การพนันไม่ใช่เล่น แต่เป็นศาสตร์
ถ้าเราเล่นการพนัน เอาเงินร้อนไปเล่นการพนันจะไม่มีทางได้ เพราะว่าใจเราไม่นิ่งพอ ถ้าเป็นเงินเย็นได้ก็เอาไม่ได้ก็ไม่เอา ถ้าไม่อย่างนั้น ถูกเขายั่วหน่อยก็อยากได้ลูกเดียว ส่วนใหญ่ที่พบแล้วเจ๊งเพราะอยากได้อย่างเดียว ทำให้เขาจับใต๋ได้ แล้วเขาก็จะแหย่เรา เหมือนกับว่าเราจะได้ แต่พอเราทุ่มไปทีไรก็เสร็จเขาทุกที เวลาเขาไม่ทุ่มเขาก็จะให้เรากิน
บางคนบอกว่า "การพนันคือการเสี่ยงโชค" ไม่ใช่เลย การพนันเป็นธุรกิจชนิดหนึ่ง มีศาสตร์ของเขา แม้แต่บอกว่าเรามีอาจารย์ดี แต่ถ้าเรามีแต่อาจารย์ที่เสี่ยงโชคจบเลย พวกนี้เขาไม่กลัวเรามีอาจารย์ เขามีเทคนิคหลอกอาจารย์ได้ เพราะอะไร เพราะว่าอาจารย์ไม่สามารถทำได้เกินกว่า ๕% อาจารย์คนนี้จะเก่งแค่ไหน มีสิทธิแค่ไหน ก็จะทำเกินกว่า ๕% ไม่ได้ ในธรรมเขากำหนดไว้แล้ว ได้แค่ครึ่งเดียว แล้วเราเล่นการพนันได้แค่ครึ่งเดียวแล้วเราจะกำไรตรงไหน เราเอาเขา ๕% แล้วเราก็ต้องจ่ายเขา ๕% นี่เรียกว่าสุดยอดแล้ว
การพนันมีศาสตร์ของมันเอง แต่ถ้าจะบอกว่า เซียนบางคนเล่นไพ่แล้วหลอกเปลี่ยนไพ่หรือว่าโกง แล้วเขาจะโกงได้กี่ครั้ง จะโกงได้ทุกครั้งที่ไหน เราไปหลอกเขา แล้วก็โดนเขาหลอกก็มี โดนเซียนตัดเซียน
ทำไมเซียนบางคนต้องมาออกโทรศัพท์เพราะว่าเป็นเซียนอกหักเกือบทั้งนั้น เป็นเซียนพนันที่หมดหนทางแล้ว จึงออกมาแฉ แต่ถ้าแฉมากเดี๋ยวก็เจอลูกตะกั่ว พวกนี้ต้องออกมาเสี่ยงภัยแล้ว เพราะว่าหมดหนทาง ถ้าเรามีหนทางได้แล้วมีที่ไหนเหรอที่จะยอมแบไต๋ ออกมาแบไต๋เพื่อจะหาอีกช่องทางหนึ่ง
บางคนออกมาแฉนิดๆ หน่อย ก็จะมีคนในวงการออกมาให้เงินเดือนคุณ แล้วคุณก็ไปกินอะไรก็ไปกิน อย่างนี้แหละหาเรื่อง บางคนมีคนมีบารมีอยู่เบื้องหลังเลยไม่มีใครไปทำเขา บางคนเต้นเก่งอย่างนั้นแหละ แต่ชีวิตก็ผวาอยู่นั่นแหละ
สายการพนัน อย่าดูว่าเป็นของเล่น อย่าดูเป็นของเล่น เพราะว่าเป็นธุรกิจ เป็นอาชีพ เป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง คนเข้าใจผิดอยู่เรื่อย
บางคนเล่นการพนันปีนี้ได้เลย ๑๐๐ ล้านบาท แต่ปีหน้าต้องเสีย ๒๐๐ ล้านบาทแน่นอน เพราะว่า คนเราเคยได้ ๑๐๐ ใจมันก็จะเติบ เดี๋ยวมันก็จะทุ่มเดี๋ยวก็หมด
ถ้าเราไปเล่นการพนัน ถ้าเราไม่เข้าใจศาสตร์การพนัน เล่นให้ตายเล่นได้แค่ไหนเดี๋ยวก็หมด แล้วก็จะคูณสามทั้งนั้น
