ควรทำยังไงกับคุณแม่ดีคะ????

คือเราอดทนกับเรื่องนี้มาสักพักแล้วค่ะ เรื่องที่เราจะสอบถามมีหลายประเด็นขอแยกเป็นข้อๆไปนะคะ
(ขอบอกรายละเอียดคร่าวๆช่วงอายุนะคะ เราอายุประมาณ 19-20 ปี คุณแม่ก็ใกล้จะ60แล้ว น้องสาวอายุราวๆ12-13ปีค่ะ)

1.คุณแม่กับเรื่องน้องสาวที่กำลังเตรียมสอบเข้าม.1
คือตอนนี้น้องเรากำลังอยู่ในช่วงสอบเข้าม.1ค่ะ ซึ่งมันทำให้คุณแม่เราบ่นเรื่องนี้ทุกวัน เราทำอะไรไม่ได้ก็ทำหูซ้ายทะลุหูขวาไป แต่มันหนักขึ้นตอนที่ผลคะแนนสอบpre-testร.ร.แห่งหนึ่งออกค่ะ คะแนนน้องเราออกมาไม่ค่อยเป็นที่น่าปลื้มใจของที่บ้านนักซึ่งเราก็เห็นด้วยว่าคะแนนมันไม่โอเคพอที่จะสอบเข้าที่นั่นได้ ตัวเราก็ไม่ได้ว่าอะไรน้องเรามากนักแค่บอกให้เจ้าตัวรู้ตัวว่าควรทำอะไรเหลือเวลาเท่าไหร่ แต่หลังจากวันนั้นคุณแม่บ่นหนักข้อขึ้นเรื่อยๆบ่นหนักขึ้นตะโกนโหวกเหวกโวยวายแล้วก็พาลมาว่าคนอื่นๆในครอบครัวไปหมด ซึ่งปกติเราจะทำเป็นไม่รับรู้ไปเรื่อยๆแต่มันหนักชนิดที่ว่ามารบกวนเวลาอ่านหนังสือของเรา ทุกคืนที่เรานั่งอ่านหนังสืออยู่คุณแม่จะเข้ามาคุยด้วยแล้วก็พูดประมาณว่า 'ทำไมไม่ช่วยดูน้องเลย ไม่รักกันหรอ เลี้ยงมาด้วยกันไม่รักกันหรอ' ประมาณนี้ค่ะ ซึ่งมีครั้งหนึ่งเราก็จะตอบไปว่า 'ขออ่านหนังสือก่อนได้มั้ย น้องจะสอบ' (ปกติเราจะแทนตัวเองว่าน้องกับพ่อแม่นะคะ) เท่านั้นแหละค่ะแม่ก็จะโวยวายขึ้นมาเลยเหมือนว่าเราทำผิดร้ายแรงมาก แต่เราก็พยายามไม่เถียงอะไรมากเพราะเราเหนื่อยกับการเรียนมากแล้วไม่อยากมาทะเลาะอะไรแบบนี้ แล้วล่าสุดเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ คุณแม่โวยวายหนักมากว่าเราไม่ช่วยอะไรเลย ไม่ช่วยดันน้องไม่ทำอะไรเลย น้องเลยเรียนไม่ได้อย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่เราเป็นคนขับรถไปรับไปส่งน้องเรียน ไปสมัครเรียนพิเศษที่ต่างๆ ไปนั่งรอน้องเรียนพิเศษเป็นวันๆ สอนการบ้านที่น้องทำไม่ได้ คุณแม่โวยวายจนถึงขั้นที่คุณพ่อที่เป็นคนไม่ค่อยพูดต้องตะโกนบอกให้พอ ซึ่งหลังจากนั้นคุณแม่ก็ลงไปนั่งกับพื้นแล้วก็ร้องไห้แล้วบอกไม่มีคนเข้าใจท่านแล้วก็งอนไม่ยอมกินข้าวเย็น

2.คำพูดของคุณแม่
พูดตรงๆคุณแม่เราเป็นคนที่ไม่ค่อยมีจิตวิทยาการพูดค่ะชอบพูดอะไรส่งๆแบบไม่คิดถึงคนฟัง แต่ถ้าเราพูดส่งๆแบบนั้นกลับบ้างท่านก็จะด่าเราว่าทำอะไรไม่คิดถึงคนรับฟังเลย โตขึ้นมาปีกกล้าขาแข็งมากหรอถึงกล้าพูดแบบนี้ ต่อจากเรื่องที่1 คุณแม่เราชอบพูดแรงๆใส่น้องแบบที่เราฟังเองเรายังเครียดเลยค่ะ บางทีเราก็ห่วงว่าน้องเราจะเป็นโรคซึมเศร้าด้วยซ้ำเจอสภาวะกดดันขนาดนี้ แล้วบางทีเราก็แค่พูดกับน้องแบบเรื่องธรรมดามากๆเช่นบอกกินแล้วเก็บจานของตัวเองไปไว้ที่ซิงค์ คุณแม่ก็ดันมาว่าเราว่า ‘เห็นน้องเป็นคนใช้หรอ ทำแบบนั้นได้ยังไง’ ซึ่งคุณแม่เป็นคนสอนเราเรื่องนี้เองค่ะว่ากินแล้วเก็บจานของตัวเอง ต่อจากนั้นคุณแม่ก็ว่าเราไปอีกราวหนึ่งกัณฑ์เทศน์ได้ค่ะซึ่งเราเหนื่อยที่จะฟังและเหนื่อยที่จะเถียงมากๆ หรือไม่ก็จะเป็นเรื่องที่เราบ่นว่าเหนื่อยคือต้องบอกไว้ก่อนว่าเราเป็นคนที่เรียนหนักมาก เราจะทุ่มกับการเรียนค่อนข้างหนักเพราะต้องทำกิจกรรมไปด้วย แล้วพอเราพูดแค่ 'เหนื่อย' ออกมา คุณแม่ก็ชอบพูดประมาณว่า 'แค่เรียนแค่นี้เหนื่อย คงไม่มีปัญญาทำอย่างอื่นหรอก' ซึ่งตรงนี้เราไม่เข้าใจมากๆว่าการที่แค่เราพูดว่าเหนื่อยแบบแค่อยากพูดออกมาเดี๋ยวมันก็หายทำไมต้องว่าเราแรงขนาดนี้

