ชีวิตเราเจอแต่รักที่ไม่สมบูรณ์มาตลอด โดนหลอกมาตลอด จนมาเจอคนๆนึง คนที่ดีที่สุดในชีวิต คือแฟนคนนี้
เราเป็นผู้หญิงธรรมดาคนนึง ทำงานผ่อนรถไปวันๆ พักอยู่ที่คอนโดใกล้ที่ทำงาน รู้จักกับแฟนโดยเหตุบังเอิญ เค้าบอกเค้าไม่มีใคร โสดมา4ปี จนมาเจอเรา เค้ามารับมาส่งทุกวัน มานอนคอนโดกับเราบ้าง บางวันเค้าจะกลับไปนอนบ้านเค้าบ้าง เค้าเสมอต้นเสมอปลาย พาไปเที่ยวหลายๆแห่ง สุภาพ และให้เกียรติเราเสมอมา เราบอกเค้าเสมอหนูว่าโชคดีมากที่ได้เจอพี่..
คบกันมา 5 เดือนแล้ว (แต่รู้สึกเหมือน2ปี อยู่ด้วยกันตลอดเวลา) เค้ามาพบพ่อแม่เรา แต่เราเองยังไม่เคยไปบ้านเค้าสักครั้ง ได้เพียงแต่จอดรถส่งหน้าบ้าน เค้าบอกเพียงว่ารออะไรมันลงตัวก่อนนะ รอเวลาที่เหมาะสม...อีก1เดือนจะพาเข้าบ้านเค้าบ้าง (ครอบครัวเค้าเป็นจัดอยู่ในคนที่มีสังคม บ้านมีฐานะประมาณนั้นค่ะ)
มันมีบางครั้งที่เค้าทำตัวแปลกๆ ถึงบ้านเค้าแล้ว เค้าจะไม่ค่อยคุยโทรศัพท์กับเราเท่าไร แต่เราเข้าใจว่าเราต้องให้ space เค้ากับครอบครัวบ้าง
มีบางครั้งที่เราสงสัยบางอย่าง ภาพผู้หญิงคนนึงในบ้านเค้าที่เราบังเอิญไปเห็นจากเฟสบุค เห็นรูปหมาตัวเดียวกัน ที่เค้าบอกว่าเป็นของเค้า เห็นภาพถ่ายผู้หญิงคนนั้นแต่แบล็คกราวน์เป็นห้องนอนของเค้า เค้าบอกใครๆก็สามารถเข้าห้องนอนเค้าได้และอีกหลายๆอย่างที่ไม่สามารถฟันธงได้ว่าคืออะไร เรามีการพูดคุยและถามว่าคนนี้คือใคร น้องสาวก็ไม่ใช่ เค้าบอกว่าเป็นแฟนเก่าของพี่ชาย.. เพื่อนน้องสาวบ้าง.. แค่คนมาขออาศัยบ้าง บลาๆ และหลังๆมาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อยู่อาศัยบ้านเค้าแล้ว บอกว่าเราคิดมาก เค้าเครียดเรื่องงานมา ขอให้เราไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับเค้าเลย จะเอาปัญหาเข้ามาทำไม... เราเชื่อนะคะ เพราะที่ผ่านมาเค้าบอกว่าเค้าเข้ามาในชีวิตเรา เพราะเราเศร้ามามากพอ เค้าบอกกับเราว่า ผู้ชายที่ดีๆ ที่รักหนูจริงมันมีในโลกนะ ความรักที่ดีมันมีในโลกนะ เค้าบอกว่าไม่เคยรักใครเท่าเรา เราพูดกันถึงอนาคตบ้าง อีกสิบๆปีข้างหน้า เรื่องแต่งงานบ้าง เราเชื่อสนิทใจ แฮปปี้กันตลอดมา
ประมาณนี้ค่ะ
