ไม่ได้ไกลเกินตัวแน่นอน ดิ้นกันแทบทุกครอบครัว (อาจจะไม่ใช่ทุกครอบครัว) อย่างน้อยก็มากพอที่จะบอกได้ว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 กำลังจะก่อกำเนิดแล้วครับ
อาจจะไม่ใช่การถล่มล้างด้วย ระเบิดปรมาณู ขีปนาวุธ หรือ สงครามเคมีที่ตั้งใจทำลายกัน
แต่สงครามโลกครั้งนี้ จะทำให้คนที่ยากจน หรือ พอจะมีจะกิน ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
นี่ยังไม่นับอัตราการว่างงานที่จะมีตัวเลขออกมาในเร็วๆนี้ นะครับ
เนื่องจาก มันมีสัญญาณบางอย่างมาจากประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ อย่าง อเมริกา กับ จีน ซึ่งความขัดแย้ง กีดกันการค้าอะไรก็แล้วแต่ สร้างความปวดหัวให้กับ นานาประเทศที่ต้องมารับรู้กันด้วย และก็มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันอย่างชัดเจน
แล้วเกี่ยวอะไรกับ สงครามโลกครั้งที่ 3 ภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจดูได้จากตลาดหุ้นทั่วโลก น่าจะบ่งชี้ชัดได้อย่างไม่ยาก เพราะดัชนีต่างๆ เรานั่งดูกันแทบจะลูกตาติดหน้าจอกันอยู่แล้วครับ
ปี 62 ยังไม่รู้ว่า วิกฤติเศรษฐกิจไทย จะไปอิงกับอะไร ลองถามแม่ค้าดูทั่วประเทศได้เลยครับ ของขายวันต่อวัน ยังเหลือบาน ต้องลดปริมาณการจำหน่ายลง แล้วทำไงต่อ เพราะหนี้ครัวเรือนที่สะสมกันมา แล้วเงินมันไม่เข้ามา นั่นแหละครับ ที่ส่วนตัวผมเรียกว่า วิกฤติ รอบนี้ เย็นยะเยือก แน่ๆ
ลองให้มีการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ก็ได้ครับ จะเห็นว่า ยังมีคนรายได้น้อยที่ยังขาดโอกาสอีกกี่ล้านคน ที่ยังหลงเหลืออยู่
บ้านล้านหลัง ใครติดเครดิตบูโร ข่าวว่า ธนาคารก็ยังรับพิจารณา และอนุโลมอยู่นะครับ แต่สำคัญคือ รายได้จะมาจากทางไหนบ้าง ที่จะมีความสามารถในการไปผ่อนชำระ
จะเอาอะไรมาวัดครับ ให้ไปดูการจดทะเบียนนิติบุคคลว่า เพิ่มไหม ตรงข้าม ลองดูก่อนไหมครับว่า จดเลิกกันไปเท่าไหร่
คือ มองปี 62 คหสต คิดว่า น่าจะเย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจ แต่ถ้าใครล้ม จะเรียกว่า เจอสงครามโลกครั้งที่ 3 แล้ว อย่างเต็มรูปแบบ
อย่ามาปรับตัว ปรับแผนอะไรกันเลยครับ ยืนอยู่นิ่งๆ แล้วค่อยๆก้าวดีกว่าครับ เพราะ ล้มคะมำ มันหมายถึง ชีวิต ทั้ง ชีวิตเลยนะครับ
ไม่ได้มอง แง่ร้าย แต่ด้วยความปราถนาดี ออกมาจาก ก้นบึ้ง ของหัวใจ ครับ
สงครามโลก ครั้งที่ 3 เย็นยะเยือก
อาจจะไม่ใช่การถล่มล้างด้วย ระเบิดปรมาณู ขีปนาวุธ หรือ สงครามเคมีที่ตั้งใจทำลายกัน
แต่สงครามโลกครั้งนี้ จะทำให้คนที่ยากจน หรือ พอจะมีจะกิน ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
นี่ยังไม่นับอัตราการว่างงานที่จะมีตัวเลขออกมาในเร็วๆนี้ นะครับ
เนื่องจาก มันมีสัญญาณบางอย่างมาจากประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ อย่าง อเมริกา กับ จีน ซึ่งความขัดแย้ง กีดกันการค้าอะไรก็แล้วแต่ สร้างความปวดหัวให้กับ นานาประเทศที่ต้องมารับรู้กันด้วย และก็มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันอย่างชัดเจน
แล้วเกี่ยวอะไรกับ สงครามโลกครั้งที่ 3 ภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจดูได้จากตลาดหุ้นทั่วโลก น่าจะบ่งชี้ชัดได้อย่างไม่ยาก เพราะดัชนีต่างๆ เรานั่งดูกันแทบจะลูกตาติดหน้าจอกันอยู่แล้วครับ
ปี 62 ยังไม่รู้ว่า วิกฤติเศรษฐกิจไทย จะไปอิงกับอะไร ลองถามแม่ค้าดูทั่วประเทศได้เลยครับ ของขายวันต่อวัน ยังเหลือบาน ต้องลดปริมาณการจำหน่ายลง แล้วทำไงต่อ เพราะหนี้ครัวเรือนที่สะสมกันมา แล้วเงินมันไม่เข้ามา นั่นแหละครับ ที่ส่วนตัวผมเรียกว่า วิกฤติ รอบนี้ เย็นยะเยือก แน่ๆ
ลองให้มีการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ก็ได้ครับ จะเห็นว่า ยังมีคนรายได้น้อยที่ยังขาดโอกาสอีกกี่ล้านคน ที่ยังหลงเหลืออยู่
บ้านล้านหลัง ใครติดเครดิตบูโร ข่าวว่า ธนาคารก็ยังรับพิจารณา และอนุโลมอยู่นะครับ แต่สำคัญคือ รายได้จะมาจากทางไหนบ้าง ที่จะมีความสามารถในการไปผ่อนชำระ
จะเอาอะไรมาวัดครับ ให้ไปดูการจดทะเบียนนิติบุคคลว่า เพิ่มไหม ตรงข้าม ลองดูก่อนไหมครับว่า จดเลิกกันไปเท่าไหร่
คือ มองปี 62 คหสต คิดว่า น่าจะเย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจ แต่ถ้าใครล้ม จะเรียกว่า เจอสงครามโลกครั้งที่ 3 แล้ว อย่างเต็มรูปแบบ
อย่ามาปรับตัว ปรับแผนอะไรกันเลยครับ ยืนอยู่นิ่งๆ แล้วค่อยๆก้าวดีกว่าครับ เพราะ ล้มคะมำ มันหมายถึง ชีวิต ทั้ง ชีวิตเลยนะครับ
ไม่ได้มอง แง่ร้าย แต่ด้วยความปราถนาดี ออกมาจาก ก้นบึ้ง ของหัวใจ ครับ