คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
ป้ายหาเสียงช่วงนี้ก็โฆษณา สวัสดิการกันออกนอกหน้าเชียว
แต่ละป้ายมันก็แบบ คล้ายๆกันนะ (หรือผมคิดไปเอง)
แบบพวกเงินให้คนชรา อะไรสักอย่างผมก็จำไม่ได้
-บางพรรคบอกจะเพิ่มให้ xxx บาท ที่เหลือก็จะเกทับกันตามระเบียบ
**ขอแก้เรื่องนโยบายการท่องเที่ยวนิดนึงนะครับ***
พึ่งเข้าใจคำว่า ทัวร์0 เหรียญ ก็เลยคิดว่า ก็ไม่น่าจะเวิร์คแฮะวิธีนี้
เหมือนเล่นขายของอะ 555
ปล.กระทู้มันเงียบ มีอะไรอัพเดทมั้ยครับบบ
แต่ละป้ายมันก็แบบ คล้ายๆกันนะ (หรือผมคิดไปเอง)
แบบพวกเงินให้คนชรา อะไรสักอย่างผมก็จำไม่ได้
-บางพรรคบอกจะเพิ่มให้ xxx บาท ที่เหลือก็จะเกทับกันตามระเบียบ
**ขอแก้เรื่องนโยบายการท่องเที่ยวนิดนึงนะครับ***
พึ่งเข้าใจคำว่า ทัวร์0 เหรียญ ก็เลยคิดว่า ก็ไม่น่าจะเวิร์คแฮะวิธีนี้
เหมือนเล่นขายของอะ 555
ปล.กระทู้มันเงียบ มีอะไรอัพเดทมั้ยครับบบ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ค่าแรงขั้นต่ำ 300฿ บาท กับ มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500฿ มันต่างกันยังไงอะ ?
รบ. ก่อนๆ(เกือบจะทุกพรรคเลยละมั้ง
เพียงแค่ได้อ่านแค่หัวข้อข่าว... แต่ลองมองลึกๆนะ(อันนี้ความคิดเห็นของผมนะ) ถ้านายจ้างรู้ว่าจ้างคนไทยมันแพง
เขาไปจ้างแรงงานต่างด้าวมาทำไม่ดีกว่าหรอ แค่ 150-200 เขาก็ทำแล้ว (อันนี้จริงๆ)
แล้วยังไงหละทีนี้ กับกลายเป็นว่า ฐานเสียงที่เฮตอนแรก ตกงานกันพรึบบ เพราะโดนแย่งงาน
โอดโอยอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว คนไทยเราขี้เกียจ เลือกงานเองหรือเปล่า
เลือกงานไม่เท่าไหร่ ตอนเลือกเขาเข้ามาบริหาร ทำไมไม่คิดให้มันลึกๆก่อน
และถ้าเกิดว่าค่าแรงมันแพงขึ้น เจ้าของกิจการหรือนักลงทุนต่างๆ เขาจะอยากลงทุนไหมอะ
นึกภาพเป็นรายบุคคลเหมือนจะไม่เยอะนะ แต่ถ้าคนเขาแห่ไปสมัครงาน มันคนละเรื่องเลยอะ
แค่ค่าวัสดุ ปัจจัยต่างๆ ค่าบำรุงเครื่องจักร มันก็จะเจ๊งอยู่แล่ว (สำหรับธรุกิจที่กำลังเติบโต)
-สมมุติ ค่าแรง 280 บาท พนง 10 =2800
ทีนี้ ค่าแรง 300 บาท พนง 10 คน = 3000
ส่วนต่างต่อบุคคลแค่ 20 บาท รวม ส่วนต่าง 200 บาทเอง (แค่นี้ก็เฮหรอ งงใจ ?)
ส่วนเจ้าของได้รับผลกระทบคือ เสียเงินเพิ่มขึ้น แต่ประมาณสินค้าและบริการ มันเท่าเดิม
ไหนจะ ภาษี ค่าปัจจัยพื้นฐานในการผลิต (ที่อาจเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก) น่าจะพอนึกภาพออกนะครับ
ส่วน มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บอกตรงๆว่า อันแรกก็ถือว่าเหี้ยมแล้วนะ อันนี้ เหี้ยมกว่านิดหน่อย
ผลกระทบก็จะคล้ายๆกัน แต่อาจน้อยกว่าด้วยซ้ำ แต่ผลกระทบที่ใหญ่จริงๆ น่าจะทางด้าน เหลื่อมล้ำทางสังคม
แบ่งชนชั้นชัดเจน(นึกว่าอยู่อินเดีย) แต่ที่แปลกใจคือ คนจนเขาว่างขนาดมาอัพโซเชียล รัวๆแบบนี้หรอวะ ?
แล้วคนจนที่เขาสมควรได้บัตรมากกกว่า ทำไมเขาไม่อัพ เพราะเขาไม่อยากบอก หรือ เพราะเขาไม่มี
หรือว่าเขาไม่รู้ตั้งแต่แรก ว่ามันมีบัตรแบบนี้อยู่ด้วย (อะแฮ่มไม่ขอพูดเยอะ เดี๋ยวบิน
ปล. เป็นเพียงแค่การเปรียบเทียบในสเกลเล็กๆ เพื่อพอจะให้เห็นภาพเฉยๆนะครับ
ใครคิดเห็นอย่างไรกับ ความเหมือนที่แตกต่าง ของนโยบายประชานิยม แนวๆนี้ ก็ลองแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ ขอบคุณครับ
ถ้ารัฐเลือก กระจายแลนด์มาร์คให้ทั่วจังหวัด เอาเม็ดเงินที่มาเททิ้งกับนโยบายพรรคแบบนี้
ไปอัดเข้าการท่องเที่ยว ให้เต็มสูบไปเลยน่าจะดีกว่าไหมครับ เราเด่นเรื่อง ท่องเที่ยวอยู่แล้ว ก็อัดเข้าไปเลย
เดี๋ยวพวก พ่อค้า คนขาย รายเล็ก รายน้อย มีคนมาเที่ยว เดี๋ยวเขาก็ต้องเริ่มคิด จะเอาอะไรมาวางขายกันบ้างแหละ
ปล2. อันนี้คิดแบบขรรมๆนะครับ