「บทสัมภาษณ์ เฌอปราง อารีย์กุล (BNK48) จาก GQ Thailand」
“ เฌอปราง อารีย์กุล ผู้หญิงที่เป็นมากกว่าทีนไอดอล ”
ถึงตอนนี้น้อยคนแล้วที่จะไม่รู้จัก ‘เฌอปราง อารีย์กุล’ กัปตันวง BNK48 กลุ่มไอดอลหญิงที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ เพราะนอกจากความสวยและความเก่งที่ฉายแววอย่างเจิดจ้าขึ้นทุกวันแล้ว บทบาทของเธอในภาพยนตร์เรื่อง Homestay ก็ทำให้คนดูถึงกับทึ่งในความกล้าในการรับบทท้าทายจิตใจแฟนคลับในหนังเรื่องแรกของเธอ ซึ่งทั้งหมดนี้เธอได้ทลายกำแพงของตัวเอง เพื่อพิสูจน์ให้ผู้ชายอย่างเราได้เห็นว่า ภายใต้ความน่ารักสดใสนั้น ทัศนคติในตัวเธอก็แข็งแกร่งไม่แพ้ใครเหมือนกัน นั่นทำให้เมื่อเราพูดถึง ‘ผู้หญิงแห่งปี’ สำหรับ GQ เธอคนนั้นก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากกัปตันคนเก่งคนนี้แหละ
รู้สึกอย่างไรถ้าบางคนจะบอกว่าที่คุณได้เป็น GQ Woman of The Year 2018 เพราะรูปร่างหน้าตา
เราดีใจที่ได้รับเลือก ส่วนเรื่องนั้นก็เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ คนที่ชอบเราส่วนหนึ่งก็ด้วยภาพลักษณ์ แต่เราจะดีใจมากกว่านี้ถ้าเขาชอบที่เราเป็นเราจริงๆ ชอบตัวตนของเรา ชอบทัศนคติของเรามากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก แต่ก็โอเคแหละ ถ้าเขาจะชอบเราจากภายนอก ดังนั้นเราก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด การดูแลตัวเองก็เป็นงานอย่างหนึ่ง ตัวเราเองยังชอบมองคนที่หล่อๆ สวยๆ เลย คนทั่วไปก็เช่นเดียวกัน
เราเคยทำนายคุณว่าปีนี้จะต้องหนักหน่วงแน่ๆ เป็นอย่างไร เจออะไรมาบ้าง
เยอะมาก (ลากเสียงยาว) ทั้งซิงเกิลของ BNK48 ร่วมงานกับทาง GDH ในภาพยนตร์เรื่อง Homestay ได้ไปเข้าร่วมในงาน World Senbatsu ถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบให้นิตยสาร มีมิวสิกวิดีโอสามตัว ได้ร่วมงานกับ GQ Thailand เป็นปีที่ใช้เวลาได้คุ้มดีจัง เรื่องเรียนก็ได้เกรดที่ไม่แย่ ได้ A หลายตัวด้วย ยังไหวอยู่ ยังรอดมาได้ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่เคยทำงานทุกวันขนาดนี้มาก่อน แล้วต้องไปเรียนด้วย แต่ช่วงนี้ก็หนักมากจนไม่มีเวลาซ้อมเต้นซ้อมร้องเพลงกับคนอื่นๆ เลย ต้องแยกมาซ้อมต่างหากเพื่อให้ตามคนอื่นทัน
แต่ภาพรวมของคุณในปีนี้เราถือว่าประสบความสำเร็จมาก แล้วตัวเองละคิดว่าถึงเป้าหมายที่วางไว้หรือยัง
ถ้าคิดว่าเล่นคอนเสิร์ตแค่นี้จบ มีแฟนคลับถึงยอดเท่านี้แล้วคือประสบความสำเร็จ เราว่าไม่ใช่ เพราะจะไม่มีการไปต่อ เราจะรู้สึกว่าตัวเองหยุดอยู่กับที่ เราไม่อยากหยุดอยู่กับที่ เวลายังเดินไปทุกวัน ต้องก้าวต่อไปในทุกก้าว มีอะไรที่รอให้เรียนรู้ ทั้งการเรียนรู้ในอายุเท่านี้กับการเรียนรู้เรื่องเดิมในวันที่โตขึ้น ก็ทำให้ได้มุมมองใหม่กลับมา คำว่าประสบความสำเร็จของเราคือ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะมีชีวิตอยู่ไหม เราควรจะมีความสุขในตอนนี้ได้แล้ว เมื่อมีความสุขก็หมายถึงตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว
