[CR] แบกเป้เที่ยวลาวตอนบน 5 วัน 4 คืน | วังเวียง | หลวงพระบาง | เวียงจันทร์ | อุดร


สวัสดีครับ เพื่อน ๆ ชาวพันทิปทุกคน ผมอยากจะมาแชร์ประสบการณ์เที่ยวของพวกเรา และนี่ก็เป็นกระทู้แรกของพวกเรา  ถ้าตกหล่นตรงไหน ขออภัยมา ณ. ที่นี้ นะครับ เพราะอยากให้ไว้เป็นแนวทางให้เพื่อนชาวพันทิปกันนะครับ
    เมื่อไม่นานมานี้เองผมและเพื่อนๆ ได้เดินทางไปเที่ยว สปป.ลาว โดยวางแผนไว้ว่าจะเดินทางไปวังเวียง หลวงพระบาง และเวียงจันทร์ สปป.ลาว โดยทริปนี้เราและเพื่อนๆ วางแผนโดยจองตั๋วไว้เป็นปี เพราะอาศัยราคาถูกของสายการบินโรคอสที่ออกโปรมา เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ โดยการเดินทางเราวางแผนเดินทาง 20 -24 พฤศจิกายน 2018 โดยขึ้นเครื่องไปลงสนามบินอุดร โดยเราวางแผนการเดินทางประมาณนี้ เริ่มมมมมมมม
วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2018 ; กทม, อุดร
    เวลา 16 : 00 น.     CHECK-IN ที่สนามบินดอนเมือง เพื่อเตรียมขึ้นเครื่องตอนเวลา 17.15 น. โดยสายการบินแอร์เอเชีย จาก กทม – อุดรธานี พอมาถึงสนามบินอุดร

เราได้โทรให้ลุงสามล้อ ชื่อลุงเพลินมารับเราจากสนามบินอุดรไปส่งที่โรงแรมแถว บขส ที่เราเลือกที่พักที่นี้เพราะอาศัยเดินทางตอนเช้าที่ไว เพราะหลังจากดูรีวิวแล้วเขาบอกให้รีบจองตั๋วที่จะไปวังเวียง เพราะตั๋วหมดไว เราเลยจองโรงแรมแถวนั้นและ อาศัยหาไรกินง่าย ๆ ที่ UD TOWN
    พอเรามาถึงเราก็ให้ลุงเพลินมารับเราที่สนามบิน โดยลุงคิดเราและเพื่อน 100 บาท เพราะกว่าจะมาถึงก็เกือบ 18.30 น. แล้วเราเลยตัดสินใจให้ลุงมารับ และเราก็เข้าไปเช็คอินที่โรงแรมศรีตระการ โดยเลือกห้องแบบนอน 3 คน โดยโรงแรมคิดค่าห้อง 900 บาท


หลังจากเราไปเช็คอิน และเก็บของที่ห้องพักเรียบร้อย พวกเราก็ว่ากันว่าจะไปหาอะไรกินที่ UD Town แต่ก่อนไปก็เลยเดินไปดูที่ บขส.ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมเผื่อจะมีหวังจองตั๋วได้

พอไปถึงห้องขายตั๋วปิดแล้ว เรากับเพื่อนๆ ก็กำลังจะเดินออกมา พอดีมีพี่ผู้หญิงถามว่าจะเดินทางไปไหน เราก็บอกว่าจะจองตั๋วไปวังเวียงวันพรุ่งนี้เช้า พี่สาวคนนั้นเลยบอกว่าสามารถไปจองตั๋วที่ ตึกซ้ายมือ เราก็เดินไป จองตั๋วเดินทางไปวังเวียง 3 ที่ โดยราคาคนละ  320 บาท


บนตั๋วก็จะระบุรายละเอียดต่างๆเช่น หมายเลขรถ เวลารถออก แล้วก็เลขที่นั่งของเราเมื่อได้ตั๋วมาแล้วก็เดินไปรถขึ้นรถด้านในครับ
หมายเหตุ : ผู้ซื้อตั๋วโดยสารจะต้องมีพาสปอร์ตนะครับ
    พอได้ตั๋วมาเราก็ชื่นใจขึ้นมาหน่อยที่ได้เดินทางแน่นอน แล้วเราก็ไปหาอะไรกินกันต่อที่ UD town  หลังจากกินไรเรียบร้อยเราก็กลับมาที่พักเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวนอนเพื่อได้ตื่นเช้ามาเตรียมขึ้นรถไปวังเวียง


