เวทีแรกหลังปลดล็อก! “ไทยรักษาชาติ” เปิดปราศรัยใหญ่ กว่าครึ่งหมื่นแห่ฟังแน่น!
https://www.khaosod.co.th/politics/news_1965494
เวทีแรกหลังปลดล็อก! “ไทยรักษาชาติ” เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรก
กว่าครึ่งหมื่นแห่ฟัง!
เวทีแรกหลังปลดล็อก! – เมื่อวานนี้ (16 ธ.ค.) ที่สนามตลาดหน้าโรงเรียนตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร นางสาว
สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ นำแกนนำของพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมด้วย นาย
จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนาย
ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นาย
เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นาย
พิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติและแกนนำคนสำคัญอีกจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังได้ เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร สส. พรรคไทยรักษาชาติ พร้อมกับเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส ทั้ง ทั้ง 3 เขตเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะการเปิดตัวนักการเมืองจากตระกูลภัทรประสิทธิ์คือ นาย
วินัย ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งเป็นน้องชายต่างมารดา ของนาย
ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงและอดีตส.ส.พิจิตรหลายสมัย จะลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 1 ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 นาย
ปุณยวัจ เหลืองวิจิตร น้องชายหัวแก้วหัวแหวน นางสาว
สุณีย์ รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติลงสมัคร ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 ส่งนาง
มิ่งขวัญ พุกเปี่ยม ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพิจิตรลงสมัคร
โดยบรรยากาศของเปิดตัวเต็มไปด้วยความคึกคักกว่า 6 พันคน โดยแกนนำพรรคหลายคนที่ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีพูดคุย ภายใต้สโลแกน
“โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน” โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน การแก้ปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ รวมถึงการแก้ปัญหาและพัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของชาวจังหวัดพิจิตร
ด้านนาย
จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ปราศรัยถึง ความผิดพลาดของการบริหารบ้านเมืองที่ล้มเหลวของรัฐบาลปัจจุบันที่มาจากการทำรัฐประหาร ที่จะไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งผิดกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้ประเทศชาติแย่ลง รวยกระจุก จนกระจาย เศรษฐกิจย่ำแย่ อาชาญากรรม และสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงกล่าวถึงการดำเนินงานของพรรคไทยรักษาชาติว่าการทำงานนอกจากโครงการเดิมที่ทำแล้ว ยังเน้นการรับฟังปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุด อย่างเช่นที่พิจิตร ปัญหาราคาข้าว ผลไม้ตกต่ำ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ยาเสพติด ที่ทำกินเป็นต้น
สำหรับการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรคไทยรักษาชาติ จัดขึ้นที่อำเภอตะพานหินเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกหลังการปลดล็อกทางการเมือง โดยครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเปิดตัวการทำงาน ผู้บริหาร ของพรรคไทยรักษาชาติแล้ว ยังเป็นการเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 3 เขตของจังหวัดพิจิตร โดยประเด็นที่นาจับตามองอีกอย่างหนึ่งคือสถานที่ในการปราศรัยที่ใช้พื้นที่อำเภอตะพานหิน ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของนายนาวิน บุญเศรษฐ ว่าที่ผู้สมัครอีก 1 คนที่คลาดว่าจะลงสมัครในเขต 2 ของจังหวัดพิจิตร เนื่องจากนายนาวิน เป็นอดีต ส.ส.ที่เคยสังกัดพรรคเพื่อไทยแต่เปลี่ยนแนวทางออกจากพรรคเพื่อไทย ไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนาแทน
สุเทพ เดินคารวะชาวโคราช ชูแก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับล่าง หลังปล่อย ‘ทับถมมาเรื่อยๆ’
