สวัสดีค่ะทุกคน
.
ถ้าใครกดเข้ามาเพื่ออยากอ่านรีวิวที่พัก ที่เที่ยว อาหาร ในกระทู้นี้ไม่มีเลยนะคะ
แต่ที่อยากมาแชร์วันนี้คือ 10 ข้อคิดที่ได้จากการเดินทางตลอด 7 วันที่มีคุณค่ามากกว่าอะไรทั้งสิ้น
ไม่รู้ว่าจะมีข้อไหนตรงกับของใครบ้างไหม? ยังไงก็เปิดใจออกไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันนะ
.

การเดินทาง 7 วัน

โตเกียว - คาวากุจิโกะ - โอซาก้า - เกียวโต
.
หนึ่ง : การเรียนรู้เริ่มต้นตั้งแต่ก้าวขาออกจากบ้าน
การเดินทางครั้งนี้เราเว้นช่วงจากทริปที่แล้วเกือบ 1 ปี ตอนจะออกจากบ้านก็แอบหวั่นเหมือนกัน
ทั้งภาษาอังกฤษที่ไม่ได้ใช้สื่อสารมานาน ทั้งวิธีขึ้นเครื่องบิน วิธีซื้อตั๋วนั่นนี่โน่น นี่เรากำลังจะออกจาก Comfort Zone แล้วนะ
พอได้ก้าวขาลากกระเป๋าออกจากบ้าน เท้าแตะสนามบิน สัญชาติญาณการเอาตัวรอด ความกระปรี้กระเปร่า ทุกอย่างมันกลับมาหมด
ถ้าการนอนคือการพักผ่อนของร่างกาย การเดินทางก็คงเป็นการพักผ่อนของจิตใจนั่นแหละ
สอง : ถ้าอยากให้ใครเคารพเรา จงเริ่มต้นจากการเคารพตัวเอง
เราแอบสังเกตคนญี่ปุ่นรอบๆ ไม่ว่าจะอาชีพอะไรทำไมเขาดูตั้งใจ มุ่งมั่นกันจังเลยนะ แม้แต่พนักงานขับรถบัสทำไมถึงดูเรียบร้อย
มีระเบียบ น่าเคารพอะไรอย่างนี้ แม่ค้าพ่อค้าที่ขายของดูตั้งอกตั้งใจในการบริการ ยิ้มแย้มแจ่มใส เราเรียนรู้ว่าถ้าเราไม่เคารพอาชีพตัวเอง
มองว่าอาชีพเรามันกระจอก ไม่สูงส่งเหมือนคนอื่นๆ นั่นก็ทำให้คนอื่นดูแคลนอาชีพเราไปด้วยเหมือนกัน
สาม: แม้แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็ยังไม่จีรังยั่งยืน
จุดมุ่งหมายที่เราปักว่าต้องไปเห็นกับตาให้ได้คือ ภูเขาไฟฟูจิ เราใช้เวลา 2 วันสำหรับที่นี่และเช้าวันที่ 2 โชคก็เข้าข้าง
ท้องฟ้าสดใสปราศจากเมฆทำให้เราได้เจอกับคุณฟูจิซังเป็นครั้งแรก คุณฟูจิซังได้สอนเราว่าแม้แต่ตัวเขาที่เป็นภูเขาไฟอันยิ่งใหญ่
ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของธรรมชาติ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปก็ถูกกลุ่มเมฆมาบดบังจนมิดเหมือนไม่มีอะไรอยู่เบื้องหน้า
สี่: จงเคารพธรรมชาติ แล้วธรรมชาติจะเคารพเรา
หนึ่งสิ่งที่เราประทับใจในญี่ปุ่นคือการเคารพธรรมชาติ ไม่ว่าจะต้นไม้ สายน้ำ ลำธาร ถูกเก็บรักษาอย่างดี ถึงแม้ญี่ปุ่นจะโดนภัยพิบัติ
ทางธรรมชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เขาก็ยังคงเคารพมัน และในความเป็นจริงแล้วมนุษย์ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้เลย
เพียงแต่ต้องรู้วิธีที่อยู่ร่วมกัน ไม่เบียดเบียนกัน พึ่งพากันเท่านั้นเอง
ห้า: อยากรู้จักใครให้ชวนเขาเดินทาง
คู่รักบางคู่คบกันมา 4-5 ปียังไม่รู้จักกันดีเท่าเพื่อนที่ออกไปตะลุยโลกด้วยกัน 4-5 วัน ยิ่งลำบากยิ่งรู้จักตัวตนกันได้เร็วขึ้น
ยิ่งสถานการณ์คับขันยิ่งรู้ว่าคนข้างๆเรานั้นเป็นผู้ใหญ่ ตัดสินใจได้ดีขนาดไหน ยิ่งเหนื่อยยิ่งรู้ว่าคนข้างๆเราเห็นแก่ตัวหรือไม่
ถ้าอยากรู้จักใครลองชวนเขาออกเดินทางด้วยกันสักครั้งแล้วจะได้คำตอบนั้น
หก: การเดินทางไม่ใช่วิธีหนีความทุกข์
เวลาอกหักเรามักชอบหาทริปเที่ยว . . การเดินทางไกลๆมันช่วยลืมความทุกข์จริงหรือ?
