หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
Pantip MALL
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
เปิดคำวินิจฉัย ยกฟ้องคดีจำนำข้าว ชี้ ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่มีเจตนาพิเศษ
กระทู้ข่าว
กฎหมายการเมือง
นักการเมือง
การเมือง
จำนำข้าว
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลต้น ยกฟ้อง คดี จำนำข้าว 'นส. ยิ่งลักษณ์' อดีตนายกรัฐมนตรี
เปิดคำวินิจฉัยส่วนตน เสียงข้างน้อยเห็นควรยกฟ้อง 'ยิ่งลักษณ์' คดีจำนำข้าว ระบุไม่มีมูลเหตุจูงใจให้เกิดความเสียหาย และ ไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใด พอจะชี้ให้เห็นว่าการทุจริตการระบายข้าว โดยการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพียงอย่างเดียวยังไม่ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย
เปิดคำวินิจฉัยส่วนตน เสียงข้างน้อยเห็นควรยกฟ้อง 'ยิ่งลักษณ์' คดีจำนำข้าว ระบุไม่มีมูลเหตุจูงใจให้เกิดความเสียหาย และ ไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใด พอจะชี้ให้เห็นว่าการทุจริตการระบายข้าว โดยการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพียงอย่างเดียวยังไม่ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย
จากกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ให้จำคุก 5 ปี น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว โดยมีความผิดในเรื่องระบายข้าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการรับจำนำข้าว โดยองค์คณะผู้พิพากษา มีมติ 8 ต่อ 1 เสียง โดยเสียงข้างน้อย 1 เสียงที่เห็นว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้กระทำความผิดและพิพากษายกฟ้องคือ นายพิศล พิรุณ โดยความเห็นในการวินิจฉัยคดีมีทั้งสิ้น 13 หน้า สรุปได้ดังนี้
โจทก์ระบุกฎหมายที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดมา 2 ฉบับ คือ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในหมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อ พรป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งบัญญัติว่า “ เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ” สำหรับมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา ก็บัญญัติทำนองเดียวกัน
จากถ้อยคำในตัวบททั้งสองมาตรา การกระทำผิดที่จะเป็นความผิดตามกฎหมายทั้งสองมาตรานั้น ผู้กระทำต้องมีมูลเหตุชักจูงใจหรือมีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือ ต้องเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กล่าวคือ ลำพังการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพียงอย่างเดียวนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายสองมาตราดังกล่าว หากจะเป็นความผิดข้อเท็จจริงต้องฟังได้ว่า ผู้กระทำมีมูลเหตุชักจูงใจ หรือมีเจตนาพิเศษเพื่อจะให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหายด้วย หรือ มิฉะนั้นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้น ก็ต้องเป็นไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นการกระทำ“ โดยทุจริต” ซึ่งมูลเหตุชักจูงใจหรือเจตนาพิเศษทั้งสองกรณี ดังกล่าว ผู้กระทำต้องประสงค์ต่อผลเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยตรง หรือมุ่งแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยตรง มิใช่เพียงเล็งเห็นว่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือเล็งเห็นว่าน่าจะมีเจตนาทุจริตเท่านั้น
คดีนี้จากการไต่สวนนำสืบโครงการรับจำนำข้าว ไม่ปรากฏว่ามีพยานหลักฐานใดที่พอจะบ่งชี้ว่าจำเลยได้รับประโยชน์จากการทุจริตในการระบายข้าว ไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใด ที่พอจะชี้ให้เห็นว่าการทุจริตของบริษัท สยามอินดิก้าจำกัด นั้น จำเลยมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือเหตุที่จำเลยไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวตามที่โจทก์ฟ้องเป็นเพราะจำเลยต้องการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท สยามอินดิก้า ไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดที่ส่อแสดงว่าจำเลยมีความสัมพันธ์กับบริษัท สยามอินดิก้า หรือนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง ผู้ก่อตั้งบริษัท สยามอินดิก้า
ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีมูลเหตุชักจูงใจหรือเจตนาพิเศษเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายให้แก่กลุ่มของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด หรือนายอภิชาติ การละเว้นไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของจำเลยตามฟ้อง จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542
ส่วนผลการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว แม้จะฟังว่าก่อให้เกิดความเสียหายมากมายดังที่โจทก์ฟ้อง หรือฟังว่าไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่เป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศโดยรวมดังที่จำเลยต่อสู้ ก็ไม่ใช่สาระที่ต้องมาพิจารณาว่าจำเลยผิดตามฟ้องหรือไม่เพราะผลของโครงการไม่ใช่องค์ประกอบการของความผิดตามบทกฏหมายที่โจทก์ฟ้องและประสงค์จะลงโทษ ดังนั้น จำเลยจึงไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง
ที่มา แหล่งอ้างอิง
http://www.komchadluek.net/news/politic/299453
https://www.matichon.co.th/politics/news_209796
https://www.matichon.co.th/politics/news_700038
https://hilight.kapook.com/view/127422
https://www.isranews.org/isranews-scoop/60478-isranews-60478.html
https://www.voicetv.co.th/read/533041
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
🔶️~มาลาริน~คดีตย.ถ้าไม่ดำเนินคดีกับโจทก์เรื่องแจ้งความเท็จ จะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ผิดต่อไปใครจะฟ้องแก้เกี้ยวใคร จะง่ายไป
ฎีกายืนยกฟ้อง“มัลลิกา”ไม่หมิ่น“ยิ่งลักษณ์” ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ ชี้เป็นการตรวจสอบรัฐบาลในฐานะฝ่ายค้าน ศาลฎีกาพิพากษายืนยกฟ้อง “มัลลิกา” อดีตรองโฆษก ปชป.ไม่หมิ่นประม
สมาชิกหมายเลข 4856230
ยกฟ้องทุกคดี “ชาญ พวงเพ็ชร์” ฟ้อง อบจ.ปทุม ยกเลิกคำสั่งใช้เงินคืน 44 ล้าน | บ้านเมือง
บ้านเมือง - ยกฟ้องทุกคดี“ชาญ พวงเพ็ชร์” ฟ้อง อบจ.ปทุม ยกเลิกคำสั่งใช้เงินคืน 44 ล้าน (banmuang.co.th) ปทุมธานี ตุลาการพิจารณาครั้งแรกยกฟ้องทุกคดีชาญ พวงเพ็ชร์ ฟ
สมาชิกหมายเลข 8389986
●● “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ”... ติดคุกทันที 2 ปี ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หลังศาลไม่อนุญาตให้ฎีกาคดีที่ดินอัลไพน์ ●●
●● “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ”... ติดคุกทันที 2 ปี ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หลังศาลไม่อนุญาตให้ฎีกาคดีที่ดินอัลไพน์ ●● ยงยุทธ วิชัยดิษฐ (แฟ้มภาพ) “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” อดีต ร
สมาชิกหมายเลข 5239303
ไอ๊ หยา อ่า ... ซี้ เลี้ยว น่อ .. 'ปู-บุญทรง' อ่วมหนัก! อัยการยื่นแถลงปิดคดี376หน้าเอาผิดจำนำข้าว (โจ หมี)
https://www.naewna.com/politic/286456 16 ส.ค. 60 นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ในฐานะหนึ่งในคณะทำงานอัยการคดีโครงการจำนำข้าวที่อัยกา
สมาชิกหมายเลข 1674935
🌞~มาลาริน~ฟื้นฝอยหาคนหนีศาล..ศาลฎีกาฯ รื้อคดีจำเลยหนีศาลล็อตใหญ่ “ทักษิณ” ถูกรื้อ 4 คดี
ศาลฎีกาฯ รื้อคดีจำเลยหนีศาลล็อตใหญ่ “ทักษิณ” ถูกรื้อ 4 คดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน มีความต่อเนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญา
สมาชิกหมายเลข 4470232
G2G ขั้นตอนมันเป็นอย่างนี้ นี่เอง
ไปเจอในเฟส เป็นการ์ตูน สรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ
มัจฉาร่วมข้อง
มาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย ประเภทข้าวขาว แบ่งออกได้เป็น 8 ชนิด
(1) ข้าวขาว 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 (2) ข้าวขาว 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 (3) ข้าวขาว 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 3 (4) ข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ (5) ข้าวขาว 10 เปอร์เซ็นต์ (6
สมาชิกหมายเลข 1777767
ศาลปกครองสูงสุด สั่งยิ่งลักษณ์ ชดใช้คดีจำนำข้าว 10,028 ล้านบาท
-เพิ่มเติมรายละเอียด -คำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ซึ่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากโครงการรับจำนำข้าว รวมเป็นเงินกว่า 35,717 ล้านบาท -แต่ศาลปกครองสูงสุดน
An.mkII
อนุทินบอกว่า "พรรคประชาชนมุสาฯ ตระบัดสัตย์ สั่งให้ยุบสภา และทำให้พรรคภูมิใจไทยมีต้นทุนสูงสุด ... อีจันเป็นพยาน
Login สุดท้าย
ปี 2569 นี้ สถานการณ์การเมืองเป็นอย่างไรบ้างครับ? ตอนนี้ส่วนใหญ่มองว่าพรรคการเมืองใดดีที่สุดครับ?