จะว่าด้วยภายใน คือ เงินร้อน เราไม่รู้จักรักษาเราทนไม่ได้
ถ้าว่าด้วยเทคนิค ใจก็อดไม่ได้ เช่น ถ้าเราเคยได้ แล้วใจเราจะอดได้มั้ย นี่ของเก่ามันจะมาเร้าเรา พอเขาเคยได้ก็จะได้ตามที่เคยมีมา แต่ได้ทีนี้จะเอาแบบฉลาดหน่อย จะเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเป็นประกันไง ส่วนใหญ่นักเล่นการพนันจะคิดอย่างนี้ พอตัวเองทำไม่ได้ ก็จะหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเป็นตัวประกันให้ ตัวเองก็ต้องได้ พอตัวเองไม่ได้ก็ต้องมาด่าสิ่งศักดิ์ิสิทธิ์ พอไม่ได้ก็จะด่าไปหมด
การพนัน คือ การแย่งชิง แค่ชื่อก็อาถรรพ์แล้ว เรารู้หรือไม่ ฉะนั้น เราจะเล่นการพนันมันเป็นศาสตร์ ก็คือว่า เอาอย่างง่ายๆ เราได้ฟักทองมาแล้วเราจะหุงต้มยังไงถึงจะกินได้ ถ้าเราไปได้ฟักทองมาแล้วเราไม่รู้จักหุงต้ม เราจะเคี้ยวเปล่าๆ ได้มั้ย นี่แหละนักการพนันได้มาก็กินเลยแล้วก็ท้องเสียทุกราย พอได้เงินมาไม่มีการใช้เงินตรงนั้นหรอก เงินนั้นได้มาต้องมารีไซเคิลก่อนแล้วค่อยใช้ เขาจะไม่ใช้เงินที่ได้จากการเล่นพนันก่อน เงินก้อนนี้มาก็หมุนอยู่ตรงไหน ใครได้ไปก็อยู่ในคำแช่งของเขาอยู่แล้ว แช่งว่า "ต้องเสีย"ๆๆ เดี๋ยวเราก็ต้องเสียกลับคืนไป เงินเป็นเงินแช่งก็จะหมดอยู่ตรงนั้น เขาจะไม่แตะเลย พอเขาไม่แตะแต่จะแตะส่วนเงินที่เหลือล้นฝาออกมา เหมือนกับเราปล่อยน้ำแล้วจะล้นฝาออกมา แล้วไปแปรเป็นน้ำสะอาดที่ใช้ได้แล้วปลอดภัย ไม่มีคำสาปอยู่ในนั้น นอกนั้นที่เราได้คือคำสาปเขา น้ำที่ล้นออกมาก็เป็นคำสาปอยู่เหมือนกันแต่ต้องเอาไปแปรก่อน ต้องไปผ่านพิธีแปร แปรแล้วถึงจะไม่เป็นคำสาป ถึงจะใช้เงินพวกนี้
พวกนี้เป็นมืออาชีพทั้งนั้นถึงจะอยู่รอดได้
เฮียคนหนึ่ง เล่นได้ครั้งแรกมอบให้อาจารย์หมดเลย เฮียเขาใจถึง เฮียเขาเข้าใจว่าศาสตร์การพนันย่อมเป็นเช่นนี้ เพราะว่า เราไม่ทำไม่ได้เพราะว่าอาจารย์เป็นกองหน้า ถ้าไม่อยู่กองหน้าหมดตัว ถ้าเราเสริมหนุนกองหน้าเราจะได้อยู่ตัว
เฮียคนหนึ่งให้ตอบแทนอาจารย์ด้วยซิการ์ ๓๐๐ บาท อย่างนี้ไม่ได้ ต้องเป็นซิการ์ทองคำ หนักเท่าซิการ์เป็นเส้น ๓ เส้นกว่า เป็นซิการ์ทองคำ นี่แหละไหว้ครูจริงๆ
