เรากับแม่มีกันแค่ 2 คนค่ะ ปัจจุบันเราอายุ 30 ปี ส่วนแม่ของเราอายุ 45 ปีค่ะ
สถานะปัจจุบันแยกกันอยู่ เพราะเราทำงานอยู่กทม. ส่วนแม่อยู่บ้านที่ตจว.
สาเหตุที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะแม่ของเราเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหหายจึงอยู่ด้วยกันตลอดไม่ได้ทำได้แค่ไปๆมาๆ เดือนละ 2-3 ครั้ง และไปนอนค้างบ้างถ้ามีโอกาส
เรายังไม่มีครอบครัวอยู่กทม.คนเดียวด้วยเงินเดือน 30,000 บาท มีภาระเพียงค่าเช่าห้อง ค่าจัดฟัน ค่าโทรศัพท์รายเดือนทั้งของเราและแม่และส่งเงินให้แม่เดือนละ 6,000 บาท
เรื่องการเงินแม่เราเป็นมานานแล้ว แต่ช่วงหลังๆแกมีพฤติกรรมใช้เงินมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน จนเราเครียด
เช่นขอเงินเพิ่มระหว่างเดือน เช่น อ้างว่าโดนโกงแชร์ หรืออะไรก็แล้วแต่เราก็ส่งเงินให้โดยที่ไม่เคยปฎิเสธ
ที่เราบอกว่าหนักขึ้นเพราะแม่เราในช่วงหลังแกติดการพนันค่ะ เราไม่ทราบว่าเป็นการพนันอะไรรู้เพียงว่ามี 100-200 ก็เล่นได้ เราเคยอ่านในพันทิป มีแต่คนบอกว่า
คนที่ติดการพนัน มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ เราพูดเท่าไหร่ก็ไม่พัง แกเคยเล่นอยู่ครั้งหนึ่งได้กำไรมาจำนวนมากและหมดด้วยความรวดเร็วมากเช่นกัน
ตอนนี้พอสิ้นเดือนปุ๊ปเราส่งเงินให้แม่ เรารู้สึกว่าเงินตรงนั้นมันหมดเพียงระยะเวลาไม่ถึง 5 วัน แกก็จะโทรมาขอเงินเพิ่ม แกขอเงินเพื่มทุกวันวันละ 200-2000 บาท บอกว่าเงินหมดแล้วมีข้ออ้างสารพัด
ไม้ตายของแม่คือเขาบอกว่าแม่ไม่มีเงินกินข้าวแม่นะลูก แม่ขอแค่ 200 ให้แม่ติดตัวกินข้าว เราด้วยความเป็นลูกได้ยินคำว่าแม่ไม่ได้กินข้าวเราก็อดไม่ให้ไม่ได้
ด้วยความที่บ้านเราเก่าแล้ว (ปลูกบนที่วัดอยู่) ใกล้ผุพังทุกวัน แม่เคยพูดว่าอยากให้ทำบ้านหลังใหม่เมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา
เราพยายามอดออมเงินเก็บแต่ดูเหมือนจะเก็บได้ไม่ตลอดรอดฝั่งโดยง่ายเพราะอย่างที่กล่าวในตอนแรกคือแม่ขอเงินเราเพิ่มระหว่างเดือนที่นับวันจะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆจนเราบริหารเงินไม่ไหว (แม่เราไม่รู้ว่าเรามีเงินเก็บตรงนี้ ปัจจุบันมีเงินเก็บราว 5 หมื่นบาท)
บางเดือนแกโทมาต้องการเงิน 20,000 ด่วนในเวลากลางคืนอ้างว่าโดนตำรวจจับ เราพยายามบอกแม่ว่าเราไม่มีเงิน แกพยายามพูดกับเราให้ขอเงินเพื่อนหรืออะไรก็ได้มาช่วยแก เราใจแข็งได้ไม่นานเราก็โอนเงินเก็บของเราในส่วน 5 หมื่นให้ แต่โกหกแม่ว่ายืมเพื่อนมาด้วยความที่ทนเห็นแม่โดนตำรวจจับไม่ได้
