สัมภาษณ์อย่างไร ให้ไม่ได้งาน!!! โดย คุณวิรดา คูหาวันต์

1. มาให้สายเข้าไว้
ตัวละครสำคัญต้องเปิดตัวทีหลังเสมอ คนคูลๆอย่างคุณคงรู้สึกไม่เท่เท่าไหร่ที่ต้องมานั่งรอก่อนเวลานานๆ คุณก็แค่บอกไปว่ารถติด เหตุผลสากลแบบนี้ใครๆก็เข้าใจได้ทั้งนั้น ยิ่งลองโทรไปเลื่อนสัมภาษณ์ฝ่ายบุคคลหลายๆดูยิ่งแสดงให้เห็นชัดกว่าคุณมีธุระอื่นที่สำคัญกว่ามากมาย ฝ่ายบุคคลจะยิ่งเกรงใจคุณ และพยายามหาวันที่ลงตัวที่สุดในปฏิทินให้คุณ

2. ไม่ต้องรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทที่เรียกสัมภาษณ์คุณ
ก็คุณเป็นคนเลือกบริษัทก่อนไม่ใช่เหรอ เป็นหน้าที่ของบริษัทสิที่จะแนะนำตัวกับคุณ เวลาถูกถามว่า “คุณรู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่บ้าง” คุณก็แค่ตอบชัดๆแมนๆกันไปเลยว่า “ไม่รู้ครับ / ค่ะ” เพราะความเด็ดขาดชัดเจนคือคุณสมบัติของผู้สมัครที่นายจ้างต้องการ

3. ไม่ต้องกรอกประวัติให้ละเอียด
อย่าลืมว่าความคลุมเครือเป็นเสน่ห์ของคนที่น่าค้นหา ถ้าคุณเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในครั้งแรกที่เจอกับผู้สัมภาษณ์หรือ HR จนหมด พวกเขาก็จะไม่เหลือความกระหายใคร่รู้ในตัวคุณ ความเท่ของคุณจะดร็อปไป 48% ทันที คุณควรจะเหลือช่องว่างให้พวกเขาสงสัยและเปิดบทสนทนาใหม่ๆกับคุณ แต่ก็อย่าลืมกรอกชื่อเฟซบุ๊กส่วนตัวของคุณเอาไว้ เผื่อบริษัทจะอยากเข้ามาย้อนอ่านสเตตัสคุณดู จะได้ปะติดปะต่อตัวตนของคุณได้สนุกยิ่งขึ้น

4. ตอบให้สับสนวกวนเข้าไว้
เพราะนั่นคือสิ่งที่แสดงตัวตนของคุณ แสดงถึงการเป็นคนที่มีระบบความคิดซับซ้อน มีตรรกะเป็นของตนเอง และมีมิติในการสื่อสารอย่างมีนัยยะสำคัญ

5. บอกข้อเสียของตัวเองชัดเจนกว่าข้อดี
ความดีใครๆก็เยินยอตัวเองกันได้ทั้งนั้น คนตรงไปตรงมาอย่างคุณกระดากอายเกินไปที่จะพูดสิ่งนั้น คุณจึงควรเลือกเล่าแต่ข้อเสียตัวเองให้ผู้สัมภาษณ์คุณได้รับรู้ เพราะมันคือการยอมรับตัวเองขั้นสูง ที่คนแมสๆทั่วไปทำไม่ได้ ยิ่งเป็นข้อเสียที่เกี่ยวกับการทำงานในตำแหน่งที่คุณมาสัมภาษณ์ยิ่งดี โลกจะรักคนจริงใจอย่างคุณ

6. มีผลงาน แต่ไม่โชว์
วิถีของคนนอกกระแสอย่างคุณไม่ชอบการโอ้อวด อย่างมากคุณก็แค่เล่าปากเปล่าให้ HR ฟังว่าคุณผ่านงานระดับเวิลด์คลาสอะไรแค่ไหนมาบ้าง แต่ไม่ต้องเปลืองเอนเนอจี้แคลอรี่หอบมาให้ชมในวันสัมภาษณ์หรอก ให้บริษัทไปติดตามผลงานคุณเอาเอง จำไว้ว่าคนจริงชอบทำแต่ไม่ชอบโชว์

