https://www.thaipost.net/main/detail/24870?fbclid=IwAR0LdqMfmIfslAm87hxKwxBaiD2RCMHaMG-RbzPe8TuW4XO8uwPFUpwvw2E
23 ธ.ค. 2561 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน พุ่งสูงขึ้นในกรุงเทพฯ เกินเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้คุณภาพอากาศจะอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพว่า ตนเองได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้โดยตรง เมื่อกลางดึกเวลา 3.00 น.คืนวันที่ 23 ธ.ค.ต้องพาคุณพ่อเข้าโรงพยาบาลจากอาการหอบหืด ที่หายใจทางปาก หายใจถี่ เนื่องจากแพ้ฝุ่นละอองดังกล่าว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ได้ข้อสังเกตุว่า 4 ปีที่ผ่านมาการบริหารประเทศโดยใช้อำนาจเบ็ดเสร็จไม่มีฝ่ายค้านของรัฐบาลเผด็จการ คสช.ที่อ้างว่าจะมาปฏิรูปประเทศ แต่ไม่ว่าจะชี้ไปที่ปัญหาประเด็นใดทั้งปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไม่มีการวางแผนแก้ปัญหาแบบองค์รวมที่แก้ตั้งแต่ต้นตอของปัญหาที่เรียกว่าการปฏิรูปเลย อย่างปัญหาสถานการณ์ปริมาณฝุ่นละอองที่พุ่งสูงจนมีผลต่อสุขภาพของประชาชน ถ้ารัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จเช่นรัฐบาล คสช. และต้องการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง มิใช่ใช่การปฏิรูปแต่ปาก 4 ปีกว่าเวลาไม่ใช่น้อย ถ้าวางแผนแก้ปัญหาแบบองค์รวมก็จะไม่เกิดปัญหาให้ต้องมาแก้ไขเฉพาะหน้าเช่นนี้
ปัญหาสถานการณ์ปริมาณฝุ่นละอองที่มีปริมาณพุ่งสูงจนมีผลต่อสุขภาพของประชาชน ถ้าวางแผนตั้งแต่ 3-4 ปีที่แล้วโดยกำหนดเป็นกฏหมายว่าไม่ให้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันมาตรฐานยูโร 3 ซึ่งมีค่ากำมะถันสูง ก่อให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์วิ่งผ่านในบริเวณชุมชนที่อยู่อาศัยหนาแน่น ปัญหาปริมาณฝุ่นละอองก็จะไม่พุ่งสูงจนก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้งบประมาณประกันสุขภาพพุ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งหัวหน้ารัฐบาลนี้ทวงบุญคุณประชาชนเสมอเมื่อมีการกล่าวถึงงบประมาณประกันสุขภาพ ว่าเป็นงบประมาณก้อนใหญ่ ต้องการตัดงบประมาณส่วนนี้ แต่กลับไม่รู้จักมองปัญหาภาพกว้างที่จะวางแผนแก้ไขปัญหาถึงต้นตอที่จะทำให้เกิดปัญหาการเสียงบประมาณด้านสุขภาพของประชาชน
************************************************************
ต่อไปใครถ่ายไม่ออก ก็คงต้องโทษรัฐบาล
เอาสมองส่วนไหนคิดนี่
มีปากอย่าสักแต่ว่าพูดเป็น นกแก้ว นกขุนทอง ใช้สมองบ้างครับคุณคนสวย
เพลียจิต
เชื่อมโยงกันได้!!! 'เพื่อชาติ' โวย เผด็จการทำ ฝุ่นละออง พุ่งสูงในกทม. ......ผมว่าเอาคุณคนนี้ออกจากโฆษกพรรคเถอะ (โจ หมี)
23 ธ.ค. 2561 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน พุ่งสูงขึ้นในกรุงเทพฯ เกินเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้คุณภาพอากาศจะอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพว่า ตนเองได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้โดยตรง เมื่อกลางดึกเวลา 3.00 น.คืนวันที่ 23 ธ.ค.ต้องพาคุณพ่อเข้าโรงพยาบาลจากอาการหอบหืด ที่หายใจทางปาก หายใจถี่ เนื่องจากแพ้ฝุ่นละอองดังกล่าว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ได้ข้อสังเกตุว่า 4 ปีที่ผ่านมาการบริหารประเทศโดยใช้อำนาจเบ็ดเสร็จไม่มีฝ่ายค้านของรัฐบาลเผด็จการ คสช.ที่อ้างว่าจะมาปฏิรูปประเทศ แต่ไม่ว่าจะชี้ไปที่ปัญหาประเด็นใดทั้งปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไม่มีการวางแผนแก้ปัญหาแบบองค์รวมที่แก้ตั้งแต่ต้นตอของปัญหาที่เรียกว่าการปฏิรูปเลย อย่างปัญหาสถานการณ์ปริมาณฝุ่นละอองที่พุ่งสูงจนมีผลต่อสุขภาพของประชาชน ถ้ารัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จเช่นรัฐบาล คสช. และต้องการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง มิใช่ใช่การปฏิรูปแต่ปาก 4 ปีกว่าเวลาไม่ใช่น้อย ถ้าวางแผนแก้ปัญหาแบบองค์รวมก็จะไม่เกิดปัญหาให้ต้องมาแก้ไขเฉพาะหน้าเช่นนี้
ปัญหาสถานการณ์ปริมาณฝุ่นละอองที่มีปริมาณพุ่งสูงจนมีผลต่อสุขภาพของประชาชน ถ้าวางแผนตั้งแต่ 3-4 ปีที่แล้วโดยกำหนดเป็นกฏหมายว่าไม่ให้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันมาตรฐานยูโร 3 ซึ่งมีค่ากำมะถันสูง ก่อให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์วิ่งผ่านในบริเวณชุมชนที่อยู่อาศัยหนาแน่น ปัญหาปริมาณฝุ่นละอองก็จะไม่พุ่งสูงจนก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้งบประมาณประกันสุขภาพพุ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งหัวหน้ารัฐบาลนี้ทวงบุญคุณประชาชนเสมอเมื่อมีการกล่าวถึงงบประมาณประกันสุขภาพ ว่าเป็นงบประมาณก้อนใหญ่ ต้องการตัดงบประมาณส่วนนี้ แต่กลับไม่รู้จักมองปัญหาภาพกว้างที่จะวางแผนแก้ไขปัญหาถึงต้นตอที่จะทำให้เกิดปัญหาการเสียงบประมาณด้านสุขภาพของประชาชน
************************************************************
ต่อไปใครถ่ายไม่ออก ก็คงต้องโทษรัฐบาล
เอาสมองส่วนไหนคิดนี่
มีปากอย่าสักแต่ว่าพูดเป็น นกแก้ว นกขุนทอง ใช้สมองบ้างครับคุณคนสวย
เพลียจิต