เราเริ่มรู้สึกว่าพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน

กระทู้คำถาม
เริ่มเรื่องเอาเลยละกันนะคะไม่เสียเวลา คือตอนช่วงเด็กๆ พ่อแม่ไม่ค่อยอยู่บ้านเค้ามักจะปล่อยเราอยู่กับพี่ชายเพราะพ่อแม่ไปทำงานที่ต่างจังหวัดช่วงนั้นเราอยู่กับพี่ชายกัน2คนเพราะพ่อแม่ไปวันเดียวกลับเลยไม่นานเท่าไหร่อีกอย่างช่วงเลิกเรียนพี่ชายก็กลับมาเร็วอยู่แล้วถ้าพ่อแม่สั่งถ้าไม่สั่งเค้าก็ไม่มาเร็วเพราะเค้ามั่วอยู่แต่ร้านเกมช่วงนั้นเราคิดถึงแม่กับพ่อมากเลยร้องไห้ออกมา พอเราร้องไห้พี่ชายก็เริ่มลำคาญเรา เเล้วพี่ชายก็ตีเราเกือบโยนเราลงบ่อน้ำเพื่อให้จมน้ำตาย เราก็เลยเจ็บมาตลอดเลย จนพ่อแม่กลับมา เราก็ฟ้องพ่อกับแม่ว่ามันเกิดอาไรขึ้น แต่พ่อกับแม่ก็ไม่สนใจแค่ด่า แต่ก็ไม่ได้ทำโทษอะไร ช่วงนั้นคือเราอายุ9ขวบเราเป็นน้องสาวคนเดียวและพี่ชายอายุ17ปีเกือบๆ18 คือเราเจ็บมากเค้าทั้งตีทุบชก เกือบช้ำใน แถมจะโยนเราลงบ่ออีก ดีที่เราพระนมมือไหว้เค้าว่า จะไม่ทำอีก เค้าเลยหยุด พอพ่อแม่รู้ข่าวเค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรพี่ชายเลยแถมแม่ยังเข้าข้างพี่ชายอีก  นับจากวันนั้นเราก็ไม่เข้าใกล้เค้าอีกเลย จนพี่ไปทำงานเรียนที่กรุงเทพเราก็เริ่มห่างๆกัน แต่พ่อแม่ก็ยังไม่ให้ความสำคัญกับเราอยู่ดี แถมด่าตลอดเวลาไม่ทำงานบ้าน ก็ด่าตีสาระพัด  จนเราอายุ16เราจบมอ3 เพื่อที่จะเข้าการอาชีพแต่ก็ต้องออกเพราะพ่อแม่ขายที่ดินที่บ้านได้เพื่อว่าจะย้ายบ้านไปประเทศลาวเพื่อไปหาญาติและไปทำร้านอาหารเพราะเรารู้ว่าคำชวนนั้นเป็นเพราะพี่ชายชวนไปทำร้านอาหารที่นั้น แต่ก่อนพ่อแม่เอาเงินให้พี่ชายเราทำมินิมาทแต่ก็เจ๊งเพราะพี่ชายทำเงินหายเค้าบริหารไปไม่รอดเลยต้องเซ็งร้านแต่พ่อแม่ก็ไม่ได้โทษอะไรเค้าแต่เรารู้แก่ใจอยู่แล้วว่ายังไงพี่ชายก็บริหารไปไม่รอด เพราะพี่ชายชอบเที่ยวกลางคืนชอบเอาเปย์ผู้หญิงเงินเลยไม่ค่อยเหลือพอพ่อแม่บอกให้เฝ้าร้านแกก็แอบไปเที่ยว เอารถไปชนจนพ่อกับแม่ต้องเสียเงินไปซ้อมและเสียเงินค่าเช่าที่ไม่ได้ผลกำไลอะไรเลยเพราะพี่ชายทำเงินที่ทำกำไลของร้านได้หายพอรู้ว่ามันก็ต้องเจ็งพ่อแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยค่อยปลอบใจพี่ชายตลอดว่า (ไม่เป็นไรเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง)หลังจากนั้นพ่อแม่เราก็เตรียมเก็บเสื้อผ้ากระเป๋าเตรียมย้ายก็เตรียมซื้อที่ดินอีกที่ที่อยู่ต่างจังหวัดได้อยู่เลยย้ายโรงเรียนเราย้ายไปอยู่บ้านใหม่ พี่ชายก็เริ่ม เราใช้คำว่า(พาลเงิน)นะค่ะ!!