ผ่านอะไรมามากมายขนาดนี้ ดวลกับความกดดันต่างๆ ได้อยู่มือหรือยัง
พอได้อยู่ แต่ก็มีบางเรื่องที่ต้องคิดมาก เช่น ตอนที่ชื่อเสียงขยายออกไปเรื่อยๆ การวางตัวในหลายๆ เรื่องก็ต้องระวังมากขึ้น ถึงแม้ปัจจุบันเราจะยังคงหน้าสดไปเรียนอยู่ก็ตาม (หัวเราะ) แต่ถ้าเวลาทำงานยังไงก็ต้องให้ความสำคัญกับลุค ร่างกายของเราก็ปรับตัวเองให้รับมือกับงานหนักแบบทุกวันนี้ได้แล้ว ไม่ได้รู้สึกล้า รู้สึกแข็งแรงขึ้น ส่วนเรื่องของใจก็ดีกว่าเมื่อก่อน เจอข่าวเข้ามากระทบก็ปล่อยวางได้มากขึ้น ปล่อยผ่านได้ง่ายขึ้น รับมือกับเรื่องต่างๆ ได้ดีขึ้น อย่างตอนซิงเกิล Victory ต้องใส่กระโปรงแปลกๆ เต้น น้องมายด์ BNK48 ก็บ่นว่าไม่ชอบกระโปรงแบบนี้เลย ซึ่งเมื่อก่อนเราก็คงคิดแบบเดียวกับน้อง แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเดี๋ยวอะไรมันก็จะผ่านไป เราก็แนะนำน้องไปว่าอย่าคิดมาก ให้คำนึงถึงความรู้สึกของแฟนๆ เรามาสร้างความสุข มาสร้างเสียงหัวเราะ เราเครียดได้แต่ก็ต้องทำงานให้เต็มที่ เราว่าตัวเองเป็นคนโอนอ่อนผ่อนปรนกว่าเดิม และมีความสุขกับชีวิตมากขึ้นด้วย
แต่บางอย่างในชีวิตก็ปล่อยผ่านไม่ได้นะ ต้องเด็ดขาดจริงจัง
ก็ต้องเลือก แต่บางทีก็ถูกบังคับให้เลือก ก็แล้วแต่ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ความเด็ดขาดของเราคือความตั้งใจของตัวเอง ถ้าตั้งใจทำอะไรในแต่ละครั้ง เราจะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ดี แล้วก็ไปโอนอ่อนให้กับเรื่องที่เป็นความสุข ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ถึงแม้บางคนจะมองว่าเป็นเรื่องเดือดร้อนสำหรับเรา เช่น ท่าเต้นแปลกๆ เราจะลำบากใจไหมเวลาเต้น แต่เอาจริงๆ ก็สนุกดี เต้นไปเถอะ (หัวเราะ)

อยากกลับไปแก้ไขสิ่งผิดพลาดในใจบ้างไหม
ความผิดหวังที่เกิดขึ้นทำให้ได้เรียนรู้ เราไม่ได้อยากกลับไปแก้ไข เหมือนเรื่องที่บ้านในปีนี้ มีอยู่สองสามครั้งที่เรากับพ่อทะเลาะกันแรงมากจนเราร้องไห้ หรือกับแม่เองก็มีปัญหากระทบกระทั่งกัน เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใส่อารมณ์ เราทำอะไรผิด ก็เข้าใจว่าเป็นห่วงอยากให้ได้ดี แต่ก็มีจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าไม่ควรจะระเบิดอารมณ์ใส่กันขนาดนั้น แต่เราก็อยากพูดให้พวกท่านได้รู้เหมือนกัน ว่าสิ่งที่เขาเป็นทำให้บรรยากาศในบ้านไม่ค่อยโอเค แต่พอมาย้อนคิดดูแล้ว เพราะเขาเป็นห่วงถึงพูดแบบนั้นออกมา สุดท้ายเราก็มาคุยกัน ได้เรียนรู้การทำใจให้เย็นลง ปัจจุบันพวกเราเข้าใจกันมากขึ้น ถ้าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาที่บ้านอาจจะยังไม่เป็นแบบทุกวันนี้
