รบกวนสอบถามผู้รู้เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางกับคู่กรณีซึ่งเป็นผู้เสียหายครับ
เกริ่นแต่แรก .
1. ผมขี่รถบนท้องถนนซึ่งเป็นถนน 4 เลน สวนกันไม่มีเกาะกลาง ผมขับขี่มาด้วยความเร็วปกติ ซึ่งเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ขณะขับขี่อยู่นั้นผมอยู่เลนซ้าย ซึ่งมีรถกระบะอยู่เลนขวา จากความที่พอจำได้ผมซึ่งขับขี่มาตามปกติและพยายามจะมุ่งหน้าไปทางแยกซึ่งมีทางม้าลายอยู่และสัญญาณไฟจราจร(ห่างกันไม่เกิน 100 ม. จากจุดเกิดเหตุ) สังเกตุว่ารถกระบะเบรกที่อยู่ด้านขวาได้เบรกและพบว่ามีคุณลุง (ผู้บาดเจ็บ) ข้ามถนนมาซึ่งรู้สึกตัวอีกที คุณลุงได้อยู่ด้านหน้าของรถทางผมซึ่งเป็นผู้ขับขี่อยู่เลนซ้ายห่างไม่เกิน 2 เมตร ทางผมเมื่อได้สติพยายามห้ามล้ออย่างกระทันหันแต่พบว่ามีส่วนใดส่วนนึงของรถจักรยานยนตร์ได้เกี่ยวคุณลุงล้มไปและรถมอไซต์ผมก็ล้มด้วย
2. หลังจากที่รถฯของผมได้ล้มผมพยายามลุกขึ้นมาดูแลคนเจ็บซึ่งนอนไม่ได้สติอยู่ริมขอบทาง ผมไม่ได้คิดหนีแต่อย่างใด และรอรถอาสากู้ภัยซึ่งมาหลังจากประสบอุบัติเพียง 5-10 นาที ผมได้พาคนเจ็บไปพร้อมกับรถอาสาฯรักษาตัวที่ รพ. ซึ่งทางโรงพยาบาลได้แจ้งว่า ในเคสของผมนั้นหากต้องเบิกฉุกเฉินหรือสิทธิของพรบ. จะต้องมีใบแจ้งบันทึกประจำวันเพื่อเบิกค่ารักษา หลังจากดูคนเจ็บที่เข้า ICU ไปเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางไป สน. เพื่อไปลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการยื่นเรื่องพรบ.
3. ในขณะที่อยู่ สน. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาพยายามไกล่เกลี่ยเกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุ และได้แจ้งว่าทางผมได้ขี่รถโดยประมาททำให้ผู้ได้รับความบาดเจ็บ ซึ่งทางผมได้ยินยอมและเซ็นต์เอกสารยอมรับสารภาพในบันทึกประจำวันที่ สน. และหมดหน้าที่ ณ ตรงนั้น
4. วันต่อมาผมก็รีบไปที่โรงพยาบาลพบว่าคนเจ็บมีเลือดออกใต้กระโหลกศรีษะ ซึ่งตอนแรกมีปริมาณไม่มากนัก หลังจากพักฟื้นคนเจ็บสามารถพูดคุยได้ตามปกติ และต้องเฝ้าสังเกตุอาการอยู่ในห้องผู้ป่วย ICU แต่ก็มีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นถัดจากหมดเวลาเยี่ยมไป สองชั่วโมงพบว่าผู้ป่วยไม่ได้สติ และผลจากการ X-Ray สมองพบว่ามีเลือดออกในปริมาณที่มากและผู้ป่วยไม่ได้สติ จึงต้องผ่าตัดเพื่อนำเลือดที่ค้างออกจากกระโหลกศรีษะเพราะ ขณะนั้นเลือดได้ทำการกดแกนสมองและบริเวณสมองส่วนหลักไปได้เรียบร้อยแล้ว หลังจากผ่าตัดต้องพักฟื้นและอยู่ในขั้นผู้ป่วยวิกฤตและไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ป่วยจะได้สติกลับมาหรือไม่จน ณ ปัจจุบันผู้ป่วยก็ยังไม่ฟื้น (ผ่านมา 10+ วันแล้วครับ)