จนวันนึง เราได้เห็นภาพจากคนที่เรารู้จัก ภาพแรกเป็นภาพถ่ายรองเท้าคู่นึงของผู้หญิงคนนั้น อีกคู่นั้นเป็นคู่ที่คุ้นเคย (นั่น..ของแฟนเรานี่) ... ภาพที่2 เป็นภาพผู้หญิงคนนั้นสะพายกระเป๋าเป้ (กระเป๋าเป้ที่เค้ามักจะใช้เสมอเวลาพาเราไปต่างประเทศ) น้ำตาเราเริ่มไหล ภาพที่3นั้น เป็นภาพผู้หญิงคนนั้นถ่ายคู่กับผู้ชายคนนึง พร้อมแคปชั่นสั้นๆว่า 'ถ่ายคู่กับแฟน' และเซ็นเซอร์หน้าผู้ชายคนนั้นไว้... ผู้ชายคนนั้นชุดนั้น ตั้งแต่คอลงมาจนถึงขา เราจำได้ดี ถูกต้องแล้ว แฟนเราถ่ายรูปคู่กับแฟนของเค้า ใจเราสลายวินาทีนั้น ร้องไห้ไม่หยุด จะทำอย่างไร ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง โดนหลอกตลอดมาว่าไม่เกี่ยวไม่สนิท หลอกเราทำไมกัน จะบอกพ่อแม่เราที่รักผู้ชายคนนี้ว่ายังไง จะหนีไป จะทำยังไงต่อไป เราส่งข้อความไปบอกสั้นๆว่า ลาก่อน พร้อมหลักฐานมัดตัวเค้าไม่สามารถอ้างอะไรได้อีก
คืนนั้นเราไปจอดรถรอหน้าบ้านเค้าอย่างเคย แต่ที่กระจ่างอย่างสมบูรณ์คือเราเจอผู้หญิงที่เราเจอในรูปนั้น เดินออกมาจากรั้วบ้านหลังใหญ่ๆของแฟนเรา มุ่งมาที่รถเราแล้วบอกว่า 'อยากคบนักก็ไปคบสิ ชั้นเลิกให้เธอแล้ว' เราถามทั้งน้ำตาว่าเธอคือแฟนพี่ชายไม่ใช่หรอ...(ภาวนาให้เผื่อเราอาจจะเข้าใจอะไรผิดไป) ผู้หญิงคนนั้นตอบกลับเรามาว่า 'เค้าก็บอกกับชั้นแบบเธอเหมือนกัน เค้าหลอกทั้งชั้นและเธอ' เราแทบไม่อยากเชื่อว่าวินาทีนี้คือเรื่องจริง คืนนั้นเกิดเรื่องกลลาหลในบ้านเค้า เราเหมือนเป็นคนที่เข้ามาทำลายครอบครัวของผู้ชายคนนี้ เราเหมือนคนแปลกหน้า คืนแรกที่เราเจอพ่อแม่แฟน และพ่อแม่แฟนกำลังปลอบผู้หญิงคนนั้นที่กำลังร้องไห้อยู่ ไม่ใช่เรา... คืนนั้นแฟนเราขับรถออกมานอนกับเราที่คอนโด และบอกว่าเคลียร์กับผู้หญิงคนนั้นแล้ว เล่ามาว่าคบมา3ปี จริงๆเลิกกันและไม่ได้หลับนอนกันมาปีกว่าแล้ว เลิกแต่ผู้หญิงไม่ยอมเลิก อยู่เหมือนคนแปลกหน้ากัน... (เราพยายามเชื่อ เราฟังไปร้องไห้ไป) เค้าบอกว่าความรักที่ให้เรามันคือเรื่องจริง ไม่ได้จะมาหลอกนะ เค้าเองก็หน้าตาดีมีฐานะแต่เลือกที่จะรักเรา เค้าบอกไม่เคยรักผู้หญิงคนนั้น ทางครอบครัวยัดเยียดให้ด้วยเหตุผลบางอย่าง เค้าคบเหมือนคนไม่ได้รักกัน... (ระหว่างที่เราฟัง ภาพที่เค้านอนกอดเรา และจินตนาการว่าเค้าก็คงไปนอนกอดอีกคน ที่คอยไม่รับโทรศัพท์เราเวลากลับบ้านก็ผุดมามากมาย) เค้าบอกขอโทษเราได้ไหม