สวัสดีครับ
ตอนนี้โรงเรียนหลายโรงน่าจะมีวิชา Innovation เป็นวิชาที่ให้นักเรียนได้ทำการสร้างชิ้นงานเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาของตัวเอง
คนที่อยู่ในแวดวงการศึกษาทั้งครู และนักเรียนน่าจะทราบดี ว่าวิชานี้สร้างความปวดหัวให้กับทั้งสองฝ่ายมากแค่ไหน
ฝ่ายครูก็แทบไม่เคยได้สร้างนวัตกรรมที่เป็นชิ้นงานมาก่อน อาจไม่สามารถแนะนำนักเรียนในเรื่องการทำชิ้นงานได้
ฝ่ายนักเรียนก็แทบจะไม่เคยได้คิดว่าสิ่งต่างๆเป็นปัญหาที่ต้องทำอะไรสักอย่างให้ปัญหามันหายไป หรือปรับปรุงให้ดีขึ้น
เมื่อสองฝ่ายมาเจอกัน ความบรรลัยจึงเกิดขึ้น
ครูมักจะชอบนึกเอาเองว่านวัตกรรมมันต้องใหม่เท่านั้น ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน แต่ลืมนึกไปว่าทุกอย่างที่ครูคิดว่าใหม่มันมีคนอื่นคิดมาก่อนหน้านั้นแล้ว ถ้าอยากสร้างรถเข็นควบคุมด้วยมือถือ ไปหาในเว็บไซต์ต่างๆมีเยอะแยะ มีคู่มือ How to ให้ทำตามได้ เมื่อนักเรียนคิดนวัตกรรมอย่างหนึ่งขึ้นมา นอกจากครูจะต้องประเมินว่าทำได้หรือทำไม่ได้ แก้ปัญหาได้หรือไม่ ยังจะต้องมาพะวงเรื่องความใหม่ด้วย กลัวไม่เข้า theme innovation
ระดับความใหม่ของครูแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน บางคนรู้มากหน่อย เพราะชอบแนวสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ บางคนแทบไม่รู้เลยว่าสิ่งนี้มันสร้างขึ้นมาขายแล้ว เมื่อนักเรียนไปปรึกษากับครูคนหนึ่งครูโอเคเพราะคิดว่าใหม่ แต่กับครูอีกคนไม่โอเคเพราะครูรู้ว่ามันเอามาขายแล้ว
จะเห็นได้ว่าความรู้เรื่องความใหม่เป็นอะไรที่ไม่เท่ากันสำหรับแต่ละคน
นอกจากเรื่องความใหม่แล้ว ระดับของนวัตกรรมของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ขอเปรียบเทียบว่าบางคนถือว่าแค่สร้างตัวฟีดกระดาษป้อนให้เครื่องปรินท์ที่พังไม่สามารถฟีดกระดาษได้ก็โอเคแล้ว แต่บางคนไม่ได้แค่นี้ไม่ถือว่าเป็นการสร้าง Innovation มันต้องสร้างเครื่องปรินท์อันใหม่ที่สามารถแก้ไขการฟีดกระดาษได้ง่ายๆ ผมได้แต่ถอนหายใจ..... ว่าครูคงลืมนึกไปว่านักเรียนมีเวลาเท่าไหร่ต่อสัปดาห์ หากต้องสร้างเครื่องปรินท์ใหม่ภายในเวลา 6 สัปดาห์
ผมคิดว่าเราไม่ควรไปโฟกัสเรื่องความใหม่ เพราะมันไม่เท่ากัน รวมถึงไม่ต้องไปโฟกัสเรื่อง ระดับของ Innovation มากนัก
แต่ให้ไปโฟกัสว่าที่นักเรียนทำมามันสามารถแก้ไขปัญหาได้ไหม
นักเรียนบางคนลอกมาจากเว็บจริง แต่กระบวนการในการทำซ้ำใหม่ ไม่ง่ายเลย ยกตัวอย่าง นักเรียนสร้างรถเข็นบังคับผู่ป่วยบังคับด้วยมือถือ นักเรียนต้องการทำแบบนี้อยู่ก่อนแล้ว เลยไปหาในเน็ตแล้วพบว่า
https://www.instructables.com มีทุกอย่างที่ต้องการ มีรายละเอียดบอกค่อนข้างมาก สามารถทำตามขั้นตอนได้ แต่อุปกรณ์ทุกอย่างไม่สามารถใช้ตามได้เพราะบางอุปกรณ์ไม่มีขายในไทย ต้องวิเคราะห์และประยุกต์เอา ตอนซื้อมาต้องมาทดสอบอุปกรณ์แต่ละชิ้นว่าเหมาะกับงานหรือไม่ มันไม่ใช่งานที่ทำตามทุกตัวอักษรแล้วมันจะ Work เหมือนการลอกการบ้านเพื่อน
ที่เขียนมาทั้งหมดคือความในใจเกี่ยวกับวิชานี้
ปล. หากนักเรียนคนใดอยากคิด Inno แปลกๆประเภทสิ่งประดิษฐ์สำหรับวิชานี้ ให้เข้าไปตามลายแทงข้างต้น เพื่อเป็นแนวทาง ...