เอาซิการ์ ๓๐๐ บาท เพื่อจะมาไหว้ครูเล่นการพนัน ดูถูกครูมากขนาดนั้น ฉะนั้น อย่าดูถูกพนัน และอย่าคิดว่าการพนันเป็นของเล่น แล้วอย่าไปคิดว่าไปโกงการพนันมา ไม่มีทาง ถึงเขาให้เราโกงไป แต่นี่เป็นเงินสาป เงินเขามีสั่ง เราเข้าไปเดี๋ยวก็ไปจูงเงินออกมาอีก เข้าใจหรือไม่ ทั้งๆให้เราถูกด้วย ให้เราได้ด้วย เขาจะไม่กลัวว่าเราถูก เขากลัวเราไม่เล่นต่างหาก ถ้าเราเล่นเดี๋ยวก็หมดแล้วจะคูณสามเท่าให้เขาแน่นอนเลย เพราะเขาเคยได้เลยอดไม่ได้ล่ะ พออดไม่ได้ก็ต้องเสี่ยงล่ะ เพราะว่าคับขันปั้บก็ต้องเสี่ยงละ พอต้องเสี่ยงก็ต้องพลาด พอพลาดปั้บนี่แหละถูกจูงจมูกละเอ็งต้องจ่าย ต้องเพิ่ม ๓ เท่าทั้งนั้น
คนเราอย่าไปเล่นเถอะ ไม่มีทาง
ขนาดหวยเป็นเงินย่อยที่สุดเลย อ่อนที่สุดละ แค่ ๕% เอ็งของความอาถรรพ์ แต่ถ้าเราเข้าบ่อน พนันละพวกนี้จะสูง แต่ถ้าเป็นม้าก็จะสูงขึ้น แม้แต่หุ้น การเล่นหุ้นนี้จะสูงมาก
พวกที่เล่นหุ้นจะมี ๓ ชนิด
๑. เล่นหุ้นแบบไม่พนัน คือ ซื้อเก็บไม่หวงว่าราคาจะขึ้นลง
๒. เล่นแบบขึ้นลง
๓. เล่นแบบสร้างสถานการณ์ ตีหัวกัน เช่น จอร์จโซลอส เป็นต้น
จอร์จโซลอสก็มีครูบาอาจารย์สายใน สายขมังเวทย์มีเหมือนกัน สายนอกก็มีเหมือนกัน ตราบใดยังมีลมหายใจของสัตว์โลกอยู่ ตราบนั้นศาสตร์พนันย่อมต้องยังคงอยู่ เพราะว่าเป็นศาสตร์แห่งความโลภ ไม่มีหมด เพราะว่าเราเกิดมาเพราะความโลภ ถ้าเราไม่โลภก็ไม่เกิดมา
ถ้าเราไม่โลภ พอแล้วก็ไม่เกิดมา เช่น พระพุทธเจ้าท่านไม่โลภ ท่านพอแล้วก็ไม่เกิดมาอีก แต่ที่ยังต้องเกิดมาเพราะว่าไม่พอทั้งนั้น อยากได้ อยากมี อยากเป็น ถึงต้องมีการเกิด
ทำไมเราต้องบอกว่าศาสตร์แห่งความโลภ ถึงไม่ใช้ว่าเป็นศาสตร์แห่งตัณหา เป็นศาสตร์แห่งความโลภก็พอแล้ว ตัณหาเป็นธรรมชาติโดยพื้นฐานทุกคนต้องมี ทีนี้ตัวโลภจะขึ้นมาจากตรงนั้น จะมากกว่าตรงนั้นขึ้นมา เข้าสู่ภาวะเข้าข่ายละโมบล่ะ แต่ถ้าตัณหาเป็นพื้นฐานที่ทุกคนต้องมีใครไม่มีไม่ได้ แม้ว่าพระอรหันต์ก็ต้องมีตัณหาเช่นเดียวกัน ไม่ว่าใคร แต่ความโลภพระอรหันต์ก็มี แต่ควบคุมได้ แต่ตรงนี้ควบคุมไม่ได้แต่ยังไปเสริมอีก
พระอรหันต์มีความโลภแต่ไม่เข้าข่ายละโมบ เอาแต่พอดี ไม่ว่าการกินของท่านก็จะกินแต่พอดี การใช้ก็จะใช้พอดี จะไม่ใช้ให้เกินกว่าเหตุอันควร
แต่อันนั้นโลภล่ะ โลภยังไม่พอ ยังไปคิดค้นวิธีจะโลภให้มาก ถ้าไม่ได้ด้วยมนต์ ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยกลก็เอาด้วยคาถา จะเข้าสู่ความว่าละโมบ
