[CR] Review Unbreakable

ติดตามรีวิวหนังเก่า/ใหม่ ไทย/เทศ ซีรี่/แอนิเมชัน ได้ที่ facebook เพจ Movie Crazy

Unbreakable : ดี ชั่ว ขั้วที่หาย

เดวิด ดันน์ ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเหตุการณ์รถไฟตกรางโดยไม่มีแม้รอยขีดข่วน ถูกติดตามโดยมิสเตอร์กลาสชายกระดูกเพราะเจ้าของแกลอรี่คอมิคส์ที่พยายามพร่ำบอกว่าเขาอาจเป็นยอดมนุษย์

ภาคปฐมบทในไตรภาคทางรถไฟสาย 177 ที่กว่า Split ภาคต่อจะคลอดตามออกมาก็ต้องรอถึง 16 ปี และ Glass ภาคปิดจ่อคิวรอฉายอยู่ที่มกราคม 2019 เป็นไตรภาคที่มีแฟนๆ รอติดตามมากที่สุดเรื่องหนึ่งทั้งที่เป็นหนังทุนน้อยแต่กลับได้นักแสดงระดับ บลูซ วิลลิส, แซมมวล แอล แจ็คสัน และ เจม แมคอาวอย

ย้อนกลับไปปี 1999 เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน ดังเป็นพลุแตกจากหนังผีหักมุม The 6th Sense ซึ่งเป็นหนังลำดับที่สามของเขา และในปีถัดมา Unbreakable เรื่องนี้ก็คลอดตามมาพร้อมด้วยชื่อไทย “เฉียด...ชะตาสยอง” ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดของคนตั้งชื่อไทยอย่างมาก คือเข้าใจแหละว่าตั้งเพื่อขายชื่อ ผกก ที่เพิ่งดังมาจากหนังสยองขวัญ แต่เรื่องนี้มันเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่!!!

และด้วยความที่เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ (ตามคำบอกของชยามาลานเอง) มันก็ทำคนดูแตกเป็นสองเสี่ยงคือชอบก็ชอบเลย เกลียดก็เกลียดเลย เพราะมันไม่ใช่ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ มีแอคชันมันหยด ซีจีท่วมจอแบบ X Men ที่เริ่มเปิดตัวในปีเดียวกัน หรือหนังฮีโรเรื่องอื่นๆ ก็ตามที

Unbreakable โฟกัสไปที่ความเป็นมนุษย์ เน้นความสมจริง ไม่มีการปล่อยพลังใดๆ ค่อนไปทางหนังดรามาที่เล่าเรื่องของมนุษย์ธรรมดาที่กำลังสงสัยในตัวเอง ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเขาเป็นอะไร ชีวิตของเขามีความหมายอย่างไร

ทุกชีวิตจะมีความหมายไปในทางใดก็ด้วยการถูกให้ความหมาย การนิยาม การเติมเต็ม เดวิด ดันน์ ตื่นมาพร้อมความเศร้าอย่างไร้สาเหตุในทุกเช้า โดยเขาได้พบในท้ายที่สุดว่าความเศร้านั้นคือการไม่รู้ว่าชีวิตตัวเองนั้นมีความหมายอย่างไร และเขาค้นพบมันก็ด้วยการช่วยเติมเต็มโดยมิสเตอร์กลาส ในขณะที่เขาเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าตัวเขานั้นก็คือสิ่งเติมเต็มของมิสเตอร์กลาสเช่นกัน

ทั้งคู่เกิดมาเพื่อให้ความหมาย และเติมเต็มซึ่งกันและกัน ในฐานะคู่ตรงข้าม คือส่วนเสี้ยวที่ขาดหายของกันและกัน คือหยินกับหยางที่ต้องอยู่คู่กันถึงมีความหมาย และการเติมเต็มของทั้งคู่คือ Unbreakable

ในฐานะคนดูคนหนึ่งที่ติดภาพหนังฮีโรว่าต้องเออะมะเทิ่ง มีพลังพิเศษมากๆ มีชุดเฉพาะดูแฟนซี อาจมีดรามาได้บ้างแต่ก็ยังไม่คุ้นค่อนไปทางไม่ถูกจริตกับเรื่องนี้อยู่ดี ในฐานะที่ ผกก ออกตัวว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่

แต่ในฐานะหนังดรามาของคนธรรมดาๆ ที่ค้นหาตัวเองตรงส่วนนี้ถือว่าหนังก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดีแม้ว่าในตอนต้นเราจะรู้สึกตลกอยู่บ้างกับไอ้บ้าการ์ตูนที่เชื่อสนิทใจว่าโลกนี้มียอดมนุษย์อยู่จริง แต่น้ำเสียงของเรื่องความซีเรียสจริงจังของตัวละครและเหตุการณ์ก็นำพาเราเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ของพวกเขาได้

ชอบซีนลูกชายที่เชื่อมิสเตอร์กลาสสนิทใจจนอยากทดสอบพ่อเพราะพาร์ทครอบครัวหนังก็ปูมาเยอะว่ามันมีปัญหาแล้วซีนนี้ก็กระพือปัญหาให้เพิ่มให้ขยายขึ้นไปอีกจนเดวิด ต้องจริงจังกับการค้นหาตัวเอง

แต่การที่หนังไม่มีแอคชันอะไรเลยตลอดทั้งเรื่อง เป็นแค่เรื่องเล่า หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ของคนที่ออกเดินค้นหาตัวเองมันก็ทำให้หนังขาดแอคชัน ขาดแรงกระตุ้นคนดูไปเยอะเหมือนกัน หรือในส่วนของดรามาเองที่พอมันหนึ่ง สอง สาม มันไม่มีช่วงกราฟดิ่งหรือกราฟขึ้นพีคของอารมณ์ตัวละครหรือเรื่องแบบชัดๆ หนักๆ มันก็ทำให้เรื่องดูเอื่อยและเหนื่อยได้เหมือนกัน




ชื่อสินค้า:   Unbreakable (2000) ปฐมบทฮีโรทางรถไฟสาย 177
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่