7. เรียกเงินเดือนสูงๆเข้าไว้
ไม่ต้องสนใจว่าที่เก่าคุณเคยได้เท่าไหร่ ฐานเงินเดือนตำแหน่งคุณอยู่ระดับไหนหรืออะไรทั้งนั้น การเรียกเงินเดือนสูงๆจะทำให้คุณดูแพง น่าต่อสู้แย่งชิง ยิ่งคุณเป็นนักศึกษาจบใหม่ด้วยแล้ว ยิ่งต้องประเมินความสามารถตนเองสูงกว่าความเป็นจริง เพราะนั่นเป็นการแสดงความมั่นใจในตัวเอง จำเอาไว้ว่าไอโฟนแพงแค่ไหนคนก็ซื้อ

8. แต่งตัวตามสบาย สไตล์คุณ
กาลเทศะ และความเหมาะสมเป็นเรื่องของบรรทัดฐานสังคมปกติ แต่คุณเคยแคร์อะไรๆแบบนั้นด้วยเหรอ? คุณก็รู้ดีว่าทุกคนที่ไปสัมภาษณ์งานก็ไม่เคยหยิบชุดนั้นกลับมาใส่ในชีวิตปกติอีกเลยจนกว่าจะถึงการสัมภาษณ์ครั้งต่อไป มันเสแสร้งเกินไปที่คุณจะแต่งตัวสุภาพในระดับงานกาล่าในวันแรกวันเดียวให้ใครเห็น ทั้งที่ชีวิตจริงคุณแคชชวลตามสภาพอากาศและอารมณ์

9. นั่งสัมภาษณ์ด้วยบุคลิกที่เป็นคุณ
ถ้าคุณเป็นคนเปิดเผย จงนั่งโดยจัดวางองศาของขาให้กางออกเป็นมุมป้าน บิดปลายเท้าออกจากกันเพิ่มอีกเล็กน้อย และใช้ศอกข้างใดข้างหนึ่งยันกับพนักพิงไว้ในท่าสบาย ความผ่อนคลายของคุณจะช่วยให้ผู้สมภาษณ์คุณไม่ตื่นเต้น หรือหากคุณต้องการให้เกียรติผู้สัมภาษณ์คุณมากๆ ก็ให้เอาข้อศอกและแขนทั้งสองของคุณ วางบนโต๊ะพร้อมกับโน้มตัวไปใกล้ๆคู่สนทนาของคุณ จ้องและจิกตาแบบไม่ต้องกะพริบ เพื่อให้เขารู้ว่าคุณสนใจและให้เกียรติเขามากแค่ไหน

10. ตีสนิท เป็นมิตรกับทุกคน
ละลายพฤติกรรมผู้สัมภาษณ์คุณด้วยการตีสนิท สัมผัสเนื้อตัวหรือเล่นหัวได้ก็ทำ แซวหนักๆ ยิงมุกถี่ๆ ความเฟรนด์ลี่ของคุณจะทำให้เขารู้ว่าคุณเป็นคนไม่ถือตัว และไม่ยึดติดกับกาลเทศะ

11. จริงใจไม่โกหก
ไม่ต้องตกแต่งคำตอบให้ดูดี สิ่งเดียวเท่านั้นที่คุณต้องมีคือความจริงใจ เช่นหาก HR ถามว่าทำไมคุณถึงอยากร่วมงานกับที่นี่ คุณก็สามารถตอบไปได้เลยว่าคุณร้อนเงิน หรือหากถูกถามว่าทำไมถึงออกจากบริษัทเก่า คุณก็จงไม่ลังเลที่จะตอบว่าโดนไล่ออก หรือเป็นชู้กับหัวหน้าแผนกแล้วถูกจับได้ ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้บริษัทได้รู้จักตัวตนของคุณมากยิ่งขึ้น

12. เป็นคนขอตัวลาและปิดบทสนทนาก่อนเสมอ

เมื่อเห็นว่าการสัมภาษณ์ผ่านไปจนถึงเวลาอันสมควร ให้คุณเป็นฝ่ายบอกลา หรือส่งสัญญาณให้ผู้ที่สัมภาษณ์คุณรู้ว่าเขารบกวนเวลาคุณมากเกินไปแล้ว คุณมีธุระต้องไปและจะเป็นฝ่ายติดต่อกลับมาเอง หากสนใจจะร่วมงานกับบริษัท

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่