ตัณหา และโลภ ยังพอดูได้ แต่ถ้าละโมบเมื่อไหร่ก็เอาเรื่องล่ะ ก็จะเกิดแย่งชิง เข่นฆ่า วางแผน เข่นฆ่า แย่งชิง บางครั้งป้องกันสามารถที่จะทำลายอย่างอื่นเยอะแยะไปหมด
บางครั้งเราก็อยากได้พนัน ก็ไปบวงสรวงเจ้าที่ ให้มีโชคมีลาภ แต่ถ้าเป็นการค้าขายมันจะชัวร์ แน่นอน แต่ถ้าเป็นแบบเสี่ยงอันนี้ก็ไม่แน่นอน เจ้าที่แต่ละเจ้าที่ก็มีการรักษาของเขาอยู่ เราลองถามตัวเองดูว่า ๑๐ ราย ใครจะยอมเสียบ้าง บ้านเขาก็มีเจ้าที่ เจ้าที่บ้านเขาก็ไม่อยากให้เขาเสีย เจ้าที่กับเจ้าที่ก็ต้องต่อสู้กัน ซัดกัน
รอบนี้เราตีหัวเขา ๓ ที รอบหน้าเราก็โดนเขาตีหัวเราบ้าง
ฉะนั้น เราบวงสรวงเจ้าที่ เพื่อทำมาค้าขายดีกว่า เจ้าที่จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน มันอาจจะได้น้อยบ้าง แต่ถ้าเรารู้จักเก็บนานๆ เข้า มันก็ได้เยอะ แต่ถ้าเราใช้วิธีทางลัดมันยาก ไม่มีทาง มันเพ้อฝัน แต่ถ้าเราไปฝันกับเขาด้วยแล้วเราจะซวย
แค่เวลานี้เราเจอกับคนที่ชอบเล่นการพนันเราก็ปวดหัวแล้ว ซึ่งที่ครูบาอาจารย์ทำให้กลับเป็นปรปักษ์ไปหมด ตอนนี้ครูบาอาจารย์ทำพิธีให้ก็หวังว่าจะพยุงเขา แต่พยุงแล้วเขาเกิดความโลภ มีความละโมบเขาจะเอาเงินให้มากเยอะๆเข้าไว้ ครูบาอาจารย์ก็บอกว่าไม่ได้ ลูกศิษย์เขาไม่เชื่อ กลับไปเชื่ออาจารย์โพย เลยต้องเจ๊ง
สิ่งเหล่านี้เหมือนกับเงินสาป เดี๋ยวจะมีวิธีดึงให้เราเอาเงินไปเสียให้เขา เอากลับไป ถ้าเขาเชื่อไม่ไปตื่นเต้นกับสิ่งนี้ เขาไปเรื่อยๆ พอเขาเชื่อครูอาจารย์ปีกว่าๆ สองปีก็อยู่รอดมาได้ สบายอยู่แล้ว พอไม่เชื่อครูอาจารย์มีความละโมบ ไปเชื่ออาจารย์อื่น ไปทุ่ม โดนจูงเงินกลับเข้าไปแล้ว พวกนี้เป็นเงินแช่ง เป็นเงินจูงกลับ สมมติว่าเขาปล่อยให้เรากินปั้บ เงินของเขาก็เข้าไปปั่นป่วนในกระเป๋าเงินเรา แล้วเงินของเขาก็จะเรียกเงินพวกของเราออกมา เงินของเราก็จะโดนเงินของเขาล้วงใหลออกมา เห็นมั้ยว่าเงินอยู่กับเรามันทนไม่ได้ต้องเอาเงินไปคืนเขา เพราะความโลภ
เห็นหรือไม่ว่ามันทนไม่ได้ ต้องเอาเงินไปคืนเขา โง่หรือเปล่า
ถ้าเขาเจ๊งอย่างนี้เขาไม่มาออกโผยให้เราหรอก เขาจะทำเป็นสมาชิก แล้วเขาก็จะเอาเงินจากสมาชิกเท่าไหร่ก็ได้ เรื่องอะไรจะมาเอามาขายให้เราแค่ใบเดียวแล้วก็เลิก ทำเป็นกลุ่มเป็นสมาชิก
อย่างเช่นบางคนที่ไปเล่นที่มาเก๊า ปีหนึ่งต้องมีซิการ์ทองไปให้ท่าน
เจ้าของบ่อนจะมาอาจารย์ประมาณเท่าไหร่ ?