5. ทางญาติผู้ป่วยบอกว่าค่ารักษาพยาบาลหรืออะไรต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้ผมเข้าใจและก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยง ผมแสดงความมีน้ำใจโดยจัดสรรเวลาไปเยี่ยมเขาทุกวันในขณะที่เขานอนไม่ได้สติ เราเลยอยากจะช่วยได้เท่าที่เราช่วยได้ถามไถ่อาการและเยี่ยมไข้ แต่ขณะนี้ทางญาติแจ้งมาว่าทางญาติของผู้ป่วยไม่พร้อมที่จะดูแล เลยจะต้องจ้างพยาบาลพิเศษเพื่อทำการเฝ้าผู้ป่วย ซึ่งทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่า ในกรณีของผู้ป่วยซึ่งย้ายรพ.ไปตามสิทธิและต้องไปอยู่ในห้องสามัญจะต้องมีญาติคอยเฝ้าอาการเผื่อในกรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งกรณีจ้างพยาบาลพิเศษค่าจ้างค่อนข้างแพงและเขาให้ทางผมรับผิดชอบทั้งหมดซึ่งตกต่อเดือนทางผมไม่ไหวรวมทั้งค่าใช้จ่ายในส่วนของ ค่าเวชภัณฑ์ (แพมเพิส แผ่นรอง สำลี ฯลฯ)
จึงมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้นว่าทางญาติผู้ป่วยอยากให้ทางผมรับผิดชอบทั้งหมดแต่ทางผมคิดว่าค่าจ้างพยาบาลและค่าต่าง ๆ มันเกินกว่าที่ทางผมจะช่วยไหว ทางผมเลยเสนอว่าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้และให้ทางฝั่งญาติเขาช่วยกันได้มั้ย ซึ่งทางฝั่งเขาไม่ยินยอมและจะให้ทางฝั่งผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวหากทางผมไม่ยินยอมเขาก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ผมจนปัญญาจริง ๆ ลำพังต่อเดือนก็แทบจะไม่มีเหลือเก็บและตอนนี้เครียดมากๆ ครับ
จึงอยากสอบถามว่าถ้าในกรณีแบบนี้ หากเป็นคดีและขึ้นศาลทางฝั่งผมผิดหรือไม่ผิดอย่างไรบ้าง รบกวนผู้รู้ด้วยครับ
ขี่รถเฉี่ยวผู้เสียหายไม่ได้ข้ามถนนทางม้าลายซึ่งอยู่ห่างไม่เกิน 100 ม. !
เกริ่นแต่แรก .
1. ผมขี่รถบนท้องถนนซึ่งเป็นถนน 4 เลน สวนกันไม่มีเกาะกลาง ผมขับขี่มาด้วยความเร็วปกติ ซึ่งเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ขณะขับขี่อยู่นั้นผมอยู่เลนซ้าย ซึ่งมีรถกระบะอยู่เลนขวา จากความที่พอจำได้ผมซึ่งขับขี่มาตามปกติและพยายามจะมุ่งหน้าไปทางแยกซึ่งมีทางม้าลายอยู่และสัญญาณไฟจราจร(ห่างกันไม่เกิน 100 ม. จากจุดเกิดเหตุ) สังเกตุว่ารถกระบะเบรกที่อยู่ด้านขวาได้เบรกและพบว่ามีคุณลุง (ผู้บาดเจ็บ) ข้ามถนนมาซึ่งรู้สึกตัวอีกที คุณลุงได้อยู่ด้านหน้าของรถทางผมซึ่งเป็นผู้ขับขี่อยู่เลนซ้ายห่างไม่เกิน 2 เมตร ทางผมเมื่อได้สติพยายามห้ามล้ออย่างกระทันหันแต่พบว่ามีส่วนใดส่วนนึงของรถจักรยานยนตร์ได้เกี่ยวคุณลุงล้มไปและรถมอไซต์ผมก็ล้มด้วย
2. หลังจากที่รถฯของผมได้ล้มผมพยายามลุกขึ้นมาดูแลคนเจ็บซึ่งนอนไม่ได้สติอยู่ริมขอบทาง ผมไม่ได้คิดหนีแต่อย่างใด และรอรถอาสากู้ภัยซึ่งมาหลังจากประสบอุบัติเพียง 5-10 นาที ผมได้พาคนเจ็บไปพร้อมกับรถอาสาฯรักษาตัวที่ รพ. ซึ่งทางโรงพยาบาลได้แจ้งว่า ในเคสของผมนั้นหากต้องเบิกฉุกเฉินหรือสิทธิของพรบ. จะต้องมีใบแจ้งบันทึกประจำวันเพื่อเบิกค่ารักษา หลังจากดูคนเจ็บที่เข้า ICU ไปเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางไป สน. เพื่อไปลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการยื่นเรื่องพรบ.
