โบรกเกอร์ ฟันธง SET พุ่งนิวไฮ 2000 จุด ปี 62 ให้รีบซื้อ

กระทู้คำถาม
ในปี 62 ประเมินเป้าหมาย SET index ที่ 2,000 จุด โดยใช้สมมุติฐาน PE ที่ 15.6 เท่า จาก sentiment เชิงบวกการเลือกตั้ง การเติบโตของกำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share) ของตลาดโดยรวมที่ราว 8-10% ใกล้เคียงกับปีนี้ที่ประเมินไว้ 7-10% โดยยังให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ แต่อาจจะต้องมีการกระจายความเสี่ยง และไปลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศบ้าง เช่น ตลาดหุ้นยุโรป และญี่ปุ่น
  - โดยวัฏจักรการลงทุนขาขึ้นนี้จะกระตุ้นให้ความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มนี้ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกับแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้น ก็จะหนุนให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับเพิ่มขึ้นด้วย และส่งผลดีต่อธนาคารพาณิชย์
  - ดังนั้น กลุ่มที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนขาขึ้น ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เช่น AMATA ให้ราคาเป้าหมาย 33 บาท/หุ้น, ROJNA ให้ราคาเป้าหมาย 8.5 บาท/หุ้น ,WHA ให้ราคาเป้าหมาย 6 บาท/หุ้น และ กลุ่มธนาคาร เช่น BBL ให้ราคาเป้าหมาย 260 บาท/หุ้น , KTB ให้ราคาเป้าหมาย 23 บาท/หุ้น และ TMB ให้ราคาเป้าหมาย 2.8 บาท/หุ้น
  - สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 4/61 ยังมีความผันผวนบ้างตามปัจจัยต่างประเทศ โดยภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังเป็นช่วงขาขึ้น แม้ล่าสุด IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงเติบโตที่ 3.7% ถือว่าเป็นระดับปกติเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับ กำไรบจ. ในไตรมาส 3/61 จะดีต่อเนื่อง หลังเห็นได้จากกำไรกลุ่มธนาคารที่มีการเติบโต
  - อย่างไรก็ตาม แม้วัฏจักรขาขึ้นจะดำเนินต่อเนื่องมาถึง 10 ปีแล้ว หลังวิกฤติการเงินปี 51 แต่ยังน่าจะดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกโดยรวม ยังไม่มีสัญญาณของความร้อนแรงจนอันตราย (overheating) ส่วนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีไม่มาก สัญญาณอีกอย่างหนึ่งที่บ่งชี้ว่าวัฏจักรเศรษฐกิจครั้งนี้อาจกินเวลานานกว่าปกติก็ คือ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดรอบนี้เป็นการปรับขึ้นที่ช้ามาก ใช้เวลาถึง 3 ปีในการขึ้นดอกเบี้ยได้ 2% ต่างจากรอบก่อนๆ ในอดีตที่ใช้เวลาเพียงปีเดียวในการขึ้นดอกเบี้ยระดับดังกล่าว
  - ส่วนธนาคารกลางประเทศหลักๆ ส่วนใหญ่ยังไม่ได้เริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยธนาคารกลางยุโรป(ECB) น่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาส 4/61 หรือ 1 ปีนับจากนี้ ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังไม่ได้ชะลอการซื้อสินทรัพย์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
  -ในทางกลับกันจีนแสดงท่าทีที่ผ่อนคลายการเงินมากขึ้นในระยะหลังนี้เนื่องจากเศรษฐกิจของจีนจะได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทการค้ากับสหรัฐฯ
  -ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ปัญหาค่าเงินตลาดเกิดใหม่ ซึ่งคาดว่าไม่น่าลุกลาม เพราะเป็นปัจจัยเฉพาะตัวของบางประเทศ ซึ่งขาดวินัย และพึ่งพาเงินทุนไหลเข้าจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) มากเกินไปในช่วงก่อนหน้าทำให้อาจเจอเศรษฐกิจหดตัวเมื่อสหรัฐฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ย
  -ส่วนไทยมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศจำนวนมาก หนี้ต่างประเทศน้อย เกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงมาก ฐานะการคลังแข็งแรง น่าจะผ่านพ้นความผันผวนภายนอกเหล่านี้ไปได้
  -ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มียอดสะสมในระดับที่สูง ซึ่งคาดว่า FDI จะไหลเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ EEC บวกกับในระยะต่อไปน่าจะมีการโยกเม็ดเงิน FDI มาในภูมิภาคจากการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน เนื่องจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ
  - นอกจากนี้ อัตราการใช้กำลังการผลิตในประเทศไทยขยับขึ้นไปที่ 68% สูงสุดในรอบ 4 ปี จะส่งผลทำให้การลงทุนภาคเอกชนปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งทางบล.ไทยพาณิชย์ คาดว่าตลาดหุ้นไทยอาจจะมีการพักฐานตามปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศ และจะปรับตัวขึ้นได้ตามปัจจัยพื้นฐานในประเทศ ซึ่งดีขึ้นต่อเนื่องไปในปี 62
  "FDI ปี 60 มีเม็ดเงินลงทุนที่ 7 พันล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนปีนี้ทั้งปีเราคาดจะมีเม็ดเงิน 1-1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งครึ่งปีทำไปแล้ว 1.14 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยถือว่าสูงสุดในรอบ 4 ปี"นายพรเทพ กล่าว
  - ส่วนประเด็นการยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวหรือLTF ที่จะสิ้นสุดอายุปี 62 ประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากจะมีเม็ดเงินไหลออกจากตลาดหุ้นราว 7 หมื่นล้านบาท จากคนที่ถือ LTF และครบกำหนดอายุในช่วงปี 62 โดยปัจจุบันมีเม็ดเงินของกองทุน LTF รวมกว่า 4 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน น่าจะมีการออกกองทุนใหม่มาเพื่อรองรับการลงทุนหากมีการยกเลิกกอง LTF เพื่อดึงเม็ดเงินของกองทุน LTF ที่ยกเลิกไปกลับเข้ามาในตลาดทุน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่