ไม่ต้องก่ง ต้องเกริ่นอะไรให้เสียเวลา
ทุกคนคงรู้กันดี ว่าการวางมือของ "ป๋า" ในเวลานั้น ครั้งสุดท้ายของป๋า ที่เสกแชมป์สมัยที่ 20 มาประดับตู้โชว์
มีใครเคยคิดไหมว่า ปีศาจแดง ทีมนี้ ทีมที่เรียกได้ว่า เกือบจะผูกขาดแชมป์ช่วงทศวรรตที่ผ่านมา
จากทีมที่ ทุกทีมในพรีเมียร์ลีกค์ต่างเกรงกลัว เพราะเป็น ทีมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน
และรวมไปถึง พลังในการดึงดูดนักเตะระดับโลกมาสู่ทีมตนเอง รวมไปถึง มียอดกุนซือ ที่ผมขอใช้คำว่า "ตำนาน"
ที่น้อยคนนักจะสามารถทำแบบแกได้
ผมยังจำได้ดี ยังจำได้ดี เชลซีผมในวันนั้น ถูกเรียกว่า ทีม 3 ล้อถูกหวยบ้าง หอยบ้าง ซื้อแชมป์บ้าง
แต่เมื่อทีมสามารถเป็นแชมป์ได้ คำสบประมาทต่างๆ เราต่างมองข้าม และหวังเพียงทีมเราได้มีโอกาส
ขีดเขียนหน้าประวัติศาสตร์แบบแมนยู แต่ทั้งหมดทั้งมวล ต่อให้เราเป็นทีมที่มีกองหน้าระดับพระกาฬแบบดร็อกบา
แต่ทีมที่เราต่างก็เกรงกลัวกันดี นั่นคือ แมนยู ยิ่งเวลาพลพรรค เพื่อนๆที่เป็นเด็กผีตอนนั้น ยุคใหนแมนยูรุ่งเรือง
เรียกได้ว่า แทบหาปี๊บคุมหัว เวลาไปโรงเรียน
แต่ใครจะคาดคิดว่า ปีที่ แมนยูได้แชมป์สมัยที่ 20
ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ รวมระยะเวลาทั้งสิ้น เกือบๆ 7 ปี ที่แมนยู ห่างหายจากถ้วยแชมป์พรีเมียร์
ตรงจุดนี้ เราอาจมองว่าเป็นสิ่งที่เกิดกันได้
แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่า แมนยูในวันนี้ แตกต่างไปจาก แมนยูในยุคเซอร์เลยคือ
1.ความน่ากลัว
เรียกได้ว่า แมนยูหมดความน่ากลัวลงไป หากเทียบเป็น % ผมตีให้แบบใจดีสุดๆ 70% ต่อให้แมนยูชั่วโมงนี้เพิ่งชนะเชลซีด้วย
แต่ภาพลักษณ์ ความน่ากลัว ดูดรอปลงไปเยอะมาก ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า มันเกิดจากอะไร
2.การมีนักเตะ ที่ บางคนเหมือนเป็น ส่วนเกินในทีม มากจนเกินไป
คงปฎิเสธม่ได้ว่า ในยุคของป๋า แม้แต่เด็กที่ไร้ชื่อเสียง ป๋า ก็สามารถเสกให้มาติดทีมใหญ่ แล้วมิหนำซ้ำยังเล่นได้จน
พาแมนยูคว้าแชมป์ได้ด้วย โดยที่แปลกคือ ถ้าว่าถึงหลักสถิติต่างๆ จริงๆ เด็กคนนั้นก็ไม่ได้ เก่งในระดับโลก
3.อิทธิพลในสนามของ "ป๊า" ต่อผู้ตัดสิน
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยังถกเถียงกันถึงทุกวันนี้ ว่าที่กรรมการในยุคนั้น ทดเวลาแบบ ไม่ลืมหู ลืมตา
ยังกับได้รับใบสั่งมา มันมีจริงรึป่าว (แต่โดยส่วนตัวคิดว่ามีแน่ๆ ทดซะเวอร์ขนาดนั้น)
4.การซื้อนักเตะในยุคนี้
คือไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทุกทีมต่างอิจฉาแมนยู เล่นละลายเงินกับนักเตะแบบ ทีมใหญ่ๆยังคิดแล้วคิดอีก
ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่ เรียกได้ว่า แตกต่างจากยุคป๊า อย่างมากกกกกกกกกกกกกกกก
5.การไม่เคารพสโมสรของนักเตะ
เห็นๆกันอยู่ว่า คงไม่ต้องพูดเยอะ สมัยนี้ ไม่รู้เพราะนักเตะมันคิดว่าตัวเองเก่งระดับโลกขนาดใหน
ถึงได้ไม่เคารพกันขนาดนี้ ไม่ใชแค่ที่แมนยู แต่เป็นเกือบทุกทีม
6.ผู้เล่นคนที่ 12 ในห้องแต่งตัว
เรียกได้ว่า แมนยูชุดนี้ แทบจะไม่มี ซีเนียที่คอยปลุกระดมน้องๆเล๊ย เมื่อก่อนผมเคยคิดนะ ตอนเชลซี มีปัญหาเรื่อง
ซีเนีย ไม่ลงรอยกับโค้ช ดร็อกบา เทอรี่ แลมพ์ ผมยังคิดในใจ ซีเนียแก่แล้ว จะไปมีอิทธิพลอะไร ปล่อยๆออกไปก็จบ
แต่เชลซ๊ดันเลือกปล่อย โค๊ชออกไปแทน พอมาถึงทุกวันนี้ ผมโตขึ้น ผมเข้าใจละ ว่าระบบซีเนียมันสำคัญจริงๆ
เป็นเหมือนผู้เล่นคนที่ 12 ในสนาม ที่คอยปลุกระดม กำลังใจของน้องๆในทีมกลับมา เมื่อถูกนำ
7.ยังหาโค้ชที่ใช่ ไม่เจอสักที
ทุกคนคงติดตา กับการที่แมนยู มีโค้ชคนเดียว แต่พาทีมสร้างประวัติศาสตร์ เป็นทีม ที่เรีกกได้ว่า
ก้าวมาเป็นทีมอันดับ 1 ของโลกอยู่ช่วงนึง แต่ทุกวันนี้ ทีมใหญ่ ต่างวัดผลงานของโค้ช แบบ ใช้เวลาไม่นานต้องมีแชมป์
ทำให้แมนยู ต้องตกไปสู่สถานการเดียวกัน ตอนนี้ คงได้แต่หวัง SaveMou กันต่อไป อิอิ
8.พรีเมียร์ลีก ยังคงเป็นลีกอันดับ 1 ของโลก
การลุ้นแชมป์ ที่ เผลอแล้วโดนทิ้งห่าง หรือทีมในลีค มีศักยภาพ เม็ดเงิน นักเตะ กุนซือ จำนวนคนดู
จำนวนเม็ดเงินลิขสิทธิ์ ทุกอย่างต่างบ่งชี้ให้เห็นว่า พรีเมียในทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนพอสมควร
มันก็คงไม่ยุติธรรม ที่เราจะใช้ แมนยู ในยุคนั้น มาเทียบกับยุคนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีก ว่า สิ่งที่ทีมอื่นทำได้ ทำไมแมนยูจะทำไม่ได้
ที่เห็นชัดๆ คือ การดึงผู้เล่นแบบ ทุ่มสุดตัว เห็นแล้วได้แต่ร้อง อือหืออออออออ
เอาเพียงเท่านี้ก่อน ที่เห็นได้ชัดๆ
ซึ่งผมก็คิดไว้แล้วว่า เด๋ว เชลซีของผมก็ต้องมาถึงจุดที่แมนยู อยู่ในทุกวันนี้ เมื่อเสี่ยหมี หมดความสนุกในการทำทีมฟุตบอล
ก็ได้แต่หวังเพียงแค่ว่า ทีมจะฟื้นและกลับมาลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
ส่วนแมนยูในตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเจอบททดสอบแบบนี้อีกนานแค่ใหน
"ตอนนี้คงเรียกได้ว่า แมนยู อยู่ในช่วงฝ่ามรสุม ที่ทุกทีมต้องเจอ จะเจอช้า เจอเร็ว หรือเจอในช่วงชีวิตใหนของคนเราแค่นั้นเอง "