จากโรงแรมไป UD Town ไม่ไกลมากเดินกันชิวเลย ของกินของขายที่นั้นเยอะมาก น่าเดิน ของกินอร่อยเราแนะนำ

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2018 ; อุดร, วังเวียง
    เราและเพื่อนๆ ตื่นกัน 06.00 น. อาบน้ำ แต่งตัวเรียบร้อย และออกมาเช็คเอ้าจากที่พักเพื่อเดินข้ามฝั่งไปรอขึ้นรถที่ บขส. ระหว่างรอรถ มีร้านข้าวต้ม พวกเรากินลองท้องไปก่อนเพราะดูจากเวลาขึ้นรถ 8.30 -14.00 น. ตามแผนเราเลยเตรียมเสบียงไปแน่นมากเพราะเราไม่รู้จะจอดพักที่ไหน ของกินราคาแพงไหม เราเตรียมจากไทยไปดีกว่า พอทำธุระอะไรเรียบร้อยก็มานั่งรอรถที่ บขส ต่อ


สักพักรถก็มา เราก็เตรียมยื่นตั๋วแล้วขึ้นรถไปวังเวียง พอผู้โดยสารมาพร้อม รถก็ออกเดินทางจาก บขส อุดร มุ่งหน้าสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่หนองคายเพื่อข้ามฝั่งไปเวียงจันทร์ สปป.ลาว และมุ่งหน้าไปวังเวียง


ระหว่างนั่งรถไปข้ามชายแดน เราใช้เวลาจาก อุดร ไปถึงด่านหนองคาย ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงครึ่ง พอถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง เราก็ลงจากรถไป ด่าน ตม. ไทย คนไทยจะผ่านเครื่อง อัตโนมัติ แล้วทำตามขึ้นตอนที่ระบบแจ้งให้ทำ และหลังจากผ่านมาได้ เราก็ยื่น Passport ให้ เจ้าหน้าที่ ตม. สแต้มบนหน้าเล่ม Passport และเราก็เดินออกมารอขึ้นรถ หลังจากนั้น รถจะพาเราไปด่าน ตม. ลาวเพื่อยื่นขอผ่านแดนอีกรอบ โดยเราต้องกรอก เอกสารขอผ่านเข้าลาวให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่บนรถ เพราะจะได้ไม่เสียเวลานครับ


พอถึงด่าน ตม. ลาว เราก็ลงรถไปยืนต่อแถว แสต้มเล่ม Passport ก่อนนะครับ แล้วค่อยมาต่อแถวซื้อบัตรผ่านประตู
โดยขั้นตอนผ่านด่านเข้าประเทศลาวนั้น ต่างจากของฝั่งไทยก็คือ นอกจากจะต้องเขียนใบ ตม. แล้วยังต้อง ซื้อบัตรสำหรับผ่านแดนด้วยครับในราคา  1000 กีบ หรือประมาณ  5 บาทไทย ก็จะได้บัตรสีเทาตามรูปด้านบน


หลังจากผ่านกระบวนการตรวจค้นเข้าเมืองเสร็จแล้ว รถก็จะไปจอดรอเราอยู่ที่ด้านนอก ก็เดินไปแลกเงินที่ธนาคารฝั่งลาว โดยอัตราแลกเงินไทยไปลาวตอนนั้น 1 บาท เท่ากับ 266 กีบ