ปล.2 สำหรับครูที่กลัวว่านักเรียนจะไม่ได้เรียนรู้กระบวนการวิเคราะห์เพื่อกำหนดปัญหา ผมคิดว่าควรสอนกระบวนการนั้นในคาบเรียนด้วยเรื่องสักที่มีปัญหาซ่อนอยู่สักเรื่องแล้วให้นักเรียนวิเคราะห์เพื่อประเมินว่านักเรียนกำหนดปัญหาและวิธีแก้ปัญหาเป็นหรือไม่ และบังคับให้นักเรียนเล่าเรื่องที่อยากแก้ปัญหา ถ้าเล่าแล้วมีพื้นฐานของความอยากแก้ไขปัญหาอยู่บ้าง ไม่

และทำงานเพื่อแก้ปัญหานั้นได้ ก็น่าจะเพียงพอ
แค่ไหนถึงเป็น Innovation สำหรับนักเรียน
ตอนนี้โรงเรียนหลายโรงน่าจะมีวิชา Innovation เป็นวิชาที่ให้นักเรียนได้ทำการสร้างชิ้นงานเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาของตัวเอง
คนที่อยู่ในแวดวงการศึกษาทั้งครู และนักเรียนน่าจะทราบดี ว่าวิชานี้สร้างความปวดหัวให้กับทั้งสองฝ่ายมากแค่ไหน
ฝ่ายครูก็แทบไม่เคยได้สร้างนวัตกรรมที่เป็นชิ้นงานมาก่อน อาจไม่สามารถแนะนำนักเรียนในเรื่องการทำชิ้นงานได้
ฝ่ายนักเรียนก็แทบจะไม่เคยได้คิดว่าสิ่งต่างๆเป็นปัญหาที่ต้องทำอะไรสักอย่างให้ปัญหามันหายไป หรือปรับปรุงให้ดีขึ้น
เมื่อสองฝ่ายมาเจอกัน ความบรรลัยจึงเกิดขึ้น
ครูมักจะชอบนึกเอาเองว่านวัตกรรมมันต้องใหม่เท่านั้น ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน แต่ลืมนึกไปว่าทุกอย่างที่ครูคิดว่าใหม่มันมีคนอื่นคิดมาก่อนหน้านั้นแล้ว ถ้าอยากสร้างรถเข็นควบคุมด้วยมือถือ ไปหาในเว็บไซต์ต่างๆมีเยอะแยะ มีคู่มือ How to ให้ทำตามได้ เมื่อนักเรียนคิดนวัตกรรมอย่างหนึ่งขึ้นมา นอกจากครูจะต้องประเมินว่าทำได้หรือทำไม่ได้ แก้ปัญหาได้หรือไม่ ยังจะต้องมาพะวงเรื่องความใหม่ด้วย กลัวไม่เข้า theme innovation
ระดับความใหม่ของครูแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน บางคนรู้มากหน่อย เพราะชอบแนวสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ บางคนแทบไม่รู้เลยว่าสิ่งนี้มันสร้างขึ้นมาขายแล้ว เมื่อนักเรียนไปปรึกษากับครูคนหนึ่งครูโอเคเพราะคิดว่าใหม่ แต่กับครูอีกคนไม่โอเคเพราะครูรู้ว่ามันเอามาขายแล้ว