🛑 แมนยูในช่วง ฝ่ามรสุมทีม " บทพิสูจน์ ที่ทุกทีมต้องเจอ "
ทุกคนคงรู้กันดี ว่าการวางมือของ "ป๋า" ในเวลานั้น ครั้งสุดท้ายของป๋า ที่เสกแชมป์สมัยที่ 20 มาประดับตู้โชว์
มีใครเคยคิดไหมว่า ปีศาจแดง ทีมนี้ ทีมที่เรียกได้ว่า เกือบจะผูกขาดแชมป์ช่วงทศวรรตที่ผ่านมา
จากทีมที่ ทุกทีมในพรีเมียร์ลีกค์ต่างเกรงกลัว เพราะเป็น ทีมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน
และรวมไปถึง พลังในการดึงดูดนักเตะระดับโลกมาสู่ทีมตนเอง รวมไปถึง มียอดกุนซือ ที่ผมขอใช้คำว่า "ตำนาน"
ที่น้อยคนนักจะสามารถทำแบบแกได้
ผมยังจำได้ดี ยังจำได้ดี เชลซีผมในวันนั้น ถูกเรียกว่า ทีม 3 ล้อถูกหวยบ้าง หอยบ้าง ซื้อแชมป์บ้าง
แต่เมื่อทีมสามารถเป็นแชมป์ได้ คำสบประมาทต่างๆ เราต่างมองข้าม และหวังเพียงทีมเราได้มีโอกาส
ขีดเขียนหน้าประวัติศาสตร์แบบแมนยู แต่ทั้งหมดทั้งมวล ต่อให้เราเป็นทีมที่มีกองหน้าระดับพระกาฬแบบดร็อกบา
แต่ทีมที่เราต่างก็เกรงกลัวกันดี นั่นคือ แมนยู ยิ่งเวลาพลพรรค เพื่อนๆที่เป็นเด็กผีตอนนั้น ยุคใหนแมนยูรุ่งเรือง
เรียกได้ว่า แทบหาปี๊บคุมหัว เวลาไปโรงเรียน
แต่ใครจะคาดคิดว่า ปีที่ แมนยูได้แชมป์สมัยที่ 20
ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ รวมระยะเวลาทั้งสิ้น เกือบๆ 7 ปี ที่แมนยู ห่างหายจากถ้วยแชมป์พรีเมียร์
ตรงจุดนี้ เราอาจมองว่าเป็นสิ่งที่เกิดกันได้
แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่า แมนยูในวันนี้ แตกต่างไปจาก แมนยูในยุคเซอร์เลยคือ
1.ความน่ากลัว
เรียกได้ว่า แมนยูหมดความน่ากลัวลงไป หากเทียบเป็น % ผมตีให้แบบใจดีสุดๆ 70% ต่อให้แมนยูชั่วโมงนี้เพิ่งชนะเชลซีด้วย
แต่ภาพลักษณ์ ความน่ากลัว ดูดรอปลงไปเยอะมาก ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า มันเกิดจากอะไร
2.การมีนักเตะ ที่ บางคนเหมือนเป็น ส่วนเกินในทีม มากจนเกินไป
คงปฎิเสธม่ได้ว่า ในยุคของป๋า แม้แต่เด็กที่ไร้ชื่อเสียง ป๋า ก็สามารถเสกให้มาติดทีมใหญ่ แล้วมิหนำซ้ำยังเล่นได้จน
พาแมนยูคว้าแชมป์ได้ด้วย โดยที่แปลกคือ ถ้าว่าถึงหลักสถิติต่างๆ จริงๆ เด็กคนนั้นก็ไม่ได้ เก่งในระดับโลก
3.อิทธิพลในสนามของ "ป๊า" ต่อผู้ตัดสิน
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยังถกเถียงกันถึงทุกวันนี้ ว่าที่กรรมการในยุคนั้น ทดเวลาแบบ ไม่ลืมหู ลืมตา
ยังกับได้รับใบสั่งมา มันมีจริงรึป่าว (แต่โดยส่วนตัวคิดว่ามีแน่ๆ ทดซะเวอร์ขนาดนั้น)