คืนนั้นเค้าเลิกกับผู้หญิงคนนั้นนอย่างสมบูรณ์ และออกไปจากบ้านเค้าแล้ว อธิบายว่าที่ไม่บอกตั้งแต่แรกเพราะกลัวเรารับไม่ได้ กำลังจะแก้ไขเรื่องนี้อยู่ แต่เกิดเรื่องเรามารู้เสียก่อน แน่นอนว่าเรารับไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้เราก็เจอเหตุการณ์แบบนี้มา เค้าทราบดี
ณ วันนี้ เค้าขอให้อภัยเริ่มต้นใหม่กับเรา พ่อแม่เราทราบและไม่อยากให้เราคบกัน (ที่บ้านเราค่อนข้างดุและเผด็จการ) ทุกวันนี้เค้าก็มาบ้านเราทุกวัน พิสูจน์ตัวเองว่าเค้ารักลูกสาวพ่อแม่คนนี้ ทุกอย่างดำเนินตามปกติเหมือนคนรักกัน แต่สิ่งที่เพิ่มมาคือความระแวงจากตัวเรา และความกลุ้มใจของแฟนเรา ถามเมื่อไหร่เราจะเชื่อใจเค้าสักที เราเหมือนจะหายดี บ้างก็ร้องไห้บ่อยครั้งเพราะความเจ็บใจ เราถามเค้าเลิกติดต่อกันแล้วใช่ไหม มีหนูก็มีคนเดียวได้ไหม เค้าบอกไม่ได้คุยไม่ยุ่งแล้ว แต่เราก็เห็นแชทเค้าค้างกับผู้หญิงคนนั้น ได้แต่เสียใจ และยังจะถามเค้าว่า เลิกจริงแล้วไหม คำตอบก็คือเลิกแล้ว ผู้หญิงทักมาเอง เค้าไม่ได้คุย..... หาคำตอบ อันไหนจริงอันไหนลวงไม่ได้เลย
ทุกวันนี้เราเหมือนคนป่วยทางจิต มีความรักที่ดี มีผู้ชายที่ทุ่มเท และพร้อมจะทำให้เรามีความสุขทุกอย่าง ทั้งทางใจ การงาน อนาคต ครอบครัง ภาระ เค้าพร้อมจะอยู่เคียงข้างเรา แต่สภาวะจิตใจเรามันไม่เคยลืมได้เลย เค้าจะโกหกเราอีกไหม ทั้งเค้าและเราก็พูดเรื่องนี้กันบ่อยจนไม่เคยมีความสุขอย่างเต็มที่ได้เลยสักวัน ไม่รู้อีกนานไหม ถึงจะลืมเรื่องนี้ไป และจะสามารถกลับมารักกันได้เหมือนเดิม... ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปจะเป็นยังไง ปัจจุบันเค้าก็ยังไม่พาเราเข้าบ้าน บอกว่าบ้านรก อย่าคิดมากนะ... รอทำบ้านใหม่ แล้วเราเข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกัน.. เราไม่อาจรู้ว่าอะไรคือความจริงได้เลย เค้ายืนยันว่าต่อจากนี้คือเรื่องจริง มันขัดแย้งไปหมด เราจะไปต่อกับเค้าได้ไหม บางทีเหมือนมันดันทุรังรอวันที่รักมันจืดจางหมดกันไป บางทีก็คิดว่าเราควรให้อภัย ผิดครั้งเดียว.. บางทีก็คิดว่าเรื่องนี้มันเกินที่จะให้อภัย แบบไหนดี
ปล. ขอโทษนะคะ ถ้าพิมพ์วนไปมา ถ้ามันยาวไป พยายามย่อเรื่องให้พอเข้าใจค่ะ
มารู้ทีหลังว่าแฟนเรา มีแฟนแล้ว...