https://www.khaosod.co.th/politics/news_1965216
สุเทพ เดินคารวะชาวโคราช ชูแก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับล่าง
หลังปล่อย ‘ทับถมมาเรื่อยๆ’ เชื่อ ประชาชนมีความตื่นรู้ทางการเมืองมากขึ้น
วันที่ 17 ธ.ค. นาย
สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้เดินคารวะแผ่นดินพบปะกับประชาชนที่ เขตเทศบาลพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พร้อมกับเปิดตัวนาย
วิทยา ดวงใจ อดีตแกนนำกปปส อ.พิมาย เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 7 (อ.ชุมพวง และ อ.พิมาย)
โดยคณะของนาย
สุเทพ ได้เดินลอดประตูชัย ซึ่งเป็นประตูเข้าเมืองพิมายเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย แล้วเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย เพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สักการะพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และเดินทางไปกราบไหว้ขอพรเจ้าพ่อหลักเมืองพิมาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันติบาลเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอพิมาย มาดูแลความสงบเรียบร้อย
นาย
สุเทพ พร้อมคณะได้พบปะพี่น้องประชาชนชาวพิมาย โดยมีชาวพิมายคอยต้อนรับตลอดเส้นทางมอบดอกไม้พวงมาลัย และนำเอาผ้าขาวม้ามาคาดเอวให้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักการแจกแผ่นพับแนะนำนโยบายพรรค รับสมัครสมาชิกพรรค และเข้าไปทักทายกับพ่อค้า แม่ค้าในตลาดไนท์บาซ่าร์ และปราศรัยพบปะประชาชนมอบนโยบายพรรคใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงเดินทางกลับ
นาย
สุเทพ กล่าวว่า ตนได้นำเสนอนโยบายของทางพรรครวมพลังประชาชาติไทย
โดยจะเน้นที่เศรษฐกิจของชาวบ้าน เชื่อมั่นว่าถ้าประชาชนแต่ละครอบครัวมีฐานะทางเศรษฐกิจดี เศรษฐกิจข้างล่างดี คนมีรายได้ คนมีงานทำ การค้าขายระดับล่างก็จะดี ตลาดระดับล่างก็จะดี เพราะตอนนี้ตลาดระดับล่างยังมีปัญหา ปล่อยไว้ก็จะทบกันมาเรื่อยๆ เป้าหมายจำนวน ส.ส.ที่โคราชว่าจะได้กี่ที่นั่ง
ก็ขึ้นอยู่ที่พี่น้องประชาชนไม่มีใครตอบได้ วันนี้พี่น้องประชาชนมีความตื่นตัว ตื่นรู้ทางการเมืองมากขึ้น ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งคราวนี้ จะเห็นปรากฏการณ์แสดงชัดเจนว่า ประชาชนคิดกันอย่างไร
JJNY : “ไทยรักษาชาติ”เปิดปราศรัยใหญ่กว่าครึ่งหมื่นแห่ฟังแน่น!/สุเทพชูแก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับล่างหลังปล่อย‘ทับถมมาเรื่อยๆ’
https://www.khaosod.co.th/politics/news_1965494
กว่าครึ่งหมื่นแห่ฟัง!
เวทีแรกหลังปลดล็อก! – เมื่อวานนี้ (16 ธ.ค.) ที่สนามตลาดหน้าโรงเรียนตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ นำแกนนำของพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติและแกนนำคนสำคัญอีกจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังได้ เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร สส. พรรคไทยรักษาชาติ พร้อมกับเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส ทั้ง ทั้ง 3 เขตเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะการเปิดตัวนักการเมืองจากตระกูลภัทรประสิทธิ์คือ นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งเป็นน้องชายต่างมารดา ของนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงและอดีตส.ส.พิจิตรหลายสมัย จะลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 1 ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 นายปุณยวัจ เหลืองวิจิตร น้องชายหัวแก้วหัวแหวน นางสาวสุณีย์ รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติลงสมัคร ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 ส่งนางมิ่งขวัญ พุกเปี่ยม ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพิจิตรลงสมัคร
โดยบรรยากาศของเปิดตัวเต็มไปด้วยความคึกคักกว่า 6 พันคน โดยแกนนำพรรคหลายคนที่ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีพูดคุย ภายใต้สโลแกน “โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน” โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน การแก้ปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ รวมถึงการแก้ปัญหาและพัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของชาวจังหวัดพิจิตร
ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ปราศรัยถึง ความผิดพลาดของการบริหารบ้านเมืองที่ล้มเหลวของรัฐบาลปัจจุบันที่มาจากการทำรัฐประหาร ที่จะไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งผิดกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้ประเทศชาติแย่ลง รวยกระจุก จนกระจาย เศรษฐกิจย่ำแย่ อาชาญากรรม และสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงกล่าวถึงการดำเนินงานของพรรคไทยรักษาชาติว่าการทำงานนอกจากโครงการเดิมที่ทำแล้ว ยังเน้นการรับฟังปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุด อย่างเช่นที่พิจิตร ปัญหาราคาข้าว ผลไม้ตกต่ำ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ยาเสพติด ที่ทำกินเป็นต้น
สำหรับการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรคไทยรักษาชาติ จัดขึ้นที่อำเภอตะพานหินเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกหลังการปลดล็อกทางการเมือง โดยครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเปิดตัวการทำงาน ผู้บริหาร ของพรรคไทยรักษาชาติแล้ว ยังเป็นการเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 3 เขตของจังหวัดพิจิตร โดยประเด็นที่นาจับตามองอีกอย่างหนึ่งคือสถานที่ในการปราศรัยที่ใช้พื้นที่อำเภอตะพานหิน ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของนายนาวิน บุญเศรษฐ ว่าที่ผู้สมัครอีก 1 คนที่คลาดว่าจะลงสมัครในเขต 2 ของจังหวัดพิจิตร เนื่องจากนายนาวิน เป็นอดีต ส.ส.ที่เคยสังกัดพรรคเพื่อไทยแต่เปลี่ยนแนวทางออกจากพรรคเพื่อไทย ไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนาแทน
สุเทพ เดินคารวะชาวโคราช ชูแก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับล่าง หลังปล่อย ‘ทับถมมาเรื่อยๆ’
https://www.khaosod.co.th/politics/news_1965216
หลังปล่อย ‘ทับถมมาเรื่อยๆ’ เชื่อ ประชาชนมีความตื่นรู้ทางการเมืองมากขึ้น
วันที่ 17 ธ.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้เดินคารวะแผ่นดินพบปะกับประชาชนที่ เขตเทศบาลพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พร้อมกับเปิดตัวนายวิทยา ดวงใจ อดีตแกนนำกปปส อ.พิมาย เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 7 (อ.ชุมพวง และ อ.พิมาย)
โดยคณะของนายสุเทพ ได้เดินลอดประตูชัย ซึ่งเป็นประตูเข้าเมืองพิมายเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย แล้วเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย เพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สักการะพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และเดินทางไปกราบไหว้ขอพรเจ้าพ่อหลักเมืองพิมาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันติบาลเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอพิมาย มาดูแลความสงบเรียบร้อย
นายสุเทพ พร้อมคณะได้พบปะพี่น้องประชาชนชาวพิมาย โดยมีชาวพิมายคอยต้อนรับตลอดเส้นทางมอบดอกไม้พวงมาลัย และนำเอาผ้าขาวม้ามาคาดเอวให้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักการแจกแผ่นพับแนะนำนโยบายพรรค รับสมัครสมาชิกพรรค และเข้าไปทักทายกับพ่อค้า แม่ค้าในตลาดไนท์บาซ่าร์ และปราศรัยพบปะประชาชนมอบนโยบายพรรคใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงเดินทางกลับ
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้นำเสนอนโยบายของทางพรรครวมพลังประชาชาติไทย โดยจะเน้นที่เศรษฐกิจของชาวบ้าน เชื่อมั่นว่าถ้าประชาชนแต่ละครอบครัวมีฐานะทางเศรษฐกิจดี เศรษฐกิจข้างล่างดี คนมีรายได้ คนมีงานทำ การค้าขายระดับล่างก็จะดี ตลาดระดับล่างก็จะดี เพราะตอนนี้ตลาดระดับล่างยังมีปัญหา ปล่อยไว้ก็จะทบกันมาเรื่อยๆ เป้าหมายจำนวน ส.ส.ที่โคราชว่าจะได้กี่ที่นั่ง ก็ขึ้นอยู่ที่พี่น้องประชาชนไม่มีใครตอบได้ วันนี้พี่น้องประชาชนมีความตื่นตัว ตื่นรู้ทางการเมืองมากขึ้น ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งคราวนี้ จะเห็นปรากฏการณ์แสดงชัดเจนว่า ประชาชนคิดกันอย่างไร