ลิเวอร์พูล กับความแตกต่าง และแต้มที่ไม่ห่าง แต่ความหวังก็ยังไม่กล้ามี

.



       เมื่อเทียบผลงานปีนี้กับปีก่อนของลิเวอร์พูล ผู้จัดการทีมอย่าง เจอร์เก้น คล้อป ก็สมควรได้รับความดีความชอบก่อนใครๆ เมื่อผลงานที่ทำได้ กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสโมสร นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อการแข่งขันลีคสูงสุดมาเป็นพรีเมียร์ลีค เขาก็ยิ่งสมควรจะได้รับคำชมเชย กับผลงานที่ทำได้ที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนา

       จากผลงานที่ปรากฏต่อสายตา จะเห็นได้ว่า”จุดอ่อน”ของลิเวอร์พูลในเรื่องเกมส์รับปีก่อน ถูกคล้อป แก้ไขด้วยการใส่ตัวผู้เล่นใหม่ อย่าง ฟาน ไดร์ หรือ อลิซอน รวมถึงการให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่งอย่าง โกเมส ได้แจ้งเกิดในตำแหน่งที่ตนเองถนัด รวมถึงการปรับมาใช้ระบบ 4-2-3-1 บ้างในบางนัด ก็ทำให้ จุดอ่อนในเกมส์รับที่เคย”หลวมโคลก” กลายเป็น “แน่นปั๊ก” แปรเปลี่ยนจุดอ่อนให้มาเป็นจุดเด่น ที่ช่วยกอบโกยแต้มส่งผลให้ทีมหงส์แดงพุ่งทะยานไปอยู่บนกลุ่มหัวตารางได้อย่าง”มีลุ้น”กว่าที่ผ่านๆมา

       หากนับเฉพาะตัวเลขในตารางคะแนนตอนนี้ จะเห็นได้ถึงความแตกต่าง “ที่ดีขึ้น” แต่ถ้านับรวมถึงอารมณ์ความรู้สึกของแฟนบอล ก็ต้องบอกว่า มีความแตกต่างที่ส่งผล “ให้แย่ลง” ปะปนมาด้วยเช่นกัน เพราะด้วยการปรับเปลี่ยนกลยุทธ จาก “บอลกรรมกร” ที่วิ่งไล่ล่าตลอดเวลา หันมาเล่นเพลย์เซฟ พยายามจะเป็น “บอลออฟฟิศ” ที่ใช้สมองมากกว่าแรง ช่วยกันเล่นตั้งรับอย่างเป็นระบบ มันทำให้ สเน่ห์ในความ”คลั่ง”เกมส์รุก หายไปจากทีมปีนี้พอสมควร แม้จำนวนประตูที่ทำได้ จะไม่ได้แตกต่างจากตอนที่เล่นเกมส์รุก”เต็มสูบ”ก็ตาม แต่ก็ทำให้”ประสิทธิภาพ”ของสามประสานแนวรุก ไม่เปล่งประกาย ให้ความรู้สึกน่ายำเกรงต่อคูต่อสู้เหมือนปีก่อน

       ซึ่งอาจบ่งชี้ว่า เกมส์รุกที่เคยเป็น จุดเด่นของทีมในปีก่อน ในบางความคิดของแฟนบอล อาจมีหลายคนกำลังคิดว่าเกมส์รุกที่เคยร้อนแรงนั้นมันได้กลายเป็นจุดด้อย ส่วนทางกับเกมส์รับที่ปรับปรุงแก้ไขจนดีได้แล้ว

ปีนี้ มีกี่นัด..? ที่นั่งดูการแข่งขันของลิเวอร์พูลแล้วรู้สึกว่า สบายใจกับชัยชนะหรือแต้มที่เก็บได้ในแต่ละนัด


        เพราะเท่าที่ดูมา ทุกนัดจขกท.นึกออกแค่ 3 แมท คือ นัดที่เล่นกับ เวสแฮม ตอนเปิดฤดูกาลที่ ยิงไป 4 ลูก แล้วก็เจอกับเซาท์แธมตัน กับ วัตฟอร์ด ที่ยิงไปนัดละ 3 ลูก นอกนั้น ถึงชนะขาด 2 ลูกบ้าง หรือ 1 ลูกก็จริง แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ ยาดม และความอัดอั้น แม้จะเจอทีมเล็กก็ตาม นัดที่เสมอทีมใหญ่ อย่าง ซิตี้ เซลซี หรือ อาเซน่อล ก็ต้องบอกว่า เดชะบุญ ที่รอดเสมอมาได้ ไม่ต้องพูดถึง นัดเยือน UCL ที่ต้องบอกว่า”แพ้อย่างหมดรูป” ทั้ง 3 นัด

        ความรู้สึก อึดอัด แบบนี้ มันไม่มีในปีก่อน ที่ถึงผลงานตัวเลขในตารางจะสู้ปีนี้ไม่ได้ แต่มันก็มีความสุขใจ ที่ได้เห็นทีมรักพยายามเล่นด้วยความรู้สึกที่ “อยากชนะ” มากกว่าปีนี้ ที่บางทีดูแล้วเหมือนกำลังเล่นด้วยความรู้สึก “ไม่อยากแพ้”

ปีก่อน ถ้ายก ซิตี้ ไว้ทีมหนึ่ง ก็รู้สึกว่า ไม่มีทีมไหนแล้ว ที่เล่นสนุกเท่าลิเวอร์พูล
มาปีนี้ ต่อให้ไม่นับรวม ซิตี้ ก็ยังมี เซลซี และ อาเซนอล ที่เล่นแล้วสนุก เพลิดเพลินในการดูมากกว่าการดูทีมรักลงเล่น
และ จขกท. รู้สึกว่า โอกาสในการลุ้นของ 2 ทีมที่ว่า น่าจะมากกว่า ลิเวอร์พูล ชั่วโมงนี้เสียด้วย

        แต่ที่พูดแบบนี้ ใช่ว่าจะหมดหวังแล้วนะครับ เพราะก็รู้ว่า คล้อปเอง ก็เป็นคนที่พยายามแก้ไขปรับปรุงกลบลบจุดอ่อนของทีมตนเองตลอดเวลา แต่ก็น่าจะใช้เวลาอีกสักระยะ กว่า แนวรุก SMF จะกลับมาคืนฟอร์มเป็นกำลังหลักช่วยทีมได้

ถ้าปรับได้ในเร็ววันนี้ก็ดีไป แต่ถ้าต้องใช้เวลา หรือหาผู้เล่นใหม่ๆเข้ามาเสริม
เรื่องความวงความหวัง ก็ลืมๆมันไปเสียเถอะครับ อย่าไปกล้ามีความหวังมันเลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่