อีกทั้งทุกวันที่เรากลับมาบ้านเราก็จะเจอคุณแม่บ่นเรื่องเดิมๆแต่ใช้แรงขึ้นบ้างหรือไม่ก็เสียงดังไปเลยแล้วทุกวันที่เรากลับจากมอเราต้องมาเจอกับสิ่งแวดล้อมแบบนี้ทุกวันๆจนบางทีเราก็เลือกที่จะหนีไปอยู่บนห้องตัวเอง แต่ใจเราอยากจะหนีออกไปจากตรงนี้มากๆค่ะ เราอยากหนีไปอยู่หอมากเพราะเรารู้สึกเสียสุขภาพจิตมากๆที่อยู่ที่นี่ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะคะแต่ทุกครั้งที่เราอยู่บ้านคนเดียวไม่มีใครอยู่ด้วยเราจะรู้สึกว่าที่นี่แหละคือบ้านจริงๆ แต่พอคุณแม่กลับมาบ้านก็คือเหมือนบ้านมันไม่ใช่บ้านของเรา

3.คุณแม่ได้ยินเสียงไม่ค่อยชัดเหมือนคนหูตึง
อันนี้เป็นแค่เรื่องที่เราสันนิษฐานจากการสังเกตนะคะ ด้วยเพราะคุณแม่อายุมากแล้ว แต่ท่านก็จะไม่ยอมไปตรวจร่างกายค่ะ ซึ่งเราก็ไม่รู้จะทำยังไงดีอย่างที่บอกไปข้างต้นว่าถ้าให้พูดตรงๆว่า ‘ใส่เครื่องช่วยฟัง’ ท่านก็จะหาว่าเราพูดจาทำร้ายจิตใจ แต่พอเราพูดดังท่านก็จะหาว่าตะคอกใส่พูดจาไม่ดีอีก มันหนักขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากจนเรากับคุณพ่อคุยกันหลายรอบแล้วว่าจะให้ท่านใส่เครื่องช่วยฟังจะได้คุยกันรู้เรื่อง บางทีคุยกันอยู่จนจบเรื่องไปแล้วท่านก็จะพูดว่า ‘เมื่อกี้คุยอะไรกันหรอไม่ได้ยิน’ แล้วก็ ‘ก็คนมันไม่ได้ยินให้ทำยังไง’ ซึ่งเราอยากพาท่านไปหาหมอมากๆแต่ไม่รู้จะทำยังไง


สิ่งที่เราอยากจะปรึกษาคือ..เราจะทำยังไงกับคุณแม่ดีคะ เราเหนื่อยมากๆแล้ว เราเหนื่อยทุกวัน วันหยุดบางวันเราเลือกที่จะออกไปนอกบ้านเพื่อที่จะไม่ได้เจอคุณแม่ก็มีค่ะ แต่กับคุณพ่อเราไม่มีปัญหาอะไรแบบนี้เลยนะคะอาจเป็นเพราะเราสนิทกับคุณพ่ออยู่แล้วค่ะ สิ่งที่เราอยากแก้ไขมากสุดน่าจะเป็นเรื่องคำพูดบั่นทอนจิตใจจากคุณแม่นี่แหละค่ะ

ปล.เรื่องที่เราบอกห่วงน้องเป็นโรคซึมเศร้าคือนอกจากเรื่องที่คุณแม่บ่นยังมีเรื่องพี่ๆอีกค่ะ คือครอบครัวเราเป็นครอบครัวใหญ่แล้วชอบการเปรียบเทียบกันค่ะ น้องเราเป็นน้องเล็กสุดในตระกูลซึ่งพี่ๆแต่ละคนก็ทำประวัติไว้ดีมากๆ เช่นพี่รองสองคนก็ดันสอบเข้าโรงเรียนอินเตอร์ได้ อีกทั้งยังไปประกวดนู่นนี่นั่นได้รางวัลอีก คนกลางก็ไปแข่งขันวิชาการได้ที่1ของเขตมา ซึ่งสำหรับเราการที่พี่ๆทำไว้ดีมากๆแบบนี้ตัวเราเองก็กดดันเพราะไม่อยากน้อยหน้า แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าน้องเราเองจะคิดแบบเราไหม แต่ถ้าคิดแล้วผสมกับคำพูดของคุณแม่ด้วยแล้วก็น่าห่วงอยู่
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่