ด้วยความที่ว่าติดตามข่าวสารการเมืองมานานมากพอสมควรครับ ทั้งนโยบาย ทั้งบุคคลที่ใสสะอาดมาก ๆ ฯลฯ บางคนก็ย้ายซบพรรค บางคนก็ยืนหยัดด้วยอุุดมการณ์ เลือกตั้งสมัยที่แล
สมาชิกหมายเลข 5402826
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
กฎหมายการเมือง
นักการเมือง
การเมือง
จำนำข้าว
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 226.2 พัน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
เปิดคำวินิจฉัย ยกฟ้องคดีจำนำข้าว ชี้ ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่มีเจตนาพิเศษ
เปิดคำวินิจฉัยส่วนตน เสียงข้างน้อยเห็นควรยกฟ้อง 'ยิ่งลักษณ์' คดีจำนำข้าว ระบุไม่มีมูลเหตุจูงใจให้เกิดความเสียหาย และ ไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใด พอจะชี้ให้เห็นว่าการทุจริตการระบายข้าว โดยการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพียงอย่างเดียวยังไม่ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย
จากกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ให้จำคุก 5 ปี น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว โดยมีความผิดในเรื่องระบายข้าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการรับจำนำข้าว โดยองค์คณะผู้พิพากษา มีมติ 8 ต่อ 1 เสียง โดยเสียงข้างน้อย 1 เสียงที่เห็นว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้กระทำความผิดและพิพากษายกฟ้องคือ นายพิศล พิรุณ โดยความเห็นในการวินิจฉัยคดีมีทั้งสิ้น 13 หน้า สรุปได้ดังนี้
โจทก์ระบุกฎหมายที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดมา 2 ฉบับ คือ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในหมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อ พรป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งบัญญัติว่า “ เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ” สำหรับมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา ก็บัญญัติทำนองเดียวกัน
จากถ้อยคำในตัวบททั้งสองมาตรา การกระทำผิดที่จะเป็นความผิดตามกฎหมายทั้งสองมาตรานั้น ผู้กระทำต้องมีมูลเหตุชักจูงใจหรือมีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือ ต้องเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กล่าวคือ ลำพังการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพียงอย่างเดียวนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายสองมาตราดังกล่าว หากจะเป็นความผิดข้อเท็จจริงต้องฟังได้ว่า ผู้กระทำมีมูลเหตุชักจูงใจ หรือมีเจตนาพิเศษเพื่อจะให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหายด้วย หรือ มิฉะนั้นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้น ก็ต้องเป็นไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นการกระทำ“ โดยทุจริต” ซึ่งมูลเหตุชักจูงใจหรือเจตนาพิเศษทั้งสองกรณี ดังกล่าว ผู้กระทำต้องประสงค์ต่อผลเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยตรง หรือมุ่งแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยตรง มิใช่เพียงเล็งเห็นว่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือเล็งเห็นว่าน่าจะมีเจตนาทุจริตเท่านั้น
คดีนี้จากการไต่สวนนำสืบโครงการรับจำนำข้าว ไม่ปรากฏว่ามีพยานหลักฐานใดที่พอจะบ่งชี้ว่าจำเลยได้รับประโยชน์จากการทุจริตในการระบายข้าว ไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใด ที่พอจะชี้ให้เห็นว่าการทุจริตของบริษัท สยามอินดิก้าจำกัด นั้น จำเลยมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือเหตุที่จำเลยไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวตามที่โจทก์ฟ้องเป็นเพราะจำเลยต้องการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท สยามอินดิก้า ไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดที่ส่อแสดงว่าจำเลยมีความสัมพันธ์กับบริษัท สยามอินดิก้า หรือนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง ผู้ก่อตั้งบริษัท สยามอินดิก้า
ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีมูลเหตุชักจูงใจหรือเจตนาพิเศษเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายให้แก่กลุ่มของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด หรือนายอภิชาติ การละเว้นไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของจำเลยตามฟ้อง จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542
ส่วนผลการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว แม้จะฟังว่าก่อให้เกิดความเสียหายมากมายดังที่โจทก์ฟ้อง หรือฟังว่าไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่เป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศโดยรวมดังที่จำเลยต่อสู้ ก็ไม่ใช่สาระที่ต้องมาพิจารณาว่าจำเลยผิดตามฟ้องหรือไม่เพราะผลของโครงการไม่ใช่องค์ประกอบการของความผิดตามบทกฏหมายที่โจทก์ฟ้องและประสงค์จะลงโทษ ดังนั้น จำเลยจึงไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง
ที่มา แหล่งอ้างอิง
http://www.komchadluek.net/news/politic/299453
https://www.matichon.co.th/politics/news_209796
https://www.matichon.co.th/politics/news_700038
https://hilight.kapook.com/view/127422
https://www.isranews.org/isranews-scoop/60478-isranews-60478.html
https://www.voicetv.co.th/read/533041