จะมีเยอะหรือไม่เยอะไม่รู้ แต่เขาต้องเสาะหาอาจารย์ชั้นหนึ่ง มีอาจารย์สองด้าน ด้านในกับด้านนอก
ด้านนอกก็จะมาดูว่าคนที่มาเล่นมีคนโกงมั้ย
ด้านในเกี่ยวกับการเล่นอาถรรพ์
บ่อนแต่ละบ่อนต้องมีทุกที่ ถ้าไม่มีอาจารย์ก็จะถูกถลุงไปหมด
อาจารย์ก็มีหลายระดับเช่นเดียวกัน บางครั้งก็เจออาจารย์โหลเยอะแยะไป บางครั้งเจ้าของบ่อนไม่รู้ พอรู้ก็โดนไปเยอะเหมือนกัน สุดท้ายก็ต้องหาใหม่
ใช่ว่าเขามาเชิญให้เราไปตั้งศาลให้แล้ว เพราะเขามานับถือเรานะ เพราะว่าเขาจนตรอก เขาถึงมาหาเรา เพราะว่าข้างในของเขามันป่วน ข้างในอยู่ไม่เป็นสุข
ทีแรกเขาดูถูกเรา กลุ่มพวกนี้กระจอก ไม่มีสำนัก ต้องมีสำนักดังๆ
^_^ ..._/\_... ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา
อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต
การพนันไม่ใช่เล่น แต่เป็นศาสตร์
* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะถ้าเราเล่นการพนัน เอาเงินร้อนไปเล่นการพนันจะไม่มีทางได้ เพราะว่าใจเราไม่นิ่งพอ ถ้าเป็นเงินเย็นได้ก็เอาไม่ได้ก็ไม่เอา ถ้าไม่อย่างนั้น ถูกเขายั่วหน่อยก็อยากได้ลูกเดียว ส่วนใหญ่ที่พบแล้วเจ๊งเพราะอยากได้อย่างเดียว ทำให้เขาจับใต๋ได้ แล้วเขาก็จะแหย่เรา เหมือนกับว่าเราจะได้ แต่พอเราทุ่มไปทีไรก็เสร็จเขาทุกที เวลาเขาไม่ทุ่มเขาก็จะให้เรากิน
บางคนบอกว่า "การพนันคือการเสี่ยงโชค" ไม่ใช่เลย การพนันเป็นธุรกิจชนิดหนึ่ง มีศาสตร์ของเขา แม้แต่บอกว่าเรามีอาจารย์ดี แต่ถ้าเรามีแต่อาจารย์ที่เสี่ยงโชคจบเลย พวกนี้เขาไม่กลัวเรามีอาจารย์ เขามีเทคนิคหลอกอาจารย์ได้ เพราะอะไร เพราะว่าอาจารย์ไม่สามารถทำได้เกินกว่า ๕% อาจารย์คนนี้จะเก่งแค่ไหน มีสิทธิแค่ไหน ก็จะทำเกินกว่า ๕% ไม่ได้ ในธรรมเขากำหนดไว้แล้ว ได้แค่ครึ่งเดียว แล้วเราเล่นการพนันได้แค่ครึ่งเดียวแล้วเราจะกำไรตรงไหน เราเอาเขา ๕% แล้วเราก็ต้องจ่ายเขา ๕% นี่เรียกว่าสุดยอดแล้ว
การพนันมีศาสตร์ของมันเอง แต่ถ้าจะบอกว่า เซียนบางคนเล่นไพ่แล้วหลอกเปลี่ยนไพ่หรือว่าโกง แล้วเขาจะโกงได้กี่ครั้ง จะโกงได้ทุกครั้งที่ไหน เราไปหลอกเขา แล้วก็โดนเขาหลอกก็มี โดนเซียนตัดเซียน
ทำไมเซียนบางคนต้องมาออกโทรศัพท์เพราะว่าเป็นเซียนอกหักเกือบทั้งนั้น เป็นเซียนพนันที่หมดหนทางแล้ว จึงออกมาแฉ แต่ถ้าแฉมากเดี๋ยวก็เจอลูกตะกั่ว พวกนี้ต้องออกมาเสี่ยงภัยแล้ว เพราะว่าหมดหนทาง ถ้าเรามีหนทางได้แล้วมีที่ไหนเหรอที่จะยอมแบไต๋ ออกมาแบไต๋เพื่อจะหาอีกช่องทางหนึ่ง
บางคนออกมาแฉนิดๆ หน่อย ก็จะมีคนในวงการออกมาให้เงินเดือนคุณ แล้วคุณก็ไปกินอะไรก็ไปกิน อย่างนี้แหละหาเรื่อง บางคนมีคนมีบารมีอยู่เบื้องหลังเลยไม่มีใครไปทำเขา บางคนเต้นเก่งอย่างนั้นแหละ แต่ชีวิตก็ผวาอยู่นั่นแหละ