คุณเข้มแข็งมากจนเราอยากให้ผู้หญิงทุกคนลุกขึ้นมาส่งเสียงบางอย่างเพื่อบอกถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการในสังคมบ้าง
เราว่าให้ทุกคนดีกว่า ไม่ต้องเฉพาะผู้หญิงหรอก ผู้ชายบางคนยังโดนผู้หญิงข่มเหงเลย สุดท้ายก็วกมาที่คำว่าการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ผู้ชาย ผู้หญิง เพศที่สาม คนผิวสี พวกเราไม่ควรพูดจาทำร้ายใจใครอยู่แล้ว ทำให้เรื่องนี้เป็นธรรมชาติ เริ่มต้นกันด้วยเรื่องง่ายๆ ก่อน ถ้ามีผู้ชายคนไหนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งแล้วรู้สึกชอบ จากนั้นก็เกิดความคิดอกุศลขึ้นมา เราอยากบอกว่า คุณคะ ถ้าชีวิตคุณดีอยู่แล้ว ก็ไม่ควรคิดแบบนั้น ถ้าเอาตามหลักพุทธศาสนาก็คือ ต้องรักษาศีล 5 ให้ได้ แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องศาสนาคือคุณกำลังคิดจะทำร้ายเขา ไม่มีใครอยากโดนทำร้าย แต่ผู้หญิงควรจะมีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายมากขึ้นไหม เราว่าควรจะมี เพราะคนเราควรจะเท่ากัน แต่ก็ต้องยอมรับว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพไม่เท่ากัน ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย
เรื่องที่น่าตื่นเต้นของแฟนๆ BNK48 คือการเลือกตั้งเมมเบอร์อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม คิดว่าช่วงนั้นจะเป็นอย่างไร
ตอนที่ไปงาน World Senbatsu ก็ โห! แม่เจ้า มันแย่มากเลย เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึกที่ตีกันอยู่ในหัว จนไม่รู้ว่าจะเอาความรู้สึกไหนมาเป็นความรู้สึกหลัก เราเห็นใจคนนั้นคนนี้ ดีใจในสิ่งที่ได้รับ ทั้งภูมิใจและเกรงใจแฟนคลับ หลายความรู้สึกมากเลยจ้า (หัวเราะ) พอเดินเข้าหลังเวทีนี่ทรุดเลย ต้องนั่งดมยาดม ปวดหัวมากไม่ไหวแล้ว เพราะเราต้องไปแข่งขันกับคนที่เราชื่นชอบด้วย แล้วเราได้อันดับสูงกว่าบางคนที่ติดตามเขามานานด้วย แต่สุดท้ายก็คิดว่าต้องมีจุดที่ควรจะดีใจกับตัวเอง ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งที่ 1 ก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร แต่คงมีทั้งความดีใจ เสียใจ ไม่ว่าจะได้อันดับที่เท่าไหร่ก็ตาม เคยมีคนส่งข้อความให้เรา บอกว่าเขาเคยคิดว่าเราแตกต่างกับเมมเบอร์คนอื่น แต่สุดท้ายเราก็เอาความรักที่แฟนคลับมอบให้มาใช้ไม่ต่างจากดาราทั่วไป เราก็ยอมรับว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่คนที่ให้เราเขาก็รักเราจริงๆ เหมือนกัน เป็นความรักที่เหมือนพ่อกับแม่ให้เรา
