JJNY : พท.ชี้ระดมทุน พปชร.ความผิดสำเร็จ/อดีตรมว.คลังค้านขึ้นดอกเบี้ยฯ/ดอกเบี้ยขึ้นส่งผลจิตวิทยา/อสังหาฯดิ้นลดเสี่ยง!

กระทู้คำถาม
พท.ชี้ระดมทุน 'พลังประชารัฐ'ความผิดสำเร็จ
https://www.dailynews.co.th/politics/683903

"เพื่อไทย"ระบุระดมทุนพปชร.ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว แม้คืนเงินก็ไร้ผล ชี้อย่าย่ามใจว่าทำอะไรก็ได้เตือนระวังปชช.ทนไม่ไหว

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการตรวจสอบการจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสม รวมถึงข้อกฎหมายต่างๆ ที่อาจเข้าข่ายกระทำความผิดว่า

น่าแปลกใจที่นายนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สารภาพว่าคนจะอดตายอยู่แล้ว แต่พรรคพลังประชารัฐกลับไปจัดงานเลี้ยงระดมทุนโต๊ะจีนโต๊ะละ 3 ล้านบาท ตกแล้วกลืนข้าวคำละ  3,000 บาท สะท้อนความเหลื่อมล้ำรวยกระจุก จนกระจาย คนจะอดตายเลยต้องแจก 500 บาท ทั้งนี้ การพบข้อมูลหน่วยงานรัฐซื้อโต๊ะจีนรวม 69 ล้านบาทถ้าเป็นจริงถือว่า ผิดกฎหมาย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แม้จะบอกว่า ถ้าหากคุณสมบัติผู้บริจาคไม่เข้าข่ายตามที่กฎหมายกำหนดจะคืนเงินให้ แต่ฟังไม่ได้ เพราะความผิดสำเร็จแล้ว หลักการที่ถูกต้องคือต้องตรวจสอบก่อนรับ ไม่ใช่รับแล้วค่อยไปตรวจสอบ การบอกว่าจะรายงานกกต.ภายใน 2-3 สัปดาห์ และกกต.จะตรวจสอบภายใน 30 วันนั้นนานเกินไป ความจริงตรวจสอบ 2-3 ชั่วโมงก็น่าจะรู้แล้วว่า ตรวจสอบเลขที่เช็คก็สามารถระบุได้ว่าเป็นเช็คของบริษัทหรือองค์กรใดบ้าง เช็คดังกล่าวเซ็นโดยใคร การบอกว่าจะตรวจสอบใน 30 วันต้องระวังการไปตกแต่งข้อมูลเพื่อไม่ให้มีความผิดหรือไม่ สังคมกังขาและตั้งข้อสงสัยพรรคพลังประชารัฐเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นมากเกินไปหรือไม่  ไม่ว่าจะเป็นชื่อนโยบายของรัฐบาล แม้แต่ชื่อโรงเรียนก็เหมือนกับชื่อพรรคการเมือง 4 รัฐมนตรีถูกกดดันก็ไม่ลาออก แล้วยังมีการจัดระดมทุนที่สุ่มเสี่ยงจะผิดกฎหมายอีก อย่าย่ามใจว่าทำอะไรก็ได้ เดี๋ยวประชาชนเขาทนไม่ไหว.




ดร.สุชาติ อดีต รมว.คลังค้านแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย หวั่นเศรษฐกิจประเทศทรุด
https://workpointnews.com/2018/12/22/ดร-สุชาติ-อดีต-รมว-คลังค้/

อดีต รมว.คลัง ค้านแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย ภาวะเงินเฟ้อ-สภาพคล่องในระบบต่ำ หวั่นเศรษฐกิจประเทศทรุด เสนอเดินตามประเทศพัฒนาแล้ว

วันที่ 22 ธ.ค.2561 จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2554 ด้วยมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.75 ต่อปี

ล่าสุด ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความคิดเห็นว่า แบงค์ชาติไม่ควรขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าความสามารถในการผลิต (Capacity utilization rate) จะสูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งจะทำให้ ศก.ปท.เจริญเติบโตมากที่เป็นอยู่  ซึ่งในรายละเอียด ศก.สหรัฐฯ เติบโตมากเกินไป เขาจึงขึ้นดอกเบี้ย แต่เศรษฐกิจไทยแย่ โตต่ำกว่าความสามารถมาก โตต่ำกว่าเพื่อนบ้านทุกประเทศใน ASEAN เงินเฟ้อก็ต่ำเกินไป ประชาชนผลิตแล้วขายของไม่ได้จึงไม่มีกำลังซื้อ ความจริงเราต้องลงดอกเบี้ย เพื่อให้มีปริมาณเงินในประเทศเพิ่มขึ้น ประชาชนมีเงินใช้สอยมากขึ้น ชาวบ้านจะขายของได้ และค่าเงินบาทที่แข็งเกินไปทุกวันนี้ จะได้อ่อนค่าลงตามธรรมชาติ จะได้ส่งออก คือ ขายของให้ต่างประเทศได้มากขึ้น

ศ.ดร.สุชาติ แนะนำว่า แบงค์ชาติควรมีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจที่เติบโตสูง ไม่ใช่กดเศรษฐกิจจนแทบไม่เจริญเติบโต แล้วรักษาเสถียรภาพให้เงินเฟ้อต่ำๆ เป้าหมายของชาติในการดำเนินนโยบายการคลัง การเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้คนทุกคนมีงานที่ดีๆทำ มีรายได้มากๆ ครอบครัวเขาจะได้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี ประเทศเจริญเติบโตในอัตราสูง

“ผมหวังว่าผู้บริหารแบงค์ชาติจะกลับมาคิดเรื่องนี้เหมือนประเทศญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และจีน ที่เจริญเติบโตอย่างมหัศจรรย์ในทศวรรษที่ 1960 ถึง 1990 หนทางหนึ่งที่รัฐบาลควรคิดคือ การเปลี่ยนนโยบายการเงินมาเป็นการกำหนดเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม (Exchange rate targeting) การกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ มีแต่ประเทศที่รวยแล้ว เขาทำกันประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่จะกำหนดเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม เช่น ประเทศสิงคโปร์”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่