บุโรพุทโธและปรัมบานัน เมืองจ็อกจ้า ประเทศอินโดนีเซีย

ผมได้ไปทำงานที่จาการ์ต้าสองวัน และตั้งใจจะไปเที่ยวบุโรพุทโธหลายปีแล้วครับ แต่ไม่ได้มีโอกาสไป ครั้งนี้ก็ได้หาข้อมูลในพันทิปนี่แหละว่าจะไปยังไงดี แล้วก็ซื้อตั๋วออนไลน์ของ Air Asia จากจาการ์ต้าไปยังจ็อกจาการ์ต้า หรือเรียกสั้นๆว่า จ็อกจ้า ตอนเช้าออกจากโรงแรม Crown Plaza ก็ใช้บริการ Grab Taxi สนนราคาเป็นไทยสามร้อยกว่าบาท เมื่อตอนขามาจากสนามบินจาการ์ต้าโดนแท๊กซี่ผีฟันไป 1500 บาท เป็นประสบการณ์ครับ เครื่องออกตอน 11 โมงกว่าๆ เวลาเหลือเฟือ มาถึงเมืองจ็อกจ้า เพื่อนชาวอินโดบอกว่าให้เดินมาข้างนอกซือตั๋วรถเมล์ไปที่โรงแรม แต่ต้องไปต่อรถเมล์อีกรอบหนึ่ง สนนราคารถเมล์เพียง 8 บาทไทย มาพักที่โรงแรม GreenHost ซึ่งจองไว้ล่วงหน้าแล้วผ่าน Agoda สนนราคาเพียงคืนละพันกว่าบาทเท่านั้น โรงแรมนี้ค่อนข้างดีครับ ฝรั่งพักกันเยอะเลย






เมื่อถึงโรงแรม ว่างอีกครึ่งวัน ก็เลยลงไปติดต่อล็อบบี้ว่าจะเที่ยวที่ไหนดี ในตัวเมืองจ็อกจ้า ทางเจ้าหน้าที่โรงแรมแนะนำให้ไปชม พระราชวังสุลต่าน Sultan Palace

แต่ช่วงนี้ปิดครับ แต่แถวๆนั้นจะมี Museum แต่ผมไปไม่ทัน เขาปิด 16:30 น แต่โชคดีเขามีงานนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์บ้างครับ ในนิทรรศการไม่ค่อยเหลือหลักฐานทางพุทธศาสนาแล้ว มีแต่ของฮินดูและของชวาพื้นเมือง












ในสมัยอดีตอินโดนิเซียจะดังเรื่องกริดครับ สมัยรัชกาลที่ 5 เขานิยมกริดจากอินโดนิเซียกัน รุ่งเช้าจะไปเที่ยวบุโรพุทโธและปรัมบานัน โชคดีเพื่อนอินโดแนะนำคนขับแท๊กซี่ที่ไว้ใจได้ คิดราคาไม่แพง และไม่ต้องกลัวถูกฟันราคา เขาคิดมาทั้งหมดเหมาวันรวมตั๋วเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติด้วยด้วยประมาณสามพันบาท
ตอนเช้าโชเฟ่อมารับตอนตีสามครึ่งเพื่อไปดูบุโรพุทโธยามเช้า ระหว่างทางโชเฟ่อเล่าถึงประวัติของประเทศอินโดนิเซียให้ฟัง เขาเล่าว่าแต่เดิมบุโรพุทโธสร้างขึ้นเมื่อกว่า 1200 ปีมาแล้ว ในยุคนั้นชาวอินเดียล่องเรือเข้ามา ชื่อประเทศอินโดนิเซียมาจากคำว่า Indus แปลว่าอินเดีย และ nesia แปลว่า Outer หมายถึงผู้ที่อยู่นอกอินเดีย ในยุคแรกศาสนาพุทธเข้ามาก่อนและเริ่มสร้างบุโรพุทโธจากนั้นชาวฮินดูก็ได้เข้ามา และได้เกิดสงครามกัน และเกิดภูเขาไฟระเบิดทำให้ชาวพุทธที่นี่ต้องหนีออกไป แล้วก็รบแพ้ชาวฮินดู อีกร้อยปีต่อมาชาวฮินดูได้สร้างฮินดูสถาน ชื่อว่า ปรัมบานัน ซึงอยู่ห่างจากบุโรพุทโธไปอีกประมาณสองชั่วโมง แต่วันไปถึงบุโรพุทโธฟ้าปิด เลยอดดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเลยครับ











ไฮไลท์ของการชมบุโรพุทโธคือ แผ่นหินแกะสลัก เรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา ประวัติพระพุทธเจ้า ชาดก ฯลฯ ที่บรรพบุรุษศิลปินอยากฝากไว้ให้รุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ และยังเป็นแรงบันดาลใจและแรงศรัทธาให้ช่างและศิลปิน ให้สร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับลูกหลานจนถึงปัจจุบัน

แนะนำให้ดูรายละเอียดความหมายของหินแกะสลักนี่ก่อนครับ
https://www.youtube.com/watch?v=aGdFue2wLJw&list=PLS7xuNypCrb2HYTnA6N8ENa3qp1Hez7fA
จริงๆแล้ว เนื้อหายังมีมากกว่านี้อีก โดยเฉพาะเรื่องชาดก แต่ยังไม่เจอในยูทูปครับ

ข้างในยังมี พิพิฑภัณฑ์อีกด้วย สองสามที่ลองแวะเยี่ยมชมกันนะครับ เกี่ยวกับประวัติของบุโรพุทโธ คติธรรมพุทธศาสนาเรื่องกาม การเดินเรือในอดีต และกองหินที่ยังรอการประติดประต่อกองมหึมา






จากนั้นก็ขึ้นรถต่อไปปรัมบานันครับ
ถนนบ้านเขายังเป็นถนนเล็กๆ แต่รถไหลไปได้เรื่อยๆครับ








ในบริเวณพื้นที่ของปรัมบานัน ยังมีวัดพุทธอีกสามวัด เดินไปชมได้ครับ แต่สองวัดแรกเสียหายแล้วซ่อมไปได้มาก แต่วัดที่สามเป็นวัดพุทธที่ใหญ่ แต่หินถล่มลงมามาก ยังซ่อมไม่ได้มากถึงไหนครับ







วัดสุดท้ายนี่ ยังดูไม่ได้หมดดี จริงๆมีมิวเซียมอยู่ข้างในด้วย แต่ฝนตกหนักมากๆ เลยติดฝนครับ พอออกมาได้ก็กลับโรงแรมเลย แล้วคืนนั้นก็ไปดูหนังตะลุงเรื่องรามเกียรติ ที่มิวเซียวในเมืองจ็อกจ้าครับ คนดูน้อย เหมือนบ้านเราคนไม่ดูลิเกแล้วนะครับ เพราะคนไปดูมือถือกันหมด

รุ่งขึ้นเดินทางกลับครับ จากโรงแรมไปสนามบินจ็อกจ้าด้วย Grab และต่อเครื่องกลับไทยโดยสวัสดิภาพ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่