4.การซื้อนักเตะในยุคนี้
คือไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทุกทีมต่างอิจฉาแมนยู เล่นละลายเงินกับนักเตะแบบ ทีมใหญ่ๆยังคิดแล้วคิดอีก
ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่ เรียกได้ว่า แตกต่างจากยุคป๊า อย่างมากกกกกกกกกกกกกกกก
5.การไม่เคารพสโมสรของนักเตะ
เห็นๆกันอยู่ว่า คงไม่ต้องพูดเยอะ สมัยนี้ ไม่รู้เพราะนักเตะมันคิดว่าตัวเองเก่งระดับโลกขนาดใหน
ถึงได้ไม่เคารพกันขนาดนี้ ไม่ใชแค่ที่แมนยู แต่เป็นเกือบทุกทีม
6.ผู้เล่นคนที่ 12 ในห้องแต่งตัว
เรียกได้ว่า แมนยูชุดนี้ แทบจะไม่มี ซีเนียที่คอยปลุกระดมน้องๆเล๊ย เมื่อก่อนผมเคยคิดนะ ตอนเชลซี มีปัญหาเรื่อง
ซีเนีย ไม่ลงรอยกับโค้ช ดร็อกบา เทอรี่ แลมพ์ ผมยังคิดในใจ ซีเนียแก่แล้ว จะไปมีอิทธิพลอะไร ปล่อยๆออกไปก็จบ
แต่เชลซ๊ดันเลือกปล่อย โค๊ชออกไปแทน พอมาถึงทุกวันนี้ ผมโตขึ้น ผมเข้าใจละ ว่าระบบซีเนียมันสำคัญจริงๆ
เป็นเหมือนผู้เล่นคนที่ 12 ในสนาม ที่คอยปลุกระดม กำลังใจของน้องๆในทีมกลับมา เมื่อถูกนำ
7.ยังหาโค้ชที่ใช่ ไม่เจอสักที
ทุกคนคงติดตา กับการที่แมนยู มีโค้ชคนเดียว แต่พาทีมสร้างประวัติศาสตร์ เป็นทีม ที่เรีกกได้ว่า
ก้าวมาเป็นทีมอันดับ 1 ของโลกอยู่ช่วงนึง แต่ทุกวันนี้ ทีมใหญ่ ต่างวัดผลงานของโค้ช แบบ ใช้เวลาไม่นานต้องมีแชมป์
ทำให้แมนยู ต้องตกไปสู่สถานการเดียวกัน ตอนนี้ คงได้แต่หวัง SaveMou กันต่อไป อิอิ
8.พรีเมียร์ลีก ยังคงเป็นลีกอันดับ 1 ของโลก
การลุ้นแชมป์ ที่ เผลอแล้วโดนทิ้งห่าง หรือทีมในลีค มีศักยภาพ เม็ดเงิน นักเตะ กุนซือ จำนวนคนดู
จำนวนเม็ดเงินลิขสิทธิ์ ทุกอย่างต่างบ่งชี้ให้เห็นว่า พรีเมียในทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนพอสมควร
มันก็คงไม่ยุติธรรม ที่เราจะใช้ แมนยู ในยุคนั้น มาเทียบกับยุคนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีก ว่า สิ่งที่ทีมอื่นทำได้ ทำไมแมนยูจะทำไม่ได้
ที่เห็นชัดๆ คือ การดึงผู้เล่นแบบ ทุ่มสุดตัว เห็นแล้วได้แต่ร้อง อือหืออออออออ
เอาเพียงเท่านี้ก่อน ที่เห็นได้ชัดๆ
ซึ่งผมก็คิดไว้แล้วว่า เด๋ว เชลซีของผมก็ต้องมาถึงจุดที่แมนยู อยู่ในทุกวันนี้ เมื่อเสี่ยหมี หมดความสนุกในการทำทีมฟุตบอล
ก็ได้แต่หวังเพียงแค่ว่า ทีมจะฟื้นและกลับมาลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
ส่วนแมนยูในตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเจอบททดสอบแบบนี้อีกนานแค่ใหน