บอกเลยเริ่มพาลทีละนิดๆเริ่มขายทุกๆอย่างที่มีในบ้านออกให้หมดจนไม่เหลืออะไรจะขายในบ้านแล้วเพราะเพียงค่าเทอมของพี่ชายที่เรียนมหาลัยเป็นแสนๆจนพ่อแม่บอกให้เราออกเรียนเพื่อจะลดปัญหาการใช้เงินเราก็พร้อมจะออกเพราะพ่อแม่บอกจนพ่อเลยบอกกับแม่ว่า ให้เราเรียนไปก่อนจบมอ3ก่อนพ่อแม่ก็เลยยอมให้เราเรียนจนจบมอ3 ตอนนั้นชีวิตครอบครัวเราเริ่มขายของไม่ค่อยดีเพราะพี่ชายโทรมาขอเงินตลอดจนพ่อแม่ขายที่ดินพร้อมยอมไปตามพี่ชายบอกว่า (ถ้าขายที่ดินที่บ้านได้แล้ว ไปทำร้านอาหารที่ประเทศลาว) เราก็เริ่มไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะไปรอดมั้ย เพราะพี่ชายเราก็เคยบริหารร้านมินิมาทมาก่อนแต่ก็ไปไม่รอด พ่อแม่เราก็เตรียมเก็บของเพื่อจะไปลาวตามที่พี่ชายบอก ก่อนแรกนะคะ คือพ่อแม่เราไปหาทำเลที่ตั้งให้ให้พี่ชายก่อนเริ่มเดินทางไปลาว ก็เลยมาถูกใจร้านที่เซ็งขายถูก พ่อแม่พี่ชายก็ไปติดต่อราคา ก็เลยได้ร้านนั้นก็เริ่มปรับปรุงเปิดร้านใหม่ ครั้งแรกแทบไม่มีคนเลยนะคะจนพี่ชายเริ่มเบื่อบอกว่าพ่อแม่ว่าให้อยู่ลาวไปก่อนเดี๋ยวกลับไปเรียนที่กรุงเทพก่อน พ่อแม่ก็เริ่มว่าเราด่าเราบ้างว่าเราบ้างว่าเราไม่ช่วยอะไรเลยทั้งๆที่เราทำงานตลอดเหมือนเด็กเสริฟในร้านจนแทบจะเหมือนเด็กเสริฟในร้านอยู่ละ ใช้เรายังกับขี้ข้า เราก็ทำๆไปบางครั้งเราก็ไม่สบายบ้างเลยไม่ได้ไปร้านแม่ก็ว่าเราขี้เกรียจไม่มาดูแลทั้งๆที่คนอยากทำร้านไม่ใช่เราเป็นพี่ชายเราต่างหากที่อยากทำแต่ไม่มาดูแลด่าเราสารพัดจนจิกหัวเราตีเข้ากับฝาพนังเราก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่เราก็เจ็บจนเก็บมาคิดบ่อยๆว่าทำไมแม่พ่อไม่เข้าใจเราเลยเราพยายามอยู่เฉยๆก็ยังโดนด่าโดนว่าเลยทีพี่ชายไปเรียนมาขอเงินตลอดแต่แม่ก็ยอมให้ที่เราขอไปซื้อข้าวก็หาว่าเปลืองทำไมไม่ไปกินที่ร้านพี่ชายก็เริ่มขอเงินตลอดๆอ้างว่าค่าหอบ้างค่าเรียนบ้างอยากจบไวๆจะได้เอาปริญาไปให้พ่อแม่จนร้านมันเริ่มไปไม่เป็นไม่มีเงินจะเซ็งต่อ พ่อแม่ก็โทรตามพี่ชายให้กลับมาแต่พี่ชายก็ติดบทว่าเรียนๆๆๆอยู่ไม่มีเวลา ว่าพ่อแม่บ้างว่า(บริหารกันไปไม่เป็นหรอทำไมแค่นี้ทำไม่ได้ )ทั้งๆที่คนอยากมาทำร้านคือพี่ชายทั้งนั้น จนร้านมันไปไม่ไหวเพราะเซ็งต่อไม่ได้ เลยต้องขนของกลับมาที่ไทยหมดเลย พ่อแม่ก็คอยแต่โทษเราตลอดๆว่าเราไม่ช่วยทำอะไรเลย มีแต่พาลๆๆๆๆ ทั้งๆที่คนบริหารร้านคือพี่ชายไม่ใช่เราเราไม่ได้อยากมาทำเราก็คิดว่าเราเป็นลูกเค้ารึเปล่าชีวิตเราไม่มีความสุขเลย อยากจะหนีไปจากบ้านเพราะอยู่ไปยังงัยพ่อแม่ก็ไม่ได้รักเราเลย ไม่เคยให้ความอบอุ่นอะไรเราเลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่