บ๊ายบาย.. มดลูก

กระทู้สนทนา
เพิ่งจะผ่าตัดผ่าลูกและปีกมดลูกออก เพราะเจอเนื้องอกในโพรงมดลูก ขนาดไม่ใหญ่ 3 ซม.กว่า แต่มีเอฟเฟกต์ต่อการมีประจำเดือน ทั้งมามาก เป็นลิ่มๆ มานานกว่าปกติ และจากคนที่ไม่เคยปวดท้องเพราะประจำเดือนเลย ก็มาปวดท้องมากทุกครั้ง

สถิติสูงสุดในวันที่มามากคือ ช่วงกลางวันเคยเปลี่ยนผ้าอนามัยแบบไนท์เซฟในเวลา 1 ชม.ครึ่งจนมีความรู้สึกคือหลอนไปเลย  ห่วงแต่จะเข้าห้องน้ำ ใช้ผ้าอนามัย 8-9 แผ่นต่อวัน และเคยมีประจำเดือนนานถึง 2 อาทิตย์ เกิดภาวะซีด มีค่าเลือด 25% จากภาวะปกติที่ต้องมี 38-44% และผลตรวจยังบอกว่าการขาดธาตุเหล็กขนาดนี้ เริ่มส่งผลต่อรูปร่างของเซลล์เม็ดเลือดแล้ว (ก่อนรู้ว่ามีเนื้องอกในโพรงมดลูก หมอเฉพาะทางก็รักษา โดยให้กินธาตุเหล็กวันละ 3 เม็ดหลังอาหาร มา 2 เดือน จนค่าเลือดดีขึ้น)

หลังจากตรวจชิ้นเนื้อแล้ว ผลออกมาว่าไม่ใช่มะเร็ง หมอก็แนะนำว่า ถ้าไม่คิดจะมีลูก ก็ให้ตัดมดลูดออก แต่เก็บรังไข่ทั้ง 2 ข้างไว้เพราะไม่มีความปกติอะไรและจะได้ผลิตฮอร์โมนต่างๆ (ก่อนหน้านี้ 2 ปีที่แล้ว เราเคยมีปัญหาเรื่องประจำเดือนมามากไปทีนึงแล้ว ผนังมดลูกหนาผิดปกติ ตอนนั้นหมอสงสัยจะเป็นติ่งเนื้อ แต่พอขูดแล้วมาตรวจซ้ำ ก็ไม่เจออะไรอีก )

ก่อนถึงวันผ่าตัด รพ.จะโทรมาคอนเฟิร์มเวลาและให้คำแนะนำ ย้ำเรื่องอดอาหารและน้ำตั้งแต่เที่ยงคืน

รพ.นัด 8 โมงเช้า เพื่อไปตรวจเลือด เอ็กซ์เรย์ปอด และวัดคลื่นหัวใจ ขึ้นห้องพัก เปลี่ยนชุด แล้วก็ดีท็อกซ์  โดยมีพยาบาลมาทำให้  

รอเวลาผ่าตัด ระหว่างรอก็สำรวจห้องไปพลาง ๆ คือเรารักษารพ.เอกชน เลือกห้องพักแบบมาตรฐาน ก็เหมือน รร.เวลาไปพักตามที่ต่างๆ น่านแหละ ของใช้มีหมด ไม่ต้องแบกไป ยกเว้นเสื้อผ้าวันกลับ ซึ่งก็ใส่ชุดวันขามาก็ได้ 555 แล้วก็ของใช้ส่วนตัว เช่น สายชาร์จต่างๆ ที่คิดว่าจะใช้ระหว่างพักฟื้น

ก่อนเริ่มผ่าตัดตอนบ่ายโมง จะต้องเข้าไปเตรียมตัวในห้องผ่าตัดก่อน พยาบาลก็เจาะเส้นเลือดใส่สายน้ำเกลือ นี่โดนไปรูที่ 4 กว่าจะได้ เจ็บๆชาๆ เย็นๆ แล้วก็มีใส่สายออกซิเจน ก็จะรู้สึกเย็นๆที่จมูก

จากนั้นหมอวิสัญญีฯ ก็วางยาสลบ + บล็อกหลัง หลับสบาย ไม่เจ็บอะไร ก่อนวางยา หมอก็แนะนำไว้ว่าหลังจากฟื้น จะรู้สึกคันๆ ตามหน้า เป็นผลข้างเคียงจากมอร์ฟีนที่ใช้   ให้ใช้ผ้าชุบน้ำถู ๆ ช่วยบรรเทาอาการคันได้

ตื่นมาอีกที ก็อยู่ห้องพักฟื้นแล้ว   ก็ต้องอดน้ำและอาหารต่อ ใส่สายปัสสาวะและสายน้ำเกลือ พยาบาลมาบอกให้พยายามขยับตัวอยู่บนเตียง พลิกไปพลิกมา แต่ยังไม่ให้ลุกเดิน เพื่อให้ลำไส้ได้ทำงาน ร่างกายจะได้ขับแก๊สที่หมออัดข้าไปในท้องระหว่างผ่าตัดออกมา จะมีท้องอืดบ้าง ขอยาได้ แต่การขยับตัวช่วยได้   เรื่องคันตามใบหน้า ก็มีอาการคันบ้างแต่ไม่ได้มากจนทรมานอะไร เพราะหมอบอกให้รู้ล่วงหน้าแล้ว  ก็ อ๋อ มันเป็นแบบนี้นี่เอง  คันตรงไหนก็เอาผ้าชุบน้ำมาถู ๆ ตามคำแนะนำ นอนได้ ตื่นมาก็หายคันล่ะ