เราเป็นผู้หญิงธรรมดาคนนึง ทำงานผ่อนรถไปวันๆ พักอยู่ที่คอนโดใกล้ที่ทำงาน รู้จักกับแฟนโดยเหตุบังเอิญ เค้าบอกเค้าไม่มีใคร โสดมา4ปี จนมาเจอเรา เค้ามารับมาส่งทุกวัน มานอนคอนโดกับเราบ้าง บางวันเค้าจะกลับไปนอนบ้านเค้าบ้าง เค้าเสมอต้นเสมอปลาย พาไปเที่ยวหลายๆแห่ง สุภาพ และให้เกียรติเราเสมอมา เราบอกเค้าเสมอหนูว่าโชคดีมากที่ได้เจอพี่..
คบกันมา 5 เดือนแล้ว (แต่รู้สึกเหมือน2ปี อยู่ด้วยกันตลอดเวลา) เค้ามาพบพ่อแม่เรา แต่เราเองยังไม่เคยไปบ้านเค้าสักครั้ง ได้เพียงแต่จอดรถส่งหน้าบ้าน เค้าบอกเพียงว่ารออะไรมันลงตัวก่อนนะ รอเวลาที่เหมาะสม...อีก1เดือนจะพาเข้าบ้านเค้าบ้าง (ครอบครัวเค้าเป็นจัดอยู่ในคนที่มีสังคม บ้านมีฐานะประมาณนั้นค่ะ)
มันมีบางครั้งที่เค้าทำตัวแปลกๆ ถึงบ้านเค้าแล้ว เค้าจะไม่ค่อยคุยโทรศัพท์กับเราเท่าไร แต่เราเข้าใจว่าเราต้องให้ space เค้ากับครอบครัวบ้าง
มีบางครั้งที่เราสงสัยบางอย่าง ภาพผู้หญิงคนนึงในบ้านเค้าที่เราบังเอิญไปเห็นจากเฟสบุค เห็นรูปหมาตัวเดียวกัน ที่เค้าบอกว่าเป็นของเค้า เห็นภาพถ่ายผู้หญิงคนนั้นแต่แบล็คกราวน์เป็นห้องนอนของเค้า เค้าบอกใครๆก็สามารถเข้าห้องนอนเค้าได้และอีกหลายๆอย่างที่ไม่สามารถฟันธงได้ว่าคืออะไร เรามีการพูดคุยและถามว่าคนนี้คือใคร น้องสาวก็ไม่ใช่ เค้าบอกว่าเป็นแฟนเก่าของพี่ชาย.. เพื่อนน้องสาวบ้าง.. แค่คนมาขออาศัยบ้าง บลาๆ และหลังๆมาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อยู่อาศัยบ้านเค้าแล้ว บอกว่าเราคิดมาก เค้าเครียดเรื่องงานมา ขอให้เราไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับเค้าเลย จะเอาปัญหาเข้ามาทำไม... เราเชื่อนะคะ เพราะที่ผ่านมาเค้าบอกว่าเค้าเข้ามาในชีวิตเรา เพราะเราเศร้ามามากพอ เค้าบอกกับเราว่า ผู้ชายที่ดีๆ ที่รักหนูจริงมันมีในโลกนะ ความรักที่ดีมันมีในโลกนะ เค้าบอกว่าไม่เคยรักใครเท่าเรา เราพูดกันถึงอนาคตบ้าง อีกสิบๆปีข้างหน้า เรื่องแต่งงานบ้าง เราเชื่อสนิทใจ แฮปปี้กันตลอดมา
ประมาณนี้ค่ะ