ดังนั้นไม่ว่าการเลือกตั้งผลจะออกมาเป็นอย่างไร จะได้ที่เท่าไหร่ก็ตาม เราก็ยังให้ความรู้สึกกับแฟนคลับเป็นอันดับหนึ่ง เพราะนั่นคือผลงานของพวกเขา เรื่องของน้องๆ ก็ต้องตามดูไปก่อน ถ้าน้องแฮปปี้ในจุดที่เขาอยู่เราก็จะมีความสุขมาก แต่ถ้าคนไหนไม่แฮปปี้เราก็คงลังเลแหละ ว่าจะเดินเข้าไปปลอบดีไหม ถ้าอันดับของเราสูงกว่าก็คงไม่ควร แต่ถ้าได้ต่ำกว่าคงเดินเข้าไป ต้องรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราเองก็ยังจินตนาการไม่ได้ว่าจะมีดราม่าเบอร์ไหนเกิดขึ้น (หัวเราะ)
「GQ Thailand」 เฌอปราง อารีย์กุล ผู้หญิงที่เป็นมากกว่าทีนไอดอล 🎻
「บทสัมภาษณ์ เฌอปราง อารีย์กุล (BNK48) จาก GQ Thailand」
“ เฌอปราง อารีย์กุล ผู้หญิงที่เป็นมากกว่าทีนไอดอล ”
เราดีใจที่ได้รับเลือก ส่วนเรื่องนั้นก็เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ คนที่ชอบเราส่วนหนึ่งก็ด้วยภาพลักษณ์ แต่เราจะดีใจมากกว่านี้ถ้าเขาชอบที่เราเป็นเราจริงๆ ชอบตัวตนของเรา ชอบทัศนคติของเรามากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก แต่ก็โอเคแหละ ถ้าเขาจะชอบเราจากภายนอก ดังนั้นเราก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด การดูแลตัวเองก็เป็นงานอย่างหนึ่ง ตัวเราเองยังชอบมองคนที่หล่อๆ สวยๆ เลย คนทั่วไปก็เช่นเดียวกัน
เยอะมาก (ลากเสียงยาว) ทั้งซิงเกิลของ BNK48 ร่วมงานกับทาง GDH ในภาพยนตร์เรื่อง Homestay ได้ไปเข้าร่วมในงาน World Senbatsu ถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบให้นิตยสาร มีมิวสิกวิดีโอสามตัว ได้ร่วมงานกับ GQ Thailand เป็นปีที่ใช้เวลาได้คุ้มดีจัง เรื่องเรียนก็ได้เกรดที่ไม่แย่ ได้ A หลายตัวด้วย ยังไหวอยู่ ยังรอดมาได้ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่เคยทำงานทุกวันขนาดนี้มาก่อน แล้วต้องไปเรียนด้วย แต่ช่วงนี้ก็หนักมากจนไม่มีเวลาซ้อมเต้นซ้อมร้องเพลงกับคนอื่นๆ เลย ต้องแยกมาซ้อมต่างหากเพื่อให้ตามคนอื่นทัน
แต่ภาพรวมของคุณในปีนี้เราถือว่าประสบความสำเร็จมาก แล้วตัวเองละคิดว่าถึงเป้าหมายที่วางไว้หรือยัง
ถ้าคิดว่าเล่นคอนเสิร์ตแค่นี้จบ มีแฟนคลับถึงยอดเท่านี้แล้วคือประสบความสำเร็จ เราว่าไม่ใช่ เพราะจะไม่มีการไปต่อ เราจะรู้สึกว่าตัวเองหยุดอยู่กับที่ เราไม่อยากหยุดอยู่กับที่ เวลายังเดินไปทุกวัน ต้องก้าวต่อไปในทุกก้าว มีอะไรที่รอให้เรียนรู้ ทั้งการเรียนรู้ในอายุเท่านี้กับการเรียนรู้เรื่องเดิมในวันที่โตขึ้น ก็ทำให้ได้มุมมองใหม่กลับมา คำว่าประสบความสำเร็จของเราคือ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะมีชีวิตอยู่ไหม เราควรจะมีความสุขในตอนนี้ได้แล้ว เมื่อมีความสุขก็หมายถึงตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว
ผ่านอะไรมามากมายขนาดนี้ ดวลกับความกดดันต่างๆ ได้อยู่มือหรือยัง