สายการพนัน อย่าดูว่าเป็นของเล่น อย่าดูเป็นของเล่น เพราะว่าเป็นธุรกิจ เป็นอาชีพ เป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง คนเข้าใจผิดอยู่เรื่อย
บางคนเล่นการพนันปีนี้ได้เลย ๑๐๐ ล้านบาท แต่ปีหน้าต้องเสีย ๒๐๐ ล้านบาทแน่นอน เพราะว่า คนเราเคยได้ ๑๐๐ ใจมันก็จะเติบ เดี๋ยวมันก็จะทุ่มเดี๋ยวก็หมด
ถ้าเราไปเล่นการพนัน ถ้าเราไม่เข้าใจศาสตร์การพนัน เล่นให้ตายเล่นได้แค่ไหนเดี๋ยวก็หมด แล้วก็จะคูณสามทั้งนั้น
จะว่าด้วยภายใน คือ เงินร้อน เราไม่รู้จักรักษาเราทนไม่ได้
ถ้าว่าด้วยเทคนิค ใจก็อดไม่ได้ เช่น ถ้าเราเคยได้ แล้วใจเราจะอดได้มั้ย นี่ของเก่ามันจะมาเร้าเรา พอเขาเคยได้ก็จะได้ตามที่เคยมีมา แต่ได้ทีนี้จะเอาแบบฉลาดหน่อย จะเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเป็นประกันไง ส่วนใหญ่นักเล่นการพนันจะคิดอย่างนี้ พอตัวเองทำไม่ได้ ก็จะหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเป็นตัวประกันให้ ตัวเองก็ต้องได้ พอตัวเองไม่ได้ก็ต้องมาด่าสิ่งศักดิ์ิสิทธิ์ พอไม่ได้ก็จะด่าไปหมด
การพนัน คือ การแย่งชิง แค่ชื่อก็อาถรรพ์แล้ว เรารู้หรือไม่ ฉะนั้น เราจะเล่นการพนันมันเป็นศาสตร์ ก็คือว่า เอาอย่างง่ายๆ เราได้ฟักทองมาแล้วเราจะหุงต้มยังไงถึงจะกินได้ ถ้าเราไปได้ฟักทองมาแล้วเราไม่รู้จักหุงต้ม เราจะเคี้ยวเปล่าๆ ได้มั้ย นี่แหละนักการพนันได้มาก็กินเลยแล้วก็ท้องเสียทุกราย พอได้เงินมาไม่มีการใช้เงินตรงนั้นหรอก เงินนั้นได้มาต้องมารีไซเคิลก่อนแล้วค่อยใช้ เขาจะไม่ใช้เงินที่ได้จากการเล่นพนันก่อน เงินก้อนนี้มาก็หมุนอยู่ตรงไหน ใครได้ไปก็อยู่ในคำแช่งของเขาอยู่แล้ว แช่งว่า "ต้องเสีย"ๆๆ เดี๋ยวเราก็ต้องเสียกลับคืนไป เงินเป็นเงินแช่งก็จะหมดอยู่ตรงนั้น เขาจะไม่แตะเลย พอเขาไม่แตะแต่จะแตะส่วนเงินที่เหลือล้นฝาออกมา เหมือนกับเราปล่อยน้ำแล้วจะล้นฝาออกมา แล้วไปแปรเป็นน้ำสะอาดที่ใช้ได้แล้วปลอดภัย ไม่มีคำสาปอยู่ในนั้น นอกนั้นที่เราได้คือคำสาปเขา น้ำที่ล้นออกมาก็เป็นคำสาปอยู่เหมือนกันแต่ต้องเอาไปแปรก่อน ต้องไปผ่านพิธีแปร แปรแล้วถึงจะไม่เป็นคำสาป ถึงจะใช้เงินพวกนี้
พวกนี้เป็นมืออาชีพทั้งนั้นถึงจะอยู่รอดได้
เฮียคนหนึ่ง เล่นได้ครั้งแรกมอบให้อาจารย์หมดเลย เฮียเขาใจถึง เฮียเขาเข้าใจว่าศาสตร์การพนันย่อมเป็นเช่นนี้ เพราะว่า เราไม่ทำไม่ได้เพราะว่าอาจารย์เป็นกองหน้า ถ้าไม่อยู่กองหน้าหมดตัว ถ้าเราเสริมหนุนกองหน้าเราจะได้อยู่ตัว
เฮียคนหนึ่งให้ตอบแทนอาจารย์ด้วยซิการ์ ๓๐๐ บาท อย่างนี้ไม่ได้ ต้องเป็นซิการ์ทองคำ หนักเท่าซิการ์เป็นเส้น ๓ เส้นกว่า เป็นซิการ์ทองคำ นี่แหละไหว้ครูจริงๆ