ต่อให้เดินทางไปไกลสุดขอบฟ้าความทุกข์จะติดตัวเราไปตลอด จนกว่าเราจะปล่อยวางมันได้เอง
เมื่อนั้นแหละแค่ตื่นเช้าเดินไปแปรงฟันที่ห้องน้ำ ความทุกข์มันก็หายไปแล้ว ไม่ต้องเดินทางไปไหนเลย
เจ็ด: ของฝากคือความสุขล่วงหน้า
ความสุขที่ว่าไม่ใช่ความสุขของผู้รับนะคะ แต่มันเป็นความสุขทางใจของเราที่เป็นผู้ให้มากกว่า มันมีความสุขตั้งแต่เดินเลือกแล้วล่ะ
ว่าคนที่รับจะชอบไหมนะ จะถูกใจไหม แต่ก็อย่าลืมแบ่งเวลาและงบประมานดีๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นความทุกข์แทน
แปด: อย่ามัวแต่ถ่ายรูปจนลืมเสพความงามตรงหน้าด้วยตัวเอง
เคยไหมคะเวลาเจอนักแสดงที่ชอบ เจออะไรที่สวยมากๆตรงหน้าแล้วหยิบมือถือมาถ่ายวิดิโอ หรือ ไลฟ์สดทุกครั้งจนลืมดูของจริง?
เราว่าหลายคนเป็นนะ รอบนี้เราได้ดูไฟที่ดิสนีย์แลนด์ ตอนแรกเราก็หยิบมือถือออกมาถ่ายปกติเนี่ยแหละ จนเราคิดขึ้นได้ว่า
เราจะถ่ายไปเพื่อใคร? แล้วที่เรามานี่เพื่อใคร? สุดท้ายเราเก็บมือถือลงดื่มด่ำความสวยงาม อลังการตรงหน้า
ถ่ายรูปไม่กี่รูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก และโมเม้นท์สวยงามตรงนั้นมันจะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป
เก้า: ความสุขที่สุดของการเดินทาง คือการรู้ว่ามีใครสักคนรอเราอยู่ที่บ้าน
วันแรกๆของการเดินทางเต็มไปด้วยเรื่องน่าตื่นเต้นจนเราลืมโทรหาที่บ้าน ความสนุก ความตื่นเต้นทำให้เราลืมคนที่รออยู่ไปอย่างง่ายดาย
แต่พอเราได้เห็นครอบครัวที่เขาจูงมือไปเที่ยวกัน หรือ ช่วงเวลาที่เราทานอาหารดีๆ อร่อยๆ เรากลับคิดถึงคนที่บ้านที่สุดเลย
ยิ่งตอนที่เราขึ้นเครื่องกลับเรารู้สึกมีความสุขมากที่จะได้กลับไปกอดป๊าม้าสักที
และสุดท้าย
สิบ: การเดินทางคือการค้นหาตัวเองที่ดีที่สุด
เราไม่สามารถรู้จักตัวเองได้โดยการนอนเล่นอยู่ที่บ้าน แต่การเดินทางจะสะท้อนตัวตนของเราทุกอย่าง
ทั้งข้อดี ข้อเสีย ชอบกินอะไร สนใจเรื่องอะไร การเดินทางแต่ละครั้งทำให้เราเรียนรู้ตัวเองเยอะมาก
และเรานำมันกลับมาปรับปรุงตัวทุกๆครั้งเพื่อพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม
.
ขอบคุณทุกคนที่อ่านและเดินทางมาพร้อมๆกัน
หวังว่ากระทู้นี้จะทำให้ทริปต่อไปของทุกคนมีคุณค่าและมีความหมายมากขึ้นนะคะ 
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ สอบถามรายละเอียดการเดินทาง(แบบลุยๆ) ได้ที่ IG: Sasich.St
ติดตามกระทู้เก่า เที่ยวรัสเซียได้ที่นี่เลย
[CR] 10 ข้อคิดหลังพิชิตโตเกียว-โอซาก้าด้วยตัวเอง!
.
