ราชธานี​แห่ง​แรก​ของ​ไท​ยคือ​อาณาจักร​อะไรคะ?

กระทู้คำถาม
ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 6
ประวัติศาสตร์ทางการกำหนดว่าสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย เพราะอ้างอิงตามศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐของคนที่เรียกคนเองว่า "ไท" และใช้ภาษาไทอย่างชัดเจนเป็นรัฐแรก


แต่เมื่อพิจาณาตามหลักฐานแล้ว สุโขทัยในอดีตไม่ได้มีฐานะเป็นราชธานีของ "ไทย" เนื่องจากในอดีตยังไม่ได้เป็นรัฐชาติที่มีเขตแดนและประชากรแบบ "ประเทศไทย" ในปัจจุบัน แต่มีรัฐใหญ่น้อยที่มีกลุ่มชนที่ใช้ภาษาตระกูลไทอยู่จำนวนมากในบริเวณที่จะกลายเป็นประเทศไทยในปัจจุบันทั้งสุโขทัย ล้านนา ละโว้-อโยธยา สุพรรณภูมิ เพชรบุรี นครศรีธรรมราช ปตานี ฯลฯ รัฐหนึ่งมีส่วนเกื้อหนุนในก่อเกิดอีกรัฐหนึ่งได้ หลายรัฐมีหลักฐานว่าเป็นรัฐเครือญาติกันครับ มีการเกี่ยวดองกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่ก็คือการดองกันทางการแต่งงาน หลายครั้งแต่ละรัฐก็มีกษัตริย์จากรัฐอื่นผลัดเปลี่ยนกันมาปกครองเป็นต้นครับ เช่นพระเจ้าอู่ทองมีตำนานเล่าว่าเป็นกษัตริย์เมืองเพชรบุรีมาก่อน ในหลักฐานเชิงตำนานฝั่งล้านนาก็กล่าวว่าพระญารามราช (พ่อขุนรามคำแหง) เป็นเครือญาติกับกษัตริย์นครหลวง กษัตริย์อยุทธยา กษัตริย์นครศรีธรรมราชครับ

ยังไม่พบหลักฐานทางโบราณคดีมากพอที่จะให้เชื่อว่าสุโขทัยมีอำนาจปกครองลงมาต่ำกว่าเมืองพระบาง (นครสวรรค์) จึงน่าเชื่อว่ารัฐสุโขทัยมีอำนาจจริงอยู่ในลุ่มแม่น้ำยม-น่านเท่านั้น แต่มีเครือข่ายสัมพันธ์กับรัฐในแถบสองฝั่งโขงบ้าง รัฐลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทางใต้อย่างละโว้-อโยธยา หรือเพชรบุรีที่มีความสัมพันธ์กับอาณาจักรเขมร น่าจะมีอำนาจปกครองตนเองอยู่ในตอนนั้น ส่วนสัมพันธ์ระหว่างรัฐละโว้-อโยธยาจนถึงอยุทธยาตอนต้นกับรัฐสุโขทัยน่าจะมีความสัมพันธ์กันกันอย่าง 'รัฐเครือญาติ' มีการแต่งงานเกี่ยวดองกันระหว่างรัฐ (ดังที่มักมีอ้างในตำนาน หรือเอกสารทางล้านนาเป็นต้น)  ทำนองเดียวกับที่อโยธยามีความสัมพันธ์กับรัฐสุพรรณภูมิ เพชรบุรี นครศรีธรรมราชเป็นต้น มีการผลัดเปลี่ยนเชื้อสายไปปกครองเมือง

