ไม่ได้เป็นทุกคน แต่ผมคิดว่าคนที่เรียนโรงเรียนชายล้วนหรือหญิงบางส่วน พอเจอเรื่องความรักในมหาลัยจะทำตัวไม่ถูกหรือคิดไม่ถึง พอแก่ตัวย้อนวันเวลาไปกลับมานึกประติดประต่อก็อ้าว อ้าว อ้าว
จำได้ตอนปี1 มีนกต่อมาบอกว่ามีคนแอบชอบ ไอ้เราก็ไม่ใส่ใจจะหาคนๆนั้น จนนกต่อมาบอกตรงๆก็ยังไม่ใส่ใจจะเข้าไปสานสัมพันธ์ เนื่องจากเป็นคนขี้อาย ปล่อยโอกาสผ่านไปเฉยเลย แต่ตอนนั้นทำไมไม่รู้สึกเสียดายนะ สาวเจ้าก็ไม่ละความพยายามตามมาฝึกงานด้วยกัน แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
อีกกรณี มีรุ่นน้องโทรมาคุยทุกวันด้วยเรื่องต่างๆ ไอ้คนซื่อบื้ออย่างผมก็ไม่ได้คิดอะไร(เป็น0จริงๆ) จนน้องเค้าหายไปเอง ผ่านไป2-3ปีดูเฟสบุ๊ค อ้าว ลูก2แล้ว พอคิดย้อนไปก็อืม บื้อฉิบเป๋งเลย
พอจบมาใหม่ๆเพิ่งเริ่มทำงาน แถวสาทร มีพนักงานออฟฟิตบ.อื่น มองกันไปมองกันมาทั้งในลิฟต์และโรงอาหาร จนทั้งเค้าและผมรู้ตัว แต่ก็ไม่กล้าไปทัก ผ่านไปปีนึงก็ย้ายงานไปทำงานในโรงงาน พลาดอีกแล้วเรา
หลุดจากโรงงานมาได้ ย้ายกลับมาทำออฟฟิต สนิทกับพี่คนนึง เพราะผมและพี่เค้ามาทำงานเช้าทุกวัน ก็คุยกันจนสนิท ไอ่เราก็ไม่ได้คิดอะไรคุยตามมารยาท อยู่มาวันนึงเดินมาบอกชอบเรา ด้วยความไม่เคยรีบบอกกลับไปทันทีว่าไม่ได้คิดอะไร พูดตัดบทแล้วเดินหนีอีก แล้วยังแมสเสจไปสำทับอีกว่าไม่ได้คิดอะไร คิดย้อนกลับไปแล้วรู้สึกแย่มาก แต่สุดท้ายทุกวันนี้ยังคุยกันอยู่ ช่วยเหลือกันตลอด อันนี้จบสวยงาม เค้าก็แต่งงานไปแล้วเรียบร้อย
มีอีกกรณี อันนี้โตแล้วเกือบ30 รู้สึกดีกับพี่คนนึง จับมือกันครั้งแรกสปารค์อย่างรุนแรง(เพิ่งรู้ว่ามันมีจริงๆ) ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ห่างกันไป แต่ยังตราตรึงไม่เคยหาย
กับแฟนปัจจุบัน ตามจีบเกือบ10ปี สุดท้ายก็ได้แต่งงาน มีลูก1คน
เราช่างใช้โอกาสเปลืองจริงๆ ถ้ามีลูกจะไม่ส่งไปเรียนชายล้วนเด็ดขาด แต่โชคดีลูกผมเป็นผู้หญิง
ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆถึงพิมพ์เรื่องนี้ขึ้นมา หรือเราแก่แล้ว555
ย้อนอดีตถึงความซื่อบื้อของตัวเอง
จำได้ตอนปี1 มีนกต่อมาบอกว่ามีคนแอบชอบ ไอ้เราก็ไม่ใส่ใจจะหาคนๆนั้น จนนกต่อมาบอกตรงๆก็ยังไม่ใส่ใจจะเข้าไปสานสัมพันธ์ เนื่องจากเป็นคนขี้อาย ปล่อยโอกาสผ่านไปเฉยเลย แต่ตอนนั้นทำไมไม่รู้สึกเสียดายนะ สาวเจ้าก็ไม่ละความพยายามตามมาฝึกงานด้วยกัน แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
อีกกรณี มีรุ่นน้องโทรมาคุยทุกวันด้วยเรื่องต่างๆ ไอ้คนซื่อบื้ออย่างผมก็ไม่ได้คิดอะไร(เป็น0จริงๆ) จนน้องเค้าหายไปเอง ผ่านไป2-3ปีดูเฟสบุ๊ค อ้าว ลูก2แล้ว พอคิดย้อนไปก็อืม บื้อฉิบเป๋งเลย
พอจบมาใหม่ๆเพิ่งเริ่มทำงาน แถวสาทร มีพนักงานออฟฟิตบ.อื่น มองกันไปมองกันมาทั้งในลิฟต์และโรงอาหาร จนทั้งเค้าและผมรู้ตัว แต่ก็ไม่กล้าไปทัก ผ่านไปปีนึงก็ย้ายงานไปทำงานในโรงงาน พลาดอีกแล้วเรา
หลุดจากโรงงานมาได้ ย้ายกลับมาทำออฟฟิต สนิทกับพี่คนนึง เพราะผมและพี่เค้ามาทำงานเช้าทุกวัน ก็คุยกันจนสนิท ไอ่เราก็ไม่ได้คิดอะไรคุยตามมารยาท อยู่มาวันนึงเดินมาบอกชอบเรา ด้วยความไม่เคยรีบบอกกลับไปทันทีว่าไม่ได้คิดอะไร พูดตัดบทแล้วเดินหนีอีก แล้วยังแมสเสจไปสำทับอีกว่าไม่ได้คิดอะไร คิดย้อนกลับไปแล้วรู้สึกแย่มาก แต่สุดท้ายทุกวันนี้ยังคุยกันอยู่ ช่วยเหลือกันตลอด อันนี้จบสวยงาม เค้าก็แต่งงานไปแล้วเรียบร้อย
มีอีกกรณี อันนี้โตแล้วเกือบ30 รู้สึกดีกับพี่คนนึง จับมือกันครั้งแรกสปารค์อย่างรุนแรง(เพิ่งรู้ว่ามันมีจริงๆ) ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ห่างกันไป แต่ยังตราตรึงไม่เคยหาย
กับแฟนปัจจุบัน ตามจีบเกือบ10ปี สุดท้ายก็ได้แต่งงาน มีลูก1คน
เราช่างใช้โอกาสเปลืองจริงๆ ถ้ามีลูกจะไม่ส่งไปเรียนชายล้วนเด็ดขาด แต่โชคดีลูกผมเป็นผู้หญิง
ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆถึงพิมพ์เรื่องนี้ขึ้นมา หรือเราแก่แล้ว555