ไม่รู้ว่าจะมีข้อไหนตรงกับของใครบ้างไหม? ยังไงก็เปิดใจออกไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันนะ
.
.
ทั้งภาษาอังกฤษที่ไม่ได้ใช้สื่อสารมานาน ทั้งวิธีขึ้นเครื่องบิน วิธีซื้อตั๋วนั่นนี่โน่น นี่เรากำลังจะออกจาก Comfort Zone แล้วนะ
พอได้ก้าวขาลากกระเป๋าออกจากบ้าน เท้าแตะสนามบิน สัญชาติญาณการเอาตัวรอด ความกระปรี้กระเปร่า ทุกอย่างมันกลับมาหมด
ถ้าการนอนคือการพักผ่อนของร่างกาย การเดินทางก็คงเป็นการพักผ่อนของจิตใจนั่นแหละ
มีระเบียบ น่าเคารพอะไรอย่างนี้ แม่ค้าพ่อค้าที่ขายของดูตั้งอกตั้งใจในการบริการ ยิ้มแย้มแจ่มใส เราเรียนรู้ว่าถ้าเราไม่เคารพอาชีพตัวเอง
มองว่าอาชีพเรามันกระจอก ไม่สูงส่งเหมือนคนอื่นๆ นั่นก็ทำให้คนอื่นดูแคลนอาชีพเราไปด้วยเหมือนกัน
ท้องฟ้าสดใสปราศจากเมฆทำให้เราได้เจอกับคุณฟูจิซังเป็นครั้งแรก คุณฟูจิซังได้สอนเราว่าแม้แต่ตัวเขาที่เป็นภูเขาไฟอันยิ่งใหญ่
ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของธรรมชาติ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปก็ถูกกลุ่มเมฆมาบดบังจนมิดเหมือนไม่มีอะไรอยู่เบื้องหน้า
ทางธรรมชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เขาก็ยังคงเคารพมัน และในความเป็นจริงแล้วมนุษย์ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้เลย
เพียงแต่ต้องรู้วิธีที่อยู่ร่วมกัน ไม่เบียดเบียนกัน พึ่งพากันเท่านั้นเอง
ยิ่งสถานการณ์คับขันยิ่งรู้ว่าคนข้างๆเรานั้นเป็นผู้ใหญ่ ตัดสินใจได้ดีขนาดไหน ยิ่งเหนื่อยยิ่งรู้ว่าคนข้างๆเราเห็นแก่ตัวหรือไม่
ถ้าอยากรู้จักใครลองชวนเขาออกเดินทางด้วยกันสักครั้งแล้วจะได้คำตอบนั้น
ต่อให้เดินทางไปไกลสุดขอบฟ้าความทุกข์จะติดตัวเราไปตลอด จนกว่าเราจะปล่อยวางมันได้เอง
เมื่อนั้นแหละแค่ตื่นเช้าเดินไปแปรงฟันที่ห้องน้ำ ความทุกข์มันก็หายไปแล้ว ไม่ต้องเดินทางไปไหนเลย
ว่าคนที่รับจะชอบไหมนะ จะถูกใจไหม แต่ก็อย่าลืมแบ่งเวลาและงบประมานดีๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นความทุกข์แทน
เราว่าหลายคนเป็นนะ รอบนี้เราได้ดูไฟที่ดิสนีย์แลนด์ ตอนแรกเราก็หยิบมือถือออกมาถ่ายปกติเนี่ยแหละ จนเราคิดขึ้นได้ว่า
เราจะถ่ายไปเพื่อใคร? แล้วที่เรามานี่เพื่อใคร? สุดท้ายเราเก็บมือถือลงดื่มด่ำความสวยงาม อลังการตรงหน้า
ถ่ายรูปไม่กี่รูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก และโมเม้นท์สวยงามตรงนั้นมันจะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป
แต่พอเราได้เห็นครอบครัวที่เขาจูงมือไปเที่ยวกัน หรือ ช่วงเวลาที่เราทานอาหารดีๆ อร่อยๆ เรากลับคิดถึงคนที่บ้านที่สุดเลย
ยิ่งตอนที่เราขึ้นเครื่องกลับเรารู้สึกมีความสุขมากที่จะได้กลับไปกอดป๊าม้าสักที
ทั้งข้อดี ข้อเสีย ชอบกินอะไร สนใจเรื่องอะไร การเดินทางแต่ละครั้งทำให้เราเรียนรู้ตัวเองเยอะมาก
และเรานำมันกลับมาปรับปรุงตัวทุกๆครั้งเพื่อพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม
.
หวังว่ากระทู้นี้จะทำให้ทริปต่อไปของทุกคนมีคุณค่าและมีความหมายมากขึ้นนะคะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้