ผ่านไปเกือบ 2 วันก็ถอดสายปัสสาวะออก พยาบาลก็ให้ลุกเดิน ยังไงก็ต้องลุกเข้าห้องน้ำ เอาจริงตอนเดินในห้องไม่เจ็บ เจ็บตอนจะลุก ต้องฝึกท่าลุกดีๆ พยาบาลแนะนำ ตะแคงตัวก่อน เอาข้อศอกที่แนบเตียง และแขนช่วยดันตัวเองขึ้น 

เราก็พยายามลุกเดินนะ เท่าที่ถามพยาบาล เขาบอกว่า ก็จะเจ็บแหละ แต่ขึ้นอยู่กับความอดทนของแต่ละคนด้วย ลุกเดินได้จะดี ลำไส้ได้ขยับทำงาน ไม่เกิดผังผืด อะไรทำนองนั้น

เราอยู่รพ. 4 วัน รวมวันผ่าตัด วันแรกหลังผ่าตัด ได้กินเป็นน้ำข้าว น้ำซุป น้ำขิง ส่วนมื้อต่อๆมาก็เป็นอาหารอ่อนคือข้าวต้ม +กับข้าว 2 อย่าง

โชคดี ที่เปลี่ยนมาเป็นคนกินอาหารรสไม่จัดมาสักพักใหญ่แล้วเลยสบายมากกับอาหารรพ. กินหมดทุกมื้อ 55555

วันที่ 4 ก่อนออกจากรพ. หมอก็ปิดพาสเตอร์กันน้ำให้ พยาบาลบอกขึ้นบันไดได้ แต่เวลาก้าว ต้องก้าวทีละขั้น คือก้าวขึ้นมาแล้ว เอาขาอีกข้างขึ้นมาที่ขั้นเดียวกัน ก่อนที่จะก้าวขั้นต่อไป  ไม่ใช่จังหวะก้าวขึ้นบันไดแบบปกติ

กลับมาพักที่บ้านต่อ ก็ยังต้องมีท่าในการลุกจากที่นอนและจากเก้าอี้เหมือนเดิม พยายามไม่เกร็งกล้ามเนื้อท้อง จะได้ไม่เจ็บ

ช่วงแรกๆ ไม่เคยนึกว่า การบิดขี้เกียจ จะทำไม่ได้เลย  ช่วงพักฟื้นมันจะเมื่อย ๆ ตัวอยู่  เผลอทำเลยเจ็บ  ช่วงพักฟื้นไม่ว่าจะนอน หรือ ลุกก็เจ็บแต่ไม่ถึงขั้นทนไม่ได้   ช่วงนี้ต้องทำใจ ออกแนวทำอะไรไม่ได้ 5555

ส่วนอาหารหมอบอกกินได้ทุกอย่าง และเดินได้ปกติ แต่ถ้าเดินไกลจะรู้สึกหน่วงๆ ซึ่งคือเรื่องปกติ อาบน้ำได้ปกติ

พอมาลองทำดู ถ้าเดินมากหน่อยระบมแผลเหมือนกันนะ วันแรกที่กลับมาบ้านสงสัยจะขยับมากไปหน่อย มีเลือดซึมออกมาที่แผลหน่อย ๆ ด้วย ที่เห็นเพราะเลือดซึมออกมาที่ผ้าก๊อซปิดแผล

หลังครบ 1 สัปดาห์ กินยาต้านการอักเสบและยาฆ่าเชื้อหมดตามที่หมอให้มา ก็ยังรู้สึกตึงๆที่แผลอยู่ แต่เวลาลุกจากที่นอนหรือเก้าอี้ไม่เจ็บเท่าไหร่ล่ะ  เดินได้แบบไม่ต้องรู้สึกกังวลมากนัก แต่ยังไม่กล้าเสี่ยงเดินแบบปกติที่เคยทำมา เพราะก็ยังเจ็บอยู่เหมือนกัน แค่ไม่มากเท่าวันแรก

ขอย้อนกลับไปที่รพ. เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับคนที่ไม่มีหรือไม่อยากให้มีใครไปเฝ้าไข้แบบเรา  

เรื่องคนเฝ้าไข้ ถ้าไม่มีก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรนะ เพราะเราก็ไม่ได้บอกให้ใครมาเฝ้าทั้งกลางวัน กลางคืน จะลุกหรือต้องการอะไร ก็กดเรียกพยาบาลให้ช่วยได้ พยาบาล บอกว่า แค่ครั้งแรกๆ ที่นอนนานแล้วต้องลุก จะห่วงเรื่องหน้ามืด อาจจะล้มไรงี้ เรียกได้

แต่กรณีไม่รีบ ไม่ต้องกดเรียกก็ได้ เพราะตลอดวัน เดี๋ยวก็จะมีพยาบาลเข้ามาวัดความดัน วัดไข้ แม่บ้านเข้ามาทำนั่นนี่ ให้เขาช่วยได้ กลางคืนทุก 3 ชม. พยาบาลก็เข้ามาวัดความดัน+วัดไข้ ก็จะพลอยตื่นไปด้วย

ส่วนวันกลับ ก็มีแม่บ้าน+รถเข็นมาช่วยขนของให้ ทั้งหมดนี้คือเขาคิดเงินเข้าไปในค่าบริการทั้งหมดแล้ว ของกินเล็กๆน้อยๆ ของใช้ในห้องพักก็คิดตังค์ไปแล้ว พยาบาลบอกเอากลับบ้านได้

อันนี้เล่าเป็นข้อมูล ให้คนที่เตรียมตัวเตรียมใจต้องไปผ่าตัดแบบเดียวกัน เพราะก่อนหน้านี้ เราก็มาหาข้อมูลเหมือนกัน เพราะไม่เคยนอนรพ.มาก่อน เล่าแบบคนไม่เคยนอนอะนะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์และพอคลายกังวลได้บ้าง
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่