พอได้อยู่ แต่ก็มีบางเรื่องที่ต้องคิดมาก เช่น ตอนที่ชื่อเสียงขยายออกไปเรื่อยๆ การวางตัวในหลายๆ เรื่องก็ต้องระวังมากขึ้น ถึงแม้ปัจจุบันเราจะยังคงหน้าสดไปเรียนอยู่ก็ตาม (หัวเราะ) แต่ถ้าเวลาทำงานยังไงก็ต้องให้ความสำคัญกับลุค ร่างกายของเราก็ปรับตัวเองให้รับมือกับงานหนักแบบทุกวันนี้ได้แล้ว ไม่ได้รู้สึกล้า รู้สึกแข็งแรงขึ้น ส่วนเรื่องของใจก็ดีกว่าเมื่อก่อน เจอข่าวเข้ามากระทบก็ปล่อยวางได้มากขึ้น ปล่อยผ่านได้ง่ายขึ้น รับมือกับเรื่องต่างๆ ได้ดีขึ้น อย่างตอนซิงเกิล Victory ต้องใส่กระโปรงแปลกๆ เต้น น้องมายด์ BNK48 ก็บ่นว่าไม่ชอบกระโปรงแบบนี้เลย ซึ่งเมื่อก่อนเราก็คงคิดแบบเดียวกับน้อง แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเดี๋ยวอะไรมันก็จะผ่านไป เราก็แนะนำน้องไปว่าอย่าคิดมาก ให้คำนึงถึงความรู้สึกของแฟนๆ เรามาสร้างความสุข มาสร้างเสียงหัวเราะ เราเครียดได้แต่ก็ต้องทำงานให้เต็มที่ เราว่าตัวเองเป็นคนโอนอ่อนผ่อนปรนกว่าเดิม และมีความสุขกับชีวิตมากขึ้นด้วย
แต่บางอย่างในชีวิตก็ปล่อยผ่านไม่ได้นะ ต้องเด็ดขาดจริงจัง
ก็ต้องเลือก แต่บางทีก็ถูกบังคับให้เลือก ก็แล้วแต่ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ความเด็ดขาดของเราคือความตั้งใจของตัวเอง ถ้าตั้งใจทำอะไรในแต่ละครั้ง เราจะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ดี แล้วก็ไปโอนอ่อนให้กับเรื่องที่เป็นความสุข ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ถึงแม้บางคนจะมองว่าเป็นเรื่องเดือดร้อนสำหรับเรา เช่น ท่าเต้นแปลกๆ เราจะลำบากใจไหมเวลาเต้น แต่เอาจริงๆ ก็สนุกดี เต้นไปเถอะ (หัวเราะ)
ความผิดหวังที่เกิดขึ้นทำให้ได้เรียนรู้ เราไม่ได้อยากกลับไปแก้ไข เหมือนเรื่องที่บ้านในปีนี้ มีอยู่สองสามครั้งที่เรากับพ่อทะเลาะกันแรงมากจนเราร้องไห้ หรือกับแม่เองก็มีปัญหากระทบกระทั่งกัน เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใส่อารมณ์ เราทำอะไรผิด ก็เข้าใจว่าเป็นห่วงอยากให้ได้ดี แต่ก็มีจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าไม่ควรจะระเบิดอารมณ์ใส่กันขนาดนั้น แต่เราก็อยากพูดให้พวกท่านได้รู้เหมือนกัน ว่าสิ่งที่เขาเป็นทำให้บรรยากาศในบ้านไม่ค่อยโอเค แต่พอมาย้อนคิดดูแล้ว เพราะเขาเป็นห่วงถึงพูดแบบนั้นออกมา สุดท้ายเราก็มาคุยกัน ได้เรียนรู้การทำใจให้เย็นลง ปัจจุบันพวกเราเข้าใจกันมากขึ้น ถ้าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาที่บ้านอาจจะยังไม่เป็นแบบทุกวันนี้
คุณเข้มแข็งมากจนเราอยากให้ผู้หญิงทุกคนลุกขึ้นมาส่งเสียงบางอย่างเพื่อบอกถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการในสังคมบ้าง