เอาซิการ์ ๓๐๐ บาท เพื่อจะมาไหว้ครูเล่นการพนัน ดูถูกครูมากขนาดนั้น ฉะนั้น อย่าดูถูกพนัน และอย่าคิดว่าการพนันเป็นของเล่น แล้วอย่าไปคิดว่าไปโกงการพนันมา ไม่มีทาง ถึงเขาให้เราโกงไป แต่นี่เป็นเงินสาป เงินเขามีสั่ง เราเข้าไปเดี๋ยวก็ไปจูงเงินออกมาอีก เข้าใจหรือไม่ ทั้งๆให้เราถูกด้วย ให้เราได้ด้วย เขาจะไม่กลัวว่าเราถูก เขากลัวเราไม่เล่นต่างหาก ถ้าเราเล่นเดี๋ยวก็หมดแล้วจะคูณสามเท่าให้เขาแน่นอนเลย เพราะเขาเคยได้เลยอดไม่ได้ล่ะ พออดไม่ได้ก็ต้องเสี่ยงล่ะ เพราะว่าคับขันปั้บก็ต้องเสี่ยงละ พอต้องเสี่ยงก็ต้องพลาด พอพลาดปั้บนี่แหละถูกจูงจมูกละเอ็งต้องจ่าย ต้องเพิ่ม ๓ เท่าทั้งนั้น
คนเราอย่าไปเล่นเถอะ ไม่มีทาง
ขนาดหวยเป็นเงินย่อยที่สุดเลย อ่อนที่สุดละ แค่ ๕% เอ็งของความอาถรรพ์ แต่ถ้าเราเข้าบ่อน พนันละพวกนี้จะสูง แต่ถ้าเป็นม้าก็จะสูงขึ้น แม้แต่หุ้น การเล่นหุ้นนี้จะสูงมาก
พวกที่เล่นหุ้นจะมี ๓ ชนิด
๑. เล่นหุ้นแบบไม่พนัน คือ ซื้อเก็บไม่หวงว่าราคาจะขึ้นลง
๒. เล่นแบบขึ้นลง
๓. เล่นแบบสร้างสถานการณ์ ตีหัวกัน เช่น จอร์จโซลอส เป็นต้น
จอร์จโซลอสก็มีครูบาอาจารย์สายใน สายขมังเวทย์มีเหมือนกัน สายนอกก็มีเหมือนกัน ตราบใดยังมีลมหายใจของสัตว์โลกอยู่ ตราบนั้นศาสตร์พนันย่อมต้องยังคงอยู่ เพราะว่าเป็นศาสตร์แห่งความโลภ ไม่มีหมด เพราะว่าเราเกิดมาเพราะความโลภ ถ้าเราไม่โลภก็ไม่เกิดมา
ถ้าเราไม่โลภ พอแล้วก็ไม่เกิดมา เช่น พระพุทธเจ้าท่านไม่โลภ ท่านพอแล้วก็ไม่เกิดมาอีก แต่ที่ยังต้องเกิดมาเพราะว่าไม่พอทั้งนั้น อยากได้ อยากมี อยากเป็น ถึงต้องมีการเกิด
ทำไมเราต้องบอกว่าศาสตร์แห่งความโลภ ถึงไม่ใช้ว่าเป็นศาสตร์แห่งตัณหา เป็นศาสตร์แห่งความโลภก็พอแล้ว ตัณหาเป็นธรรมชาติโดยพื้นฐานทุกคนต้องมี ทีนี้ตัวโลภจะขึ้นมาจากตรงนั้น จะมากกว่าตรงนั้นขึ้นมา เข้าสู่ภาวะเข้าข่ายละโมบล่ะ แต่ถ้าตัณหาเป็นพื้นฐานที่ทุกคนต้องมีใครไม่มีไม่ได้ แม้ว่าพระอรหันต์ก็ต้องมีตัณหาเช่นเดียวกัน ไม่ว่าใคร แต่ความโลภพระอรหันต์ก็มี แต่ควบคุมได้ แต่ตรงนี้ควบคุมไม่ได้แต่ยังไปเสริมอีก
พระอรหันต์มีความโลภแต่ไม่เข้าข่ายละโมบ เอาแต่พอดี ไม่ว่าการกินของท่านก็จะกินแต่พอดี การใช้ก็จะใช้พอดี จะไม่ใช้ให้เกินกว่าเหตุอันควร
แต่อันนั้นโลภล่ะ โลภยังไม่พอ ยังไปคิดค้นวิธีจะโลภให้มาก ถ้าไม่ได้ด้วยมนต์ ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยกลก็เอาด้วยคาถา จะเข้าสู่ความว่าละโมบ
ตัณหา และโลภ ยังพอดูได้ แต่ถ้าละโมบเมื่อไหร่ก็เอาเรื่องล่ะ ก็จะเกิดแย่งชิง เข่นฆ่า วางแผน เข่นฆ่า แย่งชิง บางครั้งป้องกันสามารถที่จะทำลายอย่างอื่นเยอะแยะไปหมด
บางครั้งเราก็อยากได้พนัน ก็ไปบวงสรวงเจ้าที่ ให้มีโชคมีลาภ แต่ถ้าเป็นการค้าขายมันจะชัวร์ แน่นอน แต่ถ้าเป็นแบบเสี่ยงอันนี้ก็ไม่แน่นอน เจ้าที่แต่ละเจ้าที่ก็มีการรักษาของเขาอยู่ เราลองถามตัวเองดูว่า ๑๐ ราย ใครจะยอมเสียบ้าง บ้านเขาก็มีเจ้าที่ เจ้าที่บ้านเขาก็ไม่อยากให้เขาเสีย เจ้าที่กับเจ้าที่ก็ต้องต่อสู้กัน ซัดกัน