สันนิษฐานโดยอิงจากตำนานและโบราณคดีส่วนใหญ่ว่ารัฐในลุ่มแม่น้ำยมอย่างสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย เป็นชุมทางการค้าก่อกำเนิดจากการเกื้อหนุนของรัฐกัมโพชหรือรัฐลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างละโว้ซึ่งมีวัฒนธรรมสูงกว่าครับ โดยเฉพาะเมืองละโว้ซึ่งโบราณยกย่องว่าเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมครับ และสันนิษฐานว่ารัฐได้ก่อกำเนิดจากความต้องการสินค้าส่งออกที่มากขึ้นของรัฐตอนใต้ที่อยู่ติดทะเล (เพราะจีนมีการพัฒนาสำเภาทำให้เพิ่มการทำการค้าทางทะเลมากขึ้น) ทำให้ชุมชนซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมแต่โบราณพัฒนาขึ้นเป็นเมืองเพื่อตอบสนองตลาด จนพัฒนาการเป็นรัฐสุโขทัยครับ โดยพ่อขุนศรีนาวนำถุมน่าจะเป็นผู้นำชาวไทในแถบนั้น (จารึกวัดศรีชุมว่าเป็น 'ขุนในเมืองเชลียง') ซึ่งอาจจะมีสืบทอดมาแล้วหลายๆรุ่น

สุโขทัย-ศรีสัชนาลัยหรือรัฐที่เก่าแก่กว่าอย่างเชลียงเป็นเพียงรัฐขนาดย่อมบริเวณแม่น้ำยม-น่านเท่านั้น อาณาเขตทางใต้พิจารณาตามหลักฐานแล้วไม่น่าเชื่อว่าลงมาต่ำกว่านครสวรรค์  โดยสุโขทัยมีอำนาจปกครองอย่างหลวมๆ เท่านั้น และก็ยังมีรัฐอื่นๆ ที่ใช้ภาษาตระกูลไทอยู่ร่วมสมัยจำนวนมาก การปกครองของรัฐสุโขทัยไม่ใช่การปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจทางการเมืองอย่างเด็ดขาด แต่ใกล้เคียงกับสหพันธ์นครรัฐหรือ รัฐเจ้าฟ้า (Principalities) ที่มีสุโขทัยเป็นศูนย์กลางเครือข่ายทางอำนาจนั้น ซึ่งแตกต่างกับ "ราชธานี" ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครอง


นักประวัติศาสตร์สมัยหลังเสนอว่าควรนับอาณาจักรอยุทธยาเป็น "ราชธานี" แห่งแรกของไทยมากกว่า เพราะเป็นรัฐแรกที่มีการนิยามคำว่า "ไทย" ในการเรียกกลุ่มชน ภาษา และอาณาจักรอย่างชัดเจนครับ

อยุทธยาตอนต้นก็มีสถานะใกล้เคียงกับนครรัฐ แต่หลังจากสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถเป็นต้นมา อยุทธยาเริ่มผนวกหัวเมืองต่างๆ ที่เคยมีเจ้านายปกครอง ทั้งสุโขทัยเดิม สุพรรณภูมิ นครศรีธรรมราช ที่เป็นรัฐของคนไทยไว้ในอำนาจได้โดยตรง จนถึงสมัยอยุทธยาตอนปลายก็สามารถควบคุมหัวเมืองต่างๆ ไว้ใต้อำนาจของส่วนกลางมากแล้ว

นอกจากนี้อยุทธยายังเป็นอาณาจักรแรกที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ เรียกดินแดนในปกครองของตนว่า "กรุงไทย" (แบบมี ย) มีการเรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า "พระมหากษัตราธิราชเจ้ากรุงไทย" มีการระบุชัดเจนว่าพลเมืองเป็น "ชาวไทย" และใช้ "ภาษาไทย" ในราชการและติดต่อกับต่างประเทศ จึงเป็นการแสดงถึงการรวมศูนย์การปกครองของคนไทยได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่เทียบเท่ากับ "รัฐชาติไทย" หรือ "ประเทศไทย" ในสมัยหลังก็ตาม

เมื่อเทียบกับสุโขทัยที่แม้ว่าจะมีหลักฐานว่าใช้ภาษาไทและมีผู้ปกครองเป็นชาวไท แต่ก็ยังไม่มีพัฒนาการรวมศูนย์ของกลุ่มชนที่เรียกตนเองว่า "ไทย" (แบบมี ย) ที่ชัดเจนเหมือนกับอยุทธยาครับ นอกจากนี้ในจารึกสมัยสุโขทัยก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ "ไท" มากนัก แต่ยังกล่าวถึงกลุ่มชนอื่นๆ อีกมาก ปรากฏว่ากษัตริย์สุโขทัยนับว่าตนเองเป็น "ชาวเลือง" และเรียกดินแดนของตนว่า "ปกเลือง"
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่