เราเคยบอกแม่ว่าเราไม่มีเงินแล้วเหลือทั้งตัว 500 บาท แกก็บอกว่าเอามาหมดนั่นแหละเดี๋ยวเย็นๆคืน แต่สุดท้ายแม่ก็ไม่ได้คืน หรือถ้ามีคืนก็จะไม่ใช่วันที่แกสัญญา
บางครั้งแม่จะบอกเราว่าแม่จำได้ว่าเรามีแหวนทองที่แกเคยซื้อให้เอาไปจำนำมาใช้สิ เราไม่อยากจำนำดพราะเป็นสิ่งแทนใจเวลานึกถึงแม่ แต่สุดท้ายเราจำนำไปแล้ว
บางครั้งแม่จะบอกเราให้เราโทรไปโกหกคนนั้นคนนี้กับผู้ใหญ่ที่แกรู้จัก โกหกว่าเราป่วยไม่มีเงินหรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อที่จะเอาเงินมาให้แก ซึ่งอันนี้เราไม่ปฎิเสธแม่ เราบอกแม่ว่าทำไมเราต้องโกหกคนอื่นด้วย แกให้เหตุผลว่าถ้าเราไม่มีเงิน แม่จะเอาเงินที่ไหนกินข้าว แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนใช้ละลูก
วันนี้แม่เราโทรมาขอเงินตั้งแต่เช้าต้องการเงินจำนวน 2 หมื่นบาทภายในวันนี้ แม่บอกว่าให้เราไปยืมใครหรือเอาบัครเครดิตไปกดเงินสดยังไงก็ได้ แม่อ้างว่าแม่เอารถยนต์ของน้าที่รู้จักไปจำนำกับคนที่รู้จักไว้โดยแม่เป็นผู้ค้ำ แล้วน้าเอารถคืนไปแล้วและยังไม่ได้เอาเงินไปคืนเขา ทำให้เขามาเล่นงานจะเอาเงินแม่ในฐานะผู้ค้ำประกัน
เราชั่งใจอยู่นาน มันเป็นความรู้สึกที่ลังเลบอกไม่ถูก เราไม่รู้ว่าแม่โกหกเพื่อเอาไปเล่นพนันไหม หรือถ้าแม่พูดความจริง แม่จะคิดว่าสุดท้ายก็มาเอาเงินที่เราได้เรื่อยๆไหม แม่จะรู้ไหมว่าที่แม่ทำกับเราเรารู้สึกแย่มาก ไม่มีกำลังใจในการทำงานเลย เราอยากมีเงินเก็บเหมือนคนอื่นเขา เราให้เงินแม่ได้นะ แต่ไม่ใช่แบบนี้
สุดท้ายเราเลือกที่จะโกหกแม่บอกว่าบัตรเครดิตที่เรามีกดเงินสดออกมาไม่ได้ แต่เราทำเรื่องกู้เงินไม่ได้เพราะเราไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
แม่กับบอกเราว่าให้เราโทรไปโกหกยายว่าอะไรก็ได้เพื่อนำเงินมาให้เขาก่อน เขาสัญญาว่าจะหามาคืนเพราะเขาเดือดร้อนมาก เราปฎิเสธแม่อีกครั้งด้วยเราไม่อยากโกหกยาย แม่เราดูเสียใจในคำพูดของเรา แกบอกเราว่าถ้าลำบากใจที่ช่วยแม่ก็ไม่เป็นไร เขาหาทางของเขาเองได้
ตอนนี้เราพูดตามตรงเราสับสน เราไม่รู้จำทำยังไงต่อ หรือเราจะต้องโทรไปหายาย หรือเราจะต้องเอาเงินเก็บออกมาให้แม่จริงๆ จึงได้มาปรึกษาในนี้
นี่เป็นกระทู้แรกของเรา ถ้าเราพิมพ์เนื้อหาวกวนไป เราขอโทษนะคะ
ขอปรึกษาค่ะ เป็นเรื่องของเรากับแม่
สถานะปัจจุบันแยกกันอยู่ เพราะเราทำงานอยู่กทม. ส่วนแม่อยู่บ้านที่ตจว.
สาเหตุที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะแม่ของเราเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหหายจึงอยู่ด้วยกันตลอดไม่ได้ทำได้แค่ไปๆมาๆ เดือนละ 2-3 ครั้ง และไปนอนค้างบ้างถ้ามีโอกาส
เรายังไม่มีครอบครัวอยู่กทม.คนเดียวด้วยเงินเดือน 30,000 บาท มีภาระเพียงค่าเช่าห้อง ค่าจัดฟัน ค่าโทรศัพท์รายเดือนทั้งของเราและแม่และส่งเงินให้แม่เดือนละ 6,000 บาท
เรื่องการเงินแม่เราเป็นมานานแล้ว แต่ช่วงหลังๆแกมีพฤติกรรมใช้เงินมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน จนเราเครียด
เช่นขอเงินเพิ่มระหว่างเดือน เช่น อ้างว่าโดนโกงแชร์ หรืออะไรก็แล้วแต่เราก็ส่งเงินให้โดยที่ไม่เคยปฎิเสธ
ที่เราบอกว่าหนักขึ้นเพราะแม่เราในช่วงหลังแกติดการพนันค่ะ เราไม่ทราบว่าเป็นการพนันอะไรรู้เพียงว่ามี 100-200 ก็เล่นได้ เราเคยอ่านในพันทิป มีแต่คนบอกว่า
คนที่ติดการพนัน มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ เราพูดเท่าไหร่ก็ไม่พัง แกเคยเล่นอยู่ครั้งหนึ่งได้กำไรมาจำนวนมากและหมดด้วยความรวดเร็วมากเช่นกัน
ตอนนี้พอสิ้นเดือนปุ๊ปเราส่งเงินให้แม่ เรารู้สึกว่าเงินตรงนั้นมันหมดเพียงระยะเวลาไม่ถึง 5 วัน แกก็จะโทรมาขอเงินเพิ่ม แกขอเงินเพื่มทุกวันวันละ 200-2000 บาท บอกว่าเงินหมดแล้วมีข้ออ้างสารพัด
ไม้ตายของแม่คือเขาบอกว่าแม่ไม่มีเงินกินข้าวแม่นะลูก แม่ขอแค่ 200 ให้แม่ติดตัวกินข้าว เราด้วยความเป็นลูกได้ยินคำว่าแม่ไม่ได้กินข้าวเราก็อดไม่ให้ไม่ได้
ด้วยความที่บ้านเราเก่าแล้ว (ปลูกบนที่วัดอยู่) ใกล้ผุพังทุกวัน แม่เคยพูดว่าอยากให้ทำบ้านหลังใหม่เมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา
เราพยายามอดออมเงินเก็บแต่ดูเหมือนจะเก็บได้ไม่ตลอดรอดฝั่งโดยง่ายเพราะอย่างที่กล่าวในตอนแรกคือแม่ขอเงินเราเพิ่มระหว่างเดือนที่นับวันจะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆจนเราบริหารเงินไม่ไหว (แม่เราไม่รู้ว่าเรามีเงินเก็บตรงนี้ ปัจจุบันมีเงินเก็บราว 5 หมื่นบาท)
บางเดือนแกโทมาต้องการเงิน 20,000 ด่วนในเวลากลางคืนอ้างว่าโดนตำรวจจับ เราพยายามบอกแม่ว่าเราไม่มีเงิน แกพยายามพูดกับเราให้ขอเงินเพื่อนหรืออะไรก็ได้มาช่วยแก เราใจแข็งได้ไม่นานเราก็โอนเงินเก็บของเราในส่วน 5 หมื่นให้ แต่โกหกแม่ว่ายืมเพื่อนมาด้วยความที่ทนเห็นแม่โดนตำรวจจับไม่ได้