รอบนี้เราตีหัวเขา ๓ ที รอบหน้าเราก็โดนเขาตีหัวเราบ้าง
ฉะนั้น เราบวงสรวงเจ้าที่ เพื่อทำมาค้าขายดีกว่า เจ้าที่จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน มันอาจจะได้น้อยบ้าง แต่ถ้าเรารู้จักเก็บนานๆ เข้า มันก็ได้เยอะ แต่ถ้าเราใช้วิธีทางลัดมันยาก ไม่มีทาง มันเพ้อฝัน แต่ถ้าเราไปฝันกับเขาด้วยแล้วเราจะซวย
แค่เวลานี้เราเจอกับคนที่ชอบเล่นการพนันเราก็ปวดหัวแล้ว ซึ่งที่ครูบาอาจารย์ทำให้กลับเป็นปรปักษ์ไปหมด ตอนนี้ครูบาอาจารย์ทำพิธีให้ก็หวังว่าจะพยุงเขา แต่พยุงแล้วเขาเกิดความโลภ มีความละโมบเขาจะเอาเงินให้มากเยอะๆเข้าไว้ ครูบาอาจารย์ก็บอกว่าไม่ได้ ลูกศิษย์เขาไม่เชื่อ กลับไปเชื่ออาจารย์โพย เลยต้องเจ๊ง
สิ่งเหล่านี้เหมือนกับเงินสาป เดี๋ยวจะมีวิธีดึงให้เราเอาเงินไปเสียให้เขา เอากลับไป ถ้าเขาเชื่อไม่ไปตื่นเต้นกับสิ่งนี้ เขาไปเรื่อยๆ พอเขาเชื่อครูอาจารย์ปีกว่าๆ สองปีก็อยู่รอดมาได้ สบายอยู่แล้ว พอไม่เชื่อครูอาจารย์มีความละโมบ ไปเชื่ออาจารย์อื่น ไปทุ่ม โดนจูงเงินกลับเข้าไปแล้ว พวกนี้เป็นเงินแช่ง เป็นเงินจูงกลับ สมมติว่าเขาปล่อยให้เรากินปั้บ เงินของเขาก็เข้าไปปั่นป่วนในกระเป๋าเงินเรา แล้วเงินของเขาก็จะเรียกเงินพวกของเราออกมา เงินของเราก็จะโดนเงินของเขาล้วงใหลออกมา เห็นมั้ยว่าเงินอยู่กับเรามันทนไม่ได้ต้องเอาเงินไปคืนเขา เพราะความโลภ
เห็นหรือไม่ว่ามันทนไม่ได้ ต้องเอาเงินไปคืนเขา โง่หรือเปล่า
ถ้าเขาเจ๊งอย่างนี้เขาไม่มาออกโผยให้เราหรอก เขาจะทำเป็นสมาชิก แล้วเขาก็จะเอาเงินจากสมาชิกเท่าไหร่ก็ได้ เรื่องอะไรจะมาเอามาขายให้เราแค่ใบเดียวแล้วก็เลิก ทำเป็นกลุ่มเป็นสมาชิก
อย่างเช่นบางคนที่ไปเล่นที่มาเก๊า ปีหนึ่งต้องมีซิการ์ทองไปให้ท่าน
เจ้าของบ่อนจะมาอาจารย์ประมาณเท่าไหร่ ?
จะมีเยอะหรือไม่เยอะไม่รู้ แต่เขาต้องเสาะหาอาจารย์ชั้นหนึ่ง มีอาจารย์สองด้าน ด้านในกับด้านนอก
ด้านนอกก็จะมาดูว่าคนที่มาเล่นมีคนโกงมั้ย
ด้านในเกี่ยวกับการเล่นอาถรรพ์
บ่อนแต่ละบ่อนต้องมีทุกที่ ถ้าไม่มีอาจารย์ก็จะถูกถลุงไปหมด
อาจารย์ก็มีหลายระดับเช่นเดียวกัน บางครั้งก็เจออาจารย์โหลเยอะแยะไป บางครั้งเจ้าของบ่อนไม่รู้ พอรู้ก็โดนไปเยอะเหมือนกัน สุดท้ายก็ต้องหาใหม่
ใช่ว่าเขามาเชิญให้เราไปตั้งศาลให้แล้ว เพราะเขามานับถือเรานะ เพราะว่าเขาจนตรอก เขาถึงมาหาเรา เพราะว่าข้างในของเขามันป่วน ข้างในอยู่ไม่เป็นสุข
ทีแรกเขาดูถูกเรา กลุ่มพวกนี้กระจอก ไม่มีสำนัก ต้องมีสำนักดังๆ
^_^ ..._/\_... ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา
อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต