เริ่มคึกคักครับช่วงนี้....สำหรับพรรคการเมืองที่กำลังเข็นนโยบายออกมาสำเสนอ บางนโยบายก็เหมือนลอยในอากาศจับต้องไม่ได้ (Unrealistic) บางอันก็ประเภทแทบจะเป็นไปไม่ได้(Impractical)
เมื่อต้นปีนี้ คนที่ผมรู้จักเสียชีวิตลงและปรากฏว่าครอบครัวของเขาไม่มีเงินค่าทำ "ฌาปนกิจ" ผมได้เข้าไปช่วยเหลือตรงนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้คิดว่ามากมายอะไรเลย แตกต่างจากสิ่งที่ผมได้รับเป็นการตอบแทน คือความสุข โล่งใจ และการขอบคุณที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจจากครอบครัวของเพื่อน และน่าจะรวมไปถึง "ดวงวิญญาณ" ของคนที่ผมรู้จักด้วย ดวงวิญญาณของเขาคงได้รับทราบด้วยญาณวิถีว่าคนที่ยังอยู่ได้ฌาปนกิจและส่งวิญญาณเขาไปสัมปรายภพ
เมื่อผนวกเหตุการณ์ตรงนั้นกับ "ธุรกิจใหม่" ที่กำลังค่อยๆ บูมในประเทศอังกฤษตอนนี้คือการวางเงินประกันค่าทำฌาปนกิจล่วงหน้า สองเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่างานฌาปนกิจก็เป็นเรื่องที่ทำให้ "คนอยู่" ลำบากใจไม่น้อย และภาครัฐควรมีนโยบายบรรเทาและช่วยเหลือตรงนั้นอย่างเป็นรูปธรรม (ผมก็พอจะทราบมาบ้างว่า มีมูลนิธิเอกชน หรือตามโรงพยาบาลให้ความช่วยเหลือตรงนี้อยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะช่วยเหลือในลักษณะ "ศพไม่มีญาติ") แต่สำหรับ "ศพ" หรือคนที่มีญาติ แต่ญาติยากจนนี่ลำบากครับ หากพรรคการเมืองไหนรับแนวคิดช่วยเหลือเรื่องงานฌาปนกิจพ่วงเป็นนโยบายไปด้วย ผมก็จะอนุโมทนาด้วยและเชื่อว่าหลายคนคงจะยินดีกับนโยบายนี้ด้วย นอกจากบรรเทาทุกข์แล้วยังได้อานิสสงส์ด้วย ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดจ่ายเป็นแสนเหมือนการเกิด ไม่ต้องถึงหมื่นก็ได้พอได้ ตอนผมช่วยเหลืองานฌาปนกิจที่กล่าวไว้ข้างบนนั้นผมควักไปประมาณ 6 พันกว่าบาท (สวดศพสามคืน และทำบุญตอนเช้าหลังฌาปนกิจ)
จริงๆ แล้วถ้าจะทำให้งบต่ำกว่านี้ก็ได้ โดยการติดต่อและขอความร่วมมือไปยังวัดทุกวัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "ปัจจัย" ที่ใส่ซองถวาย หรือค่าใช้เมรเผาศพ ฯลฯ ซึ่งเรื่องนี้ ท่านเจ้าคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตโต) สมัยท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ (ป้อมปราบ) ท่านกำหนดนโยบายภายในวัดว่า พระลูกวัดทั้งหมดจะไม่รับเงินใดๆ ในงานฌาปนกิจของญาติโยม เชื่อไหม? แค่ตรงนี้ก็ลดทอนค่าใช้จ่ายได้เกือบ 30-40% ของค่าใช้จ่ายงานฌาปนกิจแล้ว
ฝากพรรคการเมืองใดก็ได้ให้รับไปพิจารณาด้วย
ขอบพระคุณ
....ผมมีนโยบายนำเสนอพรรคการเมือง ไม่สงวนลิขสิทธิ์..../วัชรานนท์
เมื่อต้นปีนี้ คนที่ผมรู้จักเสียชีวิตลงและปรากฏว่าครอบครัวของเขาไม่มีเงินค่าทำ "ฌาปนกิจ" ผมได้เข้าไปช่วยเหลือตรงนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้คิดว่ามากมายอะไรเลย แตกต่างจากสิ่งที่ผมได้รับเป็นการตอบแทน คือความสุข โล่งใจ และการขอบคุณที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจจากครอบครัวของเพื่อน และน่าจะรวมไปถึง "ดวงวิญญาณ" ของคนที่ผมรู้จักด้วย ดวงวิญญาณของเขาคงได้รับทราบด้วยญาณวิถีว่าคนที่ยังอยู่ได้ฌาปนกิจและส่งวิญญาณเขาไปสัมปรายภพ
เมื่อผนวกเหตุการณ์ตรงนั้นกับ "ธุรกิจใหม่" ที่กำลังค่อยๆ บูมในประเทศอังกฤษตอนนี้คือการวางเงินประกันค่าทำฌาปนกิจล่วงหน้า สองเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่างานฌาปนกิจก็เป็นเรื่องที่ทำให้ "คนอยู่" ลำบากใจไม่น้อย และภาครัฐควรมีนโยบายบรรเทาและช่วยเหลือตรงนั้นอย่างเป็นรูปธรรม (ผมก็พอจะทราบมาบ้างว่า มีมูลนิธิเอกชน หรือตามโรงพยาบาลให้ความช่วยเหลือตรงนี้อยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะช่วยเหลือในลักษณะ "ศพไม่มีญาติ") แต่สำหรับ "ศพ" หรือคนที่มีญาติ แต่ญาติยากจนนี่ลำบากครับ หากพรรคการเมืองไหนรับแนวคิดช่วยเหลือเรื่องงานฌาปนกิจพ่วงเป็นนโยบายไปด้วย ผมก็จะอนุโมทนาด้วยและเชื่อว่าหลายคนคงจะยินดีกับนโยบายนี้ด้วย นอกจากบรรเทาทุกข์แล้วยังได้อานิสสงส์ด้วย ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดจ่ายเป็นแสนเหมือนการเกิด ไม่ต้องถึงหมื่นก็ได้พอได้ ตอนผมช่วยเหลืองานฌาปนกิจที่กล่าวไว้ข้างบนนั้นผมควักไปประมาณ 6 พันกว่าบาท (สวดศพสามคืน และทำบุญตอนเช้าหลังฌาปนกิจ)
จริงๆ แล้วถ้าจะทำให้งบต่ำกว่านี้ก็ได้ โดยการติดต่อและขอความร่วมมือไปยังวัดทุกวัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "ปัจจัย" ที่ใส่ซองถวาย หรือค่าใช้เมรเผาศพ ฯลฯ ซึ่งเรื่องนี้ ท่านเจ้าคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตโต) สมัยท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ (ป้อมปราบ) ท่านกำหนดนโยบายภายในวัดว่า พระลูกวัดทั้งหมดจะไม่รับเงินใดๆ ในงานฌาปนกิจของญาติโยม เชื่อไหม? แค่ตรงนี้ก็ลดทอนค่าใช้จ่ายได้เกือบ 30-40% ของค่าใช้จ่ายงานฌาปนกิจแล้ว
ฝากพรรคการเมืองใดก็ได้ให้รับไปพิจารณาด้วย
ขอบพระคุณ