้านมาเกิน30วันแล้ว
เราขอไม่รับโอนแล้วนะคะ รบกวนทำRefundเงินคืนดาวน์และมัดจำคืนพร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาด้วยนะคะ (สัญญาที่ทางโครงการร่างเอง)
วันรุ่งขึ้นโครงการติดต่อเรามาว่า
1.ตกลงคืนเงินแค่เงินมัดจำกับเงินดาวน์เท่านั้น เป็นจำนวนเงิน 270,000บาท
2.ไม่ให้ดอกเบี้ยตามสัญญา เพราะถือว่าเป็นเคสเร่งคืนเงินให้แล้ว เราทักท้วงไปว่าร่างสัญญาเองแต่ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ ทางโครงการตอบว่า ให้ไปดำเนินทางกฏหมายเองค่ะ เงินไม่กี่บาท (เหอะๆๆๆ) และโครงการมีสิทธิ์ขอผ่อนผันการโอนบ้านได้ 30วันโดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย (แต่มันเกินมาแล้ว32วันน่ะคะ) เราตอบโครงการไปว่า ใช่ค่ะเงินไม่กี่บาทหรอก แต่มันเป็นเรื่องจรรยาบรรณในการทำธุรกิจของคุณ คุณร่างสัญญาเองให้ลูกค้าเซ็นต์แต่ไม่ทำตามก็ได้เหรอคะ? โครงการยืนยันว่าอยากได้ให้ไปฟ้องเอาค่ะ เงินไม่กี่บาทค่ะ
3.เงินค่ามัดจำกะเบื้องไม่คืน เพราะบ้านไม่ได้โอน เราท้วงไปว่า แต่สัญญามัดจำระบุว่าจะยึดมัดจำเมื่อบ้านโอนไม่ได้เพราะกะเบื้องที่เราขอเปลี่ยน ไม่ใช่เพราะบ้านคุณมีปัญหาและสร้างเสร็จไม่ทันกำหนดโอนนะคะ โครงการบอกว่ายังไงก็ไม่คืนค่ะ
สรุปคือ
เราเสียเงินค่ามัดจำกะเบื้องไปฟรีๆ40000กว่าบาท และค่ากะเบื้องด้วย
เสียเวลาเอาเงินไปดาวน์บ้านทั้งหมด 10 เดือน โดยโครงการไม่ให้ดอกเบี้ยคืนเราตามสัญญาที่ทางโครงการร่างเอง
เสียค่ามัดจำรับเหมาออกแบบภายใน 30,000บาท (เราจ้างทำแบบเพราะเราเชื่อว่าโครงการดี ยังไงก้ได้โอนบ้านค่ะ)
พ่อแม่เราบอกว่าโชคดีแล้วได้เงินดาวน์คืน
เราก็อยากให้เรื่องจบๆไปค่ะเลยรับมา
แล้วก็ได้ยินมาว่า คนที่รับโอนบ้านหมู่บ้านนั้นไป ก็ไม่ค่อยโอเคกับคุณภาพและการดูแลหลังการขายเท่าไหร่ค่ะ
เราอยากมาแชร์ไว้เป็นอุทธาหรณ์ให้คนอื่นๆรู้ว่า
อย่าไว้ใจค่ะเวลาซื้อบ้าน โครงการที่ผู้ถือหุ้นเป็นบริษัทใหญ่โต อาจจะทำบ้านไม่มีคุณภาพตามที่โฆษณา และอาจจะทำอะไรไม่มีจรรยาบรรณธุรกิจแบบที่เราเล่าให้ฟังได้ค่ะ