เราว่าให้ทุกคนดีกว่า ไม่ต้องเฉพาะผู้หญิงหรอก ผู้ชายบางคนยังโดนผู้หญิงข่มเหงเลย สุดท้ายก็วกมาที่คำว่าการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ผู้ชาย ผู้หญิง เพศที่สาม คนผิวสี พวกเราไม่ควรพูดจาทำร้ายใจใครอยู่แล้ว ทำให้เรื่องนี้เป็นธรรมชาติ เริ่มต้นกันด้วยเรื่องง่ายๆ ก่อน ถ้ามีผู้ชายคนไหนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งแล้วรู้สึกชอบ จากนั้นก็เกิดความคิดอกุศลขึ้นมา เราอยากบอกว่า คุณคะ ถ้าชีวิตคุณดีอยู่แล้ว ก็ไม่ควรคิดแบบนั้น ถ้าเอาตามหลักพุทธศาสนาก็คือ ต้องรักษาศีล 5 ให้ได้ แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องศาสนาคือคุณกำลังคิดจะทำร้ายเขา ไม่มีใครอยากโดนทำร้าย แต่ผู้หญิงควรจะมีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายมากขึ้นไหม เราว่าควรจะมี เพราะคนเราควรจะเท่ากัน แต่ก็ต้องยอมรับว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพไม่เท่ากัน ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย
เรื่องที่น่าตื่นเต้นของแฟนๆ BNK48 คือการเลือกตั้งเมมเบอร์อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม คิดว่าช่วงนั้นจะเป็นอย่างไร
ตอนที่ไปงาน World Senbatsu ก็ โห! แม่เจ้า มันแย่มากเลย เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึกที่ตีกันอยู่ในหัว จนไม่รู้ว่าจะเอาความรู้สึกไหนมาเป็นความรู้สึกหลัก เราเห็นใจคนนั้นคนนี้ ดีใจในสิ่งที่ได้รับ ทั้งภูมิใจและเกรงใจแฟนคลับ หลายความรู้สึกมากเลยจ้า (หัวเราะ) พอเดินเข้าหลังเวทีนี่ทรุดเลย ต้องนั่งดมยาดม ปวดหัวมากไม่ไหวแล้ว เพราะเราต้องไปแข่งขันกับคนที่เราชื่นชอบด้วย แล้วเราได้อันดับสูงกว่าบางคนที่ติดตามเขามานานด้วย แต่สุดท้ายก็คิดว่าต้องมีจุดที่ควรจะดีใจกับตัวเอง ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งที่ 1 ก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร แต่คงมีทั้งความดีใจ เสียใจ ไม่ว่าจะได้อันดับที่เท่าไหร่ก็ตาม เคยมีคนส่งข้อความให้เรา บอกว่าเขาเคยคิดว่าเราแตกต่างกับเมมเบอร์คนอื่น แต่สุดท้ายเราก็เอาความรักที่แฟนคลับมอบให้มาใช้ไม่ต่างจากดาราทั่วไป เราก็ยอมรับว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่คนที่ให้เราเขาก็รักเราจริงๆ เหมือนกัน เป็นความรักที่เหมือนพ่อกับแม่ให้เรา
ดังนั้นไม่ว่าการเลือกตั้งผลจะออกมาเป็นอย่างไร จะได้ที่เท่าไหร่ก็ตาม เราก็ยังให้ความรู้สึกกับแฟนคลับเป็นอันดับหนึ่ง เพราะนั่นคือผลงานของพวกเขา เรื่องของน้องๆ ก็ต้องตามดูไปก่อน ถ้าน้องแฮปปี้ในจุดที่เขาอยู่เราก็จะมีความสุขมาก แต่ถ้าคนไหนไม่แฮปปี้เราก็คงลังเลแหละ ว่าจะเดินเข้าไปปลอบดีไหม ถ้าอันดับของเราสูงกว่าก็คงไม่ควร แต่ถ้าได้ต่ำกว่าคงเดินเข้าไป ต้องรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราเองก็ยังจินตนาการไม่ได้ว่าจะมีดราม่าเบอร์ไหนเกิดขึ้น (หัวเราะ)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้