จนวันนึง เราได้เห็นภาพจากคนที่เรารู้จัก ภาพแรกเป็นภาพถ่ายรองเท้าคู่นึงของผู้หญิงคนนั้น อีกคู่นั้นเป็นคู่ที่คุ้นเคย (นั่น..ของแฟนเรานี่) ... ภาพที่2 เป็นภาพผู้หญิงคนนั้นสะพายกระเป๋าเป้ (กระเป๋าเป้ที่เค้ามักจะใช้เสมอเวลาพาเราไปต่างประเทศ) น้ำตาเราเริ่มไหล ภาพที่3นั้น เป็นภาพผู้หญิงคนนั้นถ่ายคู่กับผู้ชายคนนึง พร้อมแคปชั่นสั้นๆว่า 'ถ่ายคู่กับแฟน' และเซ็นเซอร์หน้าผู้ชายคนนั้นไว้... ผู้ชายคนนั้นชุดนั้น ตั้งแต่คอลงมาจนถึงขา เราจำได้ดี ถูกต้องแล้ว แฟนเราถ่ายรูปคู่กับแฟนของเค้า ใจเราสลายวินาทีนั้น ร้องไห้ไม่หยุด จะทำอย่างไร ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง โดนหลอกตลอดมาว่าไม่เกี่ยวไม่สนิท หลอกเราทำไมกัน จะบอกพ่อแม่เราที่รักผู้ชายคนนี้ว่ายังไง จะหนีไป จะทำยังไงต่อไป เราส่งข้อความไปบอกสั้นๆว่า ลาก่อน พร้อมหลักฐานมัดตัวเค้าไม่สามารถอ้างอะไรได้อีก
คืนนั้นเราไปจอดรถรอหน้าบ้านเค้าอย่างเคย แต่ที่กระจ่างอย่างสมบูรณ์คือเราเจอผู้หญิงที่เราเจอในรูปนั้น เดินออกมาจากรั้วบ้านหลังใหญ่ๆของแฟนเรา มุ่งมาที่รถเราแล้วบอกว่า 'อยากคบนักก็ไปคบสิ ชั้นเลิกให้เธอแล้ว' เราถามทั้งน้ำตาว่าเธอคือแฟนพี่ชายไม่ใช่หรอ...(ภาวนาให้เผื่อเราอาจจะเข้าใจอะไรผิดไป) ผู้หญิงคนนั้นตอบกลับเรามาว่า 'เค้าก็บอกกับชั้นแบบเธอเหมือนกัน เค้าหลอกทั้งชั้นและเธอ' เราแทบไม่อยากเชื่อว่าวินาทีนี้คือเรื่องจริง คืนนั้นเกิดเรื่องกลลาหลในบ้านเค้า เราเหมือนเป็นคนที่เข้ามาทำลายครอบครัวของผู้ชายคนนี้ เราเหมือนคนแปลกหน้า คืนแรกที่เราเจอพ่อแม่แฟน และพ่อแม่แฟนกำลังปลอบผู้หญิงคนนั้นที่กำลังร้องไห้อยู่ ไม่ใช่เรา... คืนนั้นแฟนเราขับรถออกมานอนกับเราที่คอนโด และบอกว่าเคลียร์กับผู้หญิงคนนั้นแล้ว เล่ามาว่าคบมา3ปี จริงๆเลิกกันและไม่ได้หลับนอนกันมาปีกว่าแล้ว เลิกแต่ผู้หญิงไม่ยอมเลิก อยู่เหมือนคนแปลกหน้ากัน... (เราพยายามเชื่อ เราฟังไปร้องไห้ไป) เค้าบอกว่าความรักที่ให้เรามันคือเรื่องจริง ไม่ได้จะมาหลอกนะ เค้าเองก็หน้าตาดีมีฐานะแต่เลือกที่จะรักเรา เค้าบอกไม่เคยรักผู้หญิงคนนั้น ทางครอบครัวยัดเยียดให้ด้วยเหตุผลบางอย่าง เค้าคบเหมือนคนไม่ได้รักกัน... (ระหว่างที่เราฟัง ภาพที่เค้านอนกอดเรา และจินตนาการว่าเค้าก็คงไปนอนกอดอีกคน ที่คอยไม่รับโทรศัพท์เราเวลากลับบ้านก็ผุดมามากมาย) เค้าบอกขอโทษเราได้ไหม