พอแลกเสร็จเราก็ซื้อซิมเพื่อเปลี่ยนไปใช้ที่ลาวและสมัครแพ็คเกจ อินเตอร์เน็ตให้พร้อมก่อนเข้าลาว โดยราคาซิมและบัตรเติมเงิน รวมแล้ว 80 บาท ค่าซิม 40 บาท ค่าบัตรเติมเงินสมัครแพคเกต 40 บาท พอเติมเสร็จก็ กดรหัสสมัครแพ็คเกจ อินเตอร์เน็ต เรียบร้อย แต่ระหว่างที่จะไปแรกเงิน และซื้อซิม เราต้องดูก่อนนะว่า ผู้โดยสารขึ้นรถไปกันหมดหรือยัง ถ้ายังก็จัดไป แต่ถ้าเขาขึ้นเรียบร้อยเราก็ควรจะขึ้นไปอย่า เพิ่งแลกก็ได้ เพราะอีกสักครึ่งทางรถประจำทางจะพาเราไปจอดจุดพักรถ โดยที่นั้นก็มีขายซิมและมีให้แลกเงิน พอทำธุระเสร็จเราก็ขึ้นรถประจำที่ได้เลยครับ ต่อจากนี้จะขับยิงยาวไปวังเวียงเลย


ออกจากอุดรประมาณ  8.30 น. ด้วยความที่ถนนที่นั้นไม่ค่อยดีนัก จึงทำให้เรามาถึงวังเวียง 16.20 น. ผิดจากแผนที่เราวางไว้เยอะพอสมควร พอมาถึง สถานีขนส่งที่วังเวียง


ซึ่งสถานีนี้จะอยู่นอกเมืองนิดหน่อย แต่ไม่ต้องกลัวนะครับเพราะเค้ามีรถบริการรับส่งในตัวเมืองเลย (ฟรี)


หลังจากรถเค้ามาส่งในตัวเมือง เราก็เลือกที่จะเช่ารถมอไซต์ เพื่อสำหรับขับเที่ยวในวังเวียงตามสถานที่ต่างๆ และขับไปหาโรงแรม


ดังนั้นเราเดินจากจุดจอดรถ แถวๆ ระแวกนั้นจะมีรถมอไซต์ให้เช่าเยอะแยะ หลายร้านเลือกได้เลย โดยค่าเช่าราคาประมาณ 350 บาทต่อวัน หรือ 95000 กีบ เราและเพื่อนๆ ก็จองกัน 2 คัน พอจ่ายเงินและยื่น passport เรียบร้อยโดยทางร้านจะเก็บเล่ม passport เราเอาไว้นะครับไม่ต้องตกใจ เราก็ขับรถไปที่พัก ที่ๆ เราจองไว้ แต่ขอแนะนำนะครับว่า ควรศึกษาแผนที่ นิดหน่อยนะครับ จะได้ไม่หลง และอย่าลืมนะ คนลาวเขาขับรถคนละเลนกับเรา อย่าหลงขับสวนกับเขานะ
17.00 น. Check In ที่พัก โรงแรม พัตตี วิลลา วังเวียง (Somsiri Resort Vang Vieng) ค่าห้องคืนละ 560 บาท ถึงว่าโอเคเลย ห้องน้ำก็สะอาด มีแอร์เย็นดี  เมื่อเข้าที่พักก็แยกย้ายเข้าห้อง


หลังจากทำธุระเสร็จแล้ว เราก็ออกไปสะพานส้มของถ้ำจังก่อนเลย เพราะเวลาเราน้อยและอาจไปได้ไม่ครบทุกที่นะครับ โดยตอนที่เราไปเราเสียค่าเข้าคนละ 10000 กีบ หรือตกคนละ 40 บาท โดยถ้ำจะปิดให้เข้า 17.00 น. แต่เราก็สามารถไปถ่ายรูปกับสะพานส้มได้


ซึ่งวิวที่นั้นสวยมากและเป็นธรรมชาติมากๆเลย เราก็ใช้เวลาถ่ายรูปจนหน่ำใจเพราะเสียค่าเข้ามาแล้วจริงไหม ดังนั้นก็ถ่ายให้สุด


พอถ่ายเสร็จเราก็ไปหาอะไรกิน โดยมื้อแรกของพวกเรา คือเฝอ ซึ่งก็คล้ายๆ กับก๋วยเตี้ยวไทยบ้านเรา รสชาติก็อร่อยดีนะ


หลังจากหาอะไรกินเรียบร้อย เราก็ขับรถเที่ยวชมวิถีชีวิตของคนลาว และดูธรรมชาติที่สวยงามมากๆๆ



ก่อนเข้าที่พักก็ตะเวนหาของหวานกินเล่นก่อน โดยเราเลือกกินโรตีกัน ซึ่งมีหลายร้านมากๆ ที่เรียงรายเป็นแนวยาว และมีภาษาหลายภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี


หลังจากอิ่มแล้วเราก็กลับที่พักเพื่ออาบน้ำ พักผ่อน เพื่อรอเตรียมไปเที่ยว ร้านเหล้า โดยถ้าไม่ไป เหมือนไปไม่ถึง ขึ้นชื่อมากมาย นั้นก็คือ Sakura bar (แหล่งท่องเที่ยวของช่าวต่างชาติและฝรั่งและคนเกาหลี)
หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยก็เตรียมไปร้านซากุระ บาร์ ร้านขึ้นชื่อของวังเวียงที่มีทั้งชาวต่างชาติหลายชนชาติที่ให้การบริการในสถานที่ที่นี่ บอกเลยเพลงมันมาก และต่างชาติเต้นกันสนุกสนาน เป็นกันเองมากๆๆ


ร้านซากุระบาร์แห่งนี่ไม่ได้มีของกินเล่นเหมือนบ้านเรานะครับ แต่มีพี่ผู้หญิงเปิดแผงขายอยู่หน้าร้านเลย ถ้าใครอยากได้ของทานเล่นสามารถซื้อแล้วเอาเข้าไปกินในร้านได้นะครับ


พอเที่ยงคืน Sakura bar ก็จะปิด บางคนไปต่อ บางคนกลับที่พัก เหมือนพวกเรา เลือกที่จะกลับที่พักเพื่อเอาแรงไปตะลุ่ยวันถัดไป

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน 2018 ; วังเวียง, วังเวียง , หลวงพระบาง
เวลาช่างไวหรือเกิน แปปๆ ก็วันที่ 3 ละ แผนการวันนี้เราจะอยุ่วังเวียงถึงบ่าย 2 และจะเดินทางไปหลวงพระบางต่อ เรามาเริ่มกันดีกว่า
เวลา 07.00 น.     ตื่นนอน มารับอากาศตอนเช้า อาบน้ำ แต่งตัว เพื่อเตรียมตัวไปสถานที่ต่อไป
เวลา 08.00 น.     หาข้าวเช้ากิน โดยมื้อนี้ก็เป็นเฝอเหมือนเดิม +5555


เวลา 09.30 น. เราเลือกที่จะไปบลูลากูน1 และบลูลากูน 2  (ขับรถจากตัวเมืองประมาณ 20 นาที) ค่าเข้าคนละ 10000 บาทกีบ
หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว เราก็ขับรถไปบลูลากูน 1 ก่อน โดยเริ่มแรกก่อนข้ามสะพานเราต้องเสียค่าผ่านทางข้ามสะพานไป คันละ 10000 กีบ


พอเราข้ามมาได้เราก็มุ่งหน้าสู่บลูลากูน 1 โดยถนนดีมาก ขับไปเราชอบมาก บรรยากาศดี อากาศดี


พอมาถึงก็เสียค่าเข้าไป แล้วก็ไปเห็นธรรมชาติที่สวยนะ น้ำใสมากๆ แถมคนจีนเยอะมากๆๆ แต่ต่างชาติยังไม่ค่อยเยอะ ตอนแรกกะว่าจะเล่นน้ำที่นี่แต่ด้วยความที่เช้ามาก เราเลยไม่เล่นน้ำ ไปถ่ายรูป นั่งเล่นให้คุ้มค่าที่ขับรถมา


น้ำใสแล้วเป็นสีฟ้ามาก ๆ ชอบและหลงรักเลย..................


หลังจากสูบอากาศบริสุทธิล่ะ เราก็เดินทางไปบลูลากูน 2 ต่อ บอกเลยว่าไปที่นี่เดินทางลำบากมากๆๆๆ เพราะถนนเป็นลูกลัง มีหลุมเยอะ แถวฝนตก มีโคนทำให้ถนนลื่นมากกกก แต่เราก็ประคองกันไปจนไปถึงบลูลากูน 2
ชื่อสินค้า:   Review:: วังเวียง - หลวงพระบาง - เวียงจันทร์ - เที่ยวประเทศเพื่อนบ้านกับเพื่อนรู้ใจ
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่