อะไรบ้างที่เป็นปัจจัยที่ทำให้กลุ่มการเมืองฝ่ายขวา, อนุรักษ์นิยมในกลุ่มชาติตะวันตกกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง

กระทู้คำถาม
จากที่หลายๆท่านอาจได้เห็นจากในข่าวต่างประเทศว่าในช่วงปีสองปีที่ผ่านมานี้ กลุ่มการเมืองฝ่ายขวา, อนุรักษ์นิยมในหลายประเทศของกลุ่มชาติตะวันตก กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่ง เช่นในฝรั่งเศส, เยอรมนี, สวีเดน บางส่วนก็ชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล เช่นในฮังการี, ออสเตรีย, สหรัฐอเมริกา หรือมีความเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อนโยบายของรัฐบาล เช่นสหราชอาณาจักรในกรณี Brexit ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

จขกท. เลยอยากถามความเห็นของแต่ละท่านว่า อะไรบ้างที่เป็นปัจจัยที่ทำให้กลุ่มการเมืองฝ่ายขวา, อนุรักษ์นิยมในกลุ่มชาติตะวันตกกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ซึ่ง คหสต. ของ จขกท. มองว่ามีประเด็นเรื่องโลกาภิวัตน์ ที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากที่ไม่ได้รับผลประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจทุนนิยมโลกาภิวัตน์หันมาสนับสนุนกลุ่มการเมืองฝ่ายขวา และประเด็นเรื่องผู้อพยพ ที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากที่รู้สึกว่า "อัตลักษณ์" หรือ "ความเป็นชาติ" ของตนกำลังถูกคุกคามหันมาสนับสนุนกลุ่มการเมืองฝ่ายขวา ชาตินิยม อนุรักษ์นิยม ที่ชูนโยบายที่มองว่าเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติและพลเมืองของชาติ เช่น การมีนโยบายทางเศรษฐกิจแบบชาตินิยม (เช่นนโยบาย America First) และการมีนโยบายที่เข้มงวดต่อกลุ่มผู้อพยพ ซึ่ง จขกท. ไม่แน่ใจว่าจะมีประเด็นไหนที่มีผลอีกหรือไม่ จึงมาถามความคิดเห็นจากหลายๆท่านในกระทู้นี้

นอกจากนี้ จขกท. ยังมีคำถามอีกประการคือ ในตอนนี้กระแส "เอียงขวา" นี้เป็นปรากฎการณ์ทางการเมืองระดับโลกแล้วหรือไม่ ถ้าเป็นแล้วจะปรากฏการณ์นี้จะคงอยู่ไปอีกนานเท่าใด หรือมีเงื่อนไขใดบ้างที่จะทำให้ภาวะเอียงขวานี้เบาบางลง

จขกท. มองว่า โลกในช่วงหลังที่ประชาชนมีส่วนในการกำหนดนโยบายของรัฐมากขึ้น (โดยเฉพาะในโลกตะวันตก) กระแสการเมืองโลกจะค่อนข้างสลับกัน เป็นเหมือนการ "ปรับสมดุลย์" ในยุคหนึ่งที่การเมืองของโลกอยู่ในกระแสชาตินิยมสุดโต่ง หลายๆชาติมีนโยบายชาตินิยมสุดโต่งแทบจะเหมือนกันหมด เช่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อมาเมื่อหลายคนเห็นว่าความสุดโต่งเกินไปนั้นไม่ส่งผลดี ก็เริ่มมีความเป็นเสรีนิยมมากขึ้น เช่นในช่วงหลังสงครามเย็น ที่กระแสเสรีนิยม, โลกาภิวัตน์เฟื่องฟู ต่อมาในช่วงหลังมานี้ หลายคนมองว่ากระแสนี้อาจจะ "มากเกินไป" เช่นความเป็นทุนนิยมโลกาภิวัตน์อย่างเต็มที่จนมีคนจำนวนมากไม่ได้รับประโยชน์ ตลอดจนการหลั่งไหลของผู้อพยพจนทำให้หลายคนกลัวว่า "ความเป็นเรา" "ความเป็นชาติของเรา" กำลังถูกคุกคาม จึงทำให้กระแสการเมืองอนุรักษ์นิยมกลับมาอีกครั้ง ซึ่งภาวะเสรีนิยมนั้นอยู่ในช่วงทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2010 ราว 20 กว่าปี ไม่แน่ว่ากระแสเอียงขวาที่หลายชาติกำลังเป็นอยู่นี้อาจทำให้กระแสเอียงขวากลายเป็นปรากฎการณ์ระดับโลก และสามารถอยู่ดำรงได้ยาวนานใกล้เคียงกับกระแสเสรีนิยม หรือจนกว่าแต่ละประเทศจะมีนโยบายที่เหมาะสม ที่สามารถทำให้คนจากกลุ่มการเมืองต่างๆสามารถประณีประนอมกันได้

จขกท. มองว่า แม้กระแสเอียงขวาจะกลับมาเป็นที่นิยม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้คนจะโหยหาแนวทางที่เคยเป็นในยุคที่โลกอยู่ในกระแสชาตินิยมสุดโต่ง (อาจจะมีบางกลุ่มที่ต้องการแต่ก็เป็นส่วนน้อยมาก) อีกทั้งกระแสเอียงขวานี้น่าจะเป็นบทเรียนให้กับกลุ่มฝ่ายซ้ายหรือกลุ่มเสรีนิยมได้พอสมควร ที่ว่าแม้กระแสโลกจะผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ทว่ากระบวนการนั้นไม่สามารถกระทำอย่างเต็มที่ได้ และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในระยะเวลาอันสั้นเนื่องจากยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ยังนิยมหรือจำเป็นต้องอิงแนวทางเดิม (เช่นกลุ่มผู้ผลิตรายเล็กที่ยังไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศในยุคโลกาภิวัตน์ได้) เนื่องจากยังไม่สามารถปรับตัวได้ ต่อไปหากฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายเสรีนิยมชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล ก็ควรที่จะมีนโยบายที่เอื้อต่อคนจำนวนหนึ่งที่ยังต้องอิงแนวทางเดิมด้วย โดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เช่นนี้น่าจะเป็นการยุติธรรมกับทั้งสองฝ่ายมากกว่า ฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนแปลง (ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของกลุ่มการเมืองสองกลุ่มนี้) ไม่รู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงช้าเกินไป ฝ่ายที่ยังต้องการแนวทางเดิม ก็ไม่รู้สึกว่าเปลี่ยนเร็วเกินไปจนปรับตัวไม่ทัน

ประมาณนี้ (หากยาวเกินก็ขออภัยครับ) ใครมีความเห็นประการใดลองมาแสดงความเห็นกันดูครับ ถ้าใครมี Paper หรือบทความดีๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ ก็นำมาแชร์กันได้ครับ ขอบคุณล่วงหน้า
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่