คืนนั้นเค้าเลิกกับผู้หญิงคนนั้นนอย่างสมบูรณ์ และออกไปจากบ้านเค้าแล้ว อธิบายว่าที่ไม่บอกตั้งแต่แรกเพราะกลัวเรารับไม่ได้ กำลังจะแก้ไขเรื่องนี้อยู่ แต่เกิดเรื่องเรามารู้เสียก่อน แน่นอนว่าเรารับไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้เราก็เจอเหตุการณ์แบบนี้มา เค้าทราบดี
ณ วันนี้ เค้าขอให้อภัยเริ่มต้นใหม่กับเรา พ่อแม่เราทราบและไม่อยากให้เราคบกัน (ที่บ้านเราค่อนข้างดุและเผด็จการ) ทุกวันนี้เค้าก็มาบ้านเราทุกวัน พิสูจน์ตัวเองว่าเค้ารักลูกสาวพ่อแม่คนนี้ ทุกอย่างดำเนินตามปกติเหมือนคนรักกัน แต่สิ่งที่เพิ่มมาคือความระแวงจากตัวเรา และความกลุ้มใจของแฟนเรา ถามเมื่อไหร่เราจะเชื่อใจเค้าสักที เราเหมือนจะหายดี บ้างก็ร้องไห้บ่อยครั้งเพราะความเจ็บใจ เราถามเค้าเลิกติดต่อกันแล้วใช่ไหม มีหนูก็มีคนเดียวได้ไหม เค้าบอกไม่ได้คุยไม่ยุ่งแล้ว แต่เราก็เห็นแชทเค้าค้างกับผู้หญิงคนนั้น ได้แต่เสียใจ และยังจะถามเค้าว่า เลิกจริงแล้วไหม คำตอบก็คือเลิกแล้ว ผู้หญิงทักมาเอง เค้าไม่ได้คุย..... หาคำตอบ อันไหนจริงอันไหนลวงไม่ได้เลย
ทุกวันนี้เราเหมือนคนป่วยทางจิต มีความรักที่ดี มีผู้ชายที่ทุ่มเท และพร้อมจะทำให้เรามีความสุขทุกอย่าง ทั้งทางใจ การงาน อนาคต ครอบครัง ภาระ เค้าพร้อมจะอยู่เคียงข้างเรา แต่สภาวะจิตใจเรามันไม่เคยลืมได้เลย เค้าจะโกหกเราอีกไหม ทั้งเค้าและเราก็พูดเรื่องนี้กันบ่อยจนไม่เคยมีความสุขอย่างเต็มที่ได้เลยสักวัน ไม่รู้อีกนานไหม ถึงจะลืมเรื่องนี้ไป และจะสามารถกลับมารักกันได้เหมือนเดิม... ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปจะเป็นยังไง ปัจจุบันเค้าก็ยังไม่พาเราเข้าบ้าน บอกว่าบ้านรก อย่าคิดมากนะ... รอทำบ้านใหม่ แล้วเราเข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกัน.. เราไม่อาจรู้ว่าอะไรคือความจริงได้เลย เค้ายืนยันว่าต่อจากนี้คือเรื่องจริง มันขัดแย้งไปหมด เราจะไปต่อกับเค้าได้ไหม บางทีเหมือนมันดันทุรังรอวันที่รักมันจืดจางหมดกันไป บางทีก็คิดว่าเราควรให้อภัย ผิดครั้งเดียว.. บางทีก็คิดว่าเรื่องนี้มันเกินที่จะให้อภัย แบบไหนดี
ปล. ขอโทษนะคะ ถ้าพิมพ์วนไปมา ถ้ามันยาวไป พยายามย่อเรื่องให้พอเข้าใจค่ะ