จะเห็นได้ว่าความรู้เรื่องความใหม่เป็นอะไรที่ไม่เท่ากันสำหรับแต่ละคน
นอกจากเรื่องความใหม่แล้ว ระดับของนวัตกรรมของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ขอเปรียบเทียบว่าบางคนถือว่าแค่สร้างตัวฟีดกระดาษป้อนให้เครื่องปรินท์ที่พังไม่สามารถฟีดกระดาษได้ก็โอเคแล้ว แต่บางคนไม่ได้แค่นี้ไม่ถือว่าเป็นการสร้าง Innovation มันต้องสร้างเครื่องปรินท์อันใหม่ที่สามารถแก้ไขการฟีดกระดาษได้ง่ายๆ ผมได้แต่ถอนหายใจ..... ว่าครูคงลืมนึกไปว่านักเรียนมีเวลาเท่าไหร่ต่อสัปดาห์ หากต้องสร้างเครื่องปรินท์ใหม่ภายในเวลา 6 สัปดาห์
ผมคิดว่าเราไม่ควรไปโฟกัสเรื่องความใหม่ เพราะมันไม่เท่ากัน รวมถึงไม่ต้องไปโฟกัสเรื่อง ระดับของ Innovation มากนัก
แต่ให้ไปโฟกัสว่าที่นักเรียนทำมามันสามารถแก้ไขปัญหาได้ไหม
นักเรียนบางคนลอกมาจากเว็บจริง แต่กระบวนการในการทำซ้ำใหม่ ไม่ง่ายเลย ยกตัวอย่าง นักเรียนสร้างรถเข็นบังคับผู่ป่วยบังคับด้วยมือถือ นักเรียนต้องการทำแบบนี้อยู่ก่อนแล้ว เลยไปหาในเน็ตแล้วพบว่า
https://www.instructables.comมีทุกอย่างที่ต้องการ มีรายละเอียดบอกค่อนข้างมาก สามารถทำตามขั้นตอนได้ แต่อุปกรณ์ทุกอย่างไม่สามารถใช้ตามได้เพราะบางอุปกรณ์ไม่มีขายในไทย ต้องวิเคราะห์และประยุกต์เอา ตอนซื้อมาต้องมาทดสอบอุปกรณ์แต่ละชิ้นว่าเหมาะกับงานหรือไม่ มันไม่ใช่งานที่ทำตามทุกตัวอักษรแล้วมันจะ Work เหมือนการลอกการบ้านเพื่อนที่เขียนมาทั้งหมดคือความในใจเกี่ยวกับวิชานี้
ปล. หากนักเรียนคนใดอยากคิด Inno แปลกๆประเภทสิ่งประดิษฐ์สำหรับวิชานี้ ให้เข้าไปตามลายแทงข้างต้น เพื่อเป็นแนวทาง ...
ปล.2 สำหรับครูที่กลัวว่านักเรียนจะไม่ได้เรียนรู้กระบวนการวิเคราะห์เพื่อกำหนดปัญหา ผมคิดว่าควรสอนกระบวนการนั้นในคาบเรียนด้วยเรื่องสักที่มีปัญหาซ่อนอยู่สักเรื่องแล้วให้นักเรียนวิเคราะห์เพื่อประเมินว่านักเรียนกำหนดปัญหาและวิธีแก้ปัญหาเป็นหรือไม่ และบังคับให้นักเรียนเล่าเรื่องที่อยากแก้ปัญหา ถ้าเล่าแล้วมีพื้นฐานของความอยากแก้ไขปัญหาอยู่บ้าง ไม่