3. ในขณะที่อยู่ สน. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาพยายามไกล่เกลี่ยเกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุ และได้แจ้งว่าทางผมได้ขี่รถโดยประมาททำให้ผู้ได้รับความบาดเจ็บ ซึ่งทางผมได้ยินยอมและเซ็นต์เอกสารยอมรับสารภาพในบันทึกประจำวันที่ สน. และหมดหน้าที่ ณ ตรงนั้น
4. วันต่อมาผมก็รีบไปที่โรงพยาบาลพบว่าคนเจ็บมีเลือดออกใต้กระโหลกศรีษะ ซึ่งตอนแรกมีปริมาณไม่มากนัก หลังจากพักฟื้นคนเจ็บสามารถพูดคุยได้ตามปกติ และต้องเฝ้าสังเกตุอาการอยู่ในห้องผู้ป่วย ICU แต่ก็มีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นถัดจากหมดเวลาเยี่ยมไป สองชั่วโมงพบว่าผู้ป่วยไม่ได้สติ และผลจากการ X-Ray สมองพบว่ามีเลือดออกในปริมาณที่มากและผู้ป่วยไม่ได้สติ จึงต้องผ่าตัดเพื่อนำเลือดที่ค้างออกจากกระโหลกศรีษะเพราะ ขณะนั้นเลือดได้ทำการกดแกนสมองและบริเวณสมองส่วนหลักไปได้เรียบร้อยแล้ว หลังจากผ่าตัดต้องพักฟื้นและอยู่ในขั้นผู้ป่วยวิกฤตและไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ป่วยจะได้สติกลับมาหรือไม่จน ณ ปัจจุบันผู้ป่วยก็ยังไม่ฟื้น (ผ่านมา 10+ วันแล้วครับ)
5. ทางญาติผู้ป่วยบอกว่าค่ารักษาพยาบาลหรืออะไรต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้ผมเข้าใจและก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยง ผมแสดงความมีน้ำใจโดยจัดสรรเวลาไปเยี่ยมเขาทุกวันในขณะที่เขานอนไม่ได้สติ เราเลยอยากจะช่วยได้เท่าที่เราช่วยได้ถามไถ่อาการและเยี่ยมไข้ แต่ขณะนี้ทางญาติแจ้งมาว่าทางญาติของผู้ป่วยไม่พร้อมที่จะดูแล เลยจะต้องจ้างพยาบาลพิเศษเพื่อทำการเฝ้าผู้ป่วย ซึ่งทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่า ในกรณีของผู้ป่วยซึ่งย้ายรพ.ไปตามสิทธิและต้องไปอยู่ในห้องสามัญจะต้องมีญาติคอยเฝ้าอาการเผื่อในกรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งกรณีจ้างพยาบาลพิเศษค่าจ้างค่อนข้างแพงและเขาให้ทางผมรับผิดชอบทั้งหมดซึ่งตกต่อเดือนทางผมไม่ไหวรวมทั้งค่าใช้จ่ายในส่วนของ ค่าเวชภัณฑ์ (แพมเพิส แผ่นรอง สำลี ฯลฯ)
จึงมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้นว่าทางญาติผู้ป่วยอยากให้ทางผมรับผิดชอบทั้งหมดแต่ทางผมคิดว่าค่าจ้างพยาบาลและค่าต่าง ๆ มันเกินกว่าที่ทางผมจะช่วยไหว ทางผมเลยเสนอว่าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้และให้ทางฝั่งญาติเขาช่วยกันได้มั้ย ซึ่งทางฝั่งเขาไม่ยินยอมและจะให้ทางฝั่งผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวหากทางผมไม่ยินยอมเขาก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ผมจนปัญญาจริง ๆ ลำพังต่อเดือนก็แทบจะไม่มีเหลือเก็บและตอนนี้เครียดมากๆ ครับ
จึงอยากสอบถามว่าถ้าในกรณีแบบนี้ หากเป็นคดีและขึ้นศาลทางฝั่งผมผิดหรือไม่ผิดอย่างไรบ้าง รบกวนผู้รู้ด้วยครับ