เราเคยบอกแม่ว่าเราไม่มีเงินแล้วเหลือทั้งตัว 500 บาท แกก็บอกว่าเอามาหมดนั่นแหละเดี๋ยวเย็นๆคืน แต่สุดท้ายแม่ก็ไม่ได้คืน หรือถ้ามีคืนก็จะไม่ใช่วันที่แกสัญญา
บางครั้งแม่จะบอกเราว่าแม่จำได้ว่าเรามีแหวนทองที่แกเคยซื้อให้เอาไปจำนำมาใช้สิ เราไม่อยากจำนำดพราะเป็นสิ่งแทนใจเวลานึกถึงแม่ แต่สุดท้ายเราจำนำไปแล้ว
บางครั้งแม่จะบอกเราให้เราโทรไปโกหกคนนั้นคนนี้กับผู้ใหญ่ที่แกรู้จัก โกหกว่าเราป่วยไม่มีเงินหรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อที่จะเอาเงินมาให้แก ซึ่งอันนี้เราไม่ปฎิเสธแม่ เราบอกแม่ว่าทำไมเราต้องโกหกคนอื่นด้วย แกให้เหตุผลว่าถ้าเราไม่มีเงิน แม่จะเอาเงินที่ไหนกินข้าว แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนใช้ละลูก
วันนี้แม่เราโทรมาขอเงินตั้งแต่เช้าต้องการเงินจำนวน 2 หมื่นบาทภายในวันนี้ แม่บอกว่าให้เราไปยืมใครหรือเอาบัครเครดิตไปกดเงินสดยังไงก็ได้ แม่อ้างว่าแม่เอารถยนต์ของน้าที่รู้จักไปจำนำกับคนที่รู้จักไว้โดยแม่เป็นผู้ค้ำ แล้วน้าเอารถคืนไปแล้วและยังไม่ได้เอาเงินไปคืนเขา ทำให้เขามาเล่นงานจะเอาเงินแม่ในฐานะผู้ค้ำประกัน
เราชั่งใจอยู่นาน มันเป็นความรู้สึกที่ลังเลบอกไม่ถูก เราไม่รู้ว่าแม่โกหกเพื่อเอาไปเล่นพนันไหม หรือถ้าแม่พูดความจริง แม่จะคิดว่าสุดท้ายก็มาเอาเงินที่เราได้เรื่อยๆไหม แม่จะรู้ไหมว่าที่แม่ทำกับเราเรารู้สึกแย่มาก ไม่มีกำลังใจในการทำงานเลย เราอยากมีเงินเก็บเหมือนคนอื่นเขา เราให้เงินแม่ได้นะ แต่ไม่ใช่แบบนี้
สุดท้ายเราเลือกที่จะโกหกแม่บอกว่าบัตรเครดิตที่เรามีกดเงินสดออกมาไม่ได้ แต่เราทำเรื่องกู้เงินไม่ได้เพราะเราไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
แม่กับบอกเราว่าให้เราโทรไปโกหกยายว่าอะไรก็ได้เพื่อนำเงินมาให้เขาก่อน เขาสัญญาว่าจะหามาคืนเพราะเขาเดือดร้อนมาก เราปฎิเสธแม่อีกครั้งด้วยเราไม่อยากโกหกยาย แม่เราดูเสียใจในคำพูดของเรา แกบอกเราว่าถ้าลำบากใจที่ช่วยแม่ก็ไม่เป็นไร เขาหาทางของเขาเองได้
ตอนนี้เราพูดตามตรงเราสับสน เราไม่รู้จำทำยังไงต่อ หรือเราจะต้องโทรไปหายาย หรือเราจะต้องเอาเงินเก็บออกมาให้แม่จริงๆ จึงได้มาปรึกษาในนี้
นี่เป็นกระทู้แรกของเรา ถ้าเราพิมพ์เนื้อหาวกวนไป เราขอโทษนะคะ