“ถึงบท แห่งอรณวิหาร จะอ้างไปได้”

อ้าง. ตอบอธิบาย เจตสิก ✔
นานาโอเค
His Siamese Majesty's Government

Web | Dec 4, 2:16PM
ประเด็นศึกษาข้อมูล และ งานวิจัยสาธารณะ, Bangkok,
Thailand +66

วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561 13 นาฬิกา 55 นาที 41 วินาที UTC+7
อธิบาย
ลำดับที่ 54

“ใครก็ช่าง ควรให้กระทำไปตามประเพณี ถึงการกล่าว ก็ควรให้กล่าวถึงบท แห่งอรณวิหาร จะอ้างไปได้ นั้น”

ตอบอธิบาย ทั่วไป

“คำตอบ
หรือคำถาม มีมาในนี้ซ้อน ๆ กัน กล่าวแก่บุพการี เป็นต้น
คือกล่าวแก่คำศัพท์นั้น เป็นต้น คำว่า มาตา ปิตุ นั้น,
แล้วเป็นที่ให้เกลี่ยกระจายกันออกมากยิ่งขึ้น อันว่าบัณฑิต หรือสาราณียกร
ฝ่ายเรานั้น อยู่ข้างคำสอนอย่างดี ควรอ้างคำสอนอย่างดี และธรรมีกถาอย่างดี
ซึ่งบทที่จะพออนุโลมว่า เป็นธรรม! คือธุระ อย่างจะอ่านจะเขียน
แล้วไม่พาให้คนหันไปสู่บทบาทของพวกนิยาย เพ้อเจ้อ,
อันที่ไม่ปรากฏถึงความเพริศแพร้ว และความอัศจรรย์
ในทางแห่งประวัติของความจริง คือที่อาจจะไม่ให้ถือได้ว่า
เป็นความจริงได้โดย บท ภัทรบท! อันซึ่งนับเป็นบทที่จริง
ที่พระพุทธเจ้าตรัสกล่าว แสดงอรรถาธิบายให้ ตรัสบทความจริงออกให้ ว่า ให้
ภัทรกัป เป็นบท ความจริงปัจจุบัน”

“ใคร อย่างไร! พูดมา
จะไม่ให้เห็นความจริงที่พระพุทธเจ้าของเราตรัส คือว่ากันมาวันนี้ มานั้น ๑
มาจะบวชบ้าง และ ๒ มาด่าพ่อล่อแม่ แก่กัน ดูแลไม่ซึ้งบ้าง ถึงมาใช้คำต่าง ๆ
นอกประเทศ ปน สอบอันอาจจะอยากให้เสียวรรณคดี แบบไทย ไปแล้วบ้าง
ก็อาจจะเป็น เพราะไม่เอาบทพระอักษรวิจิตร ตามตัวอย่าง
ของบทพระอักษรสยามของเรา มาใช้ ที่จะไม่ให้ตัวเองเข้ามาสู่ บทหนังสือ
ตัวหนังสือ ที่อาจจะให้รับประกัน บอกกันให้ออกไปให้”

“แล้วอีก ๑
ข้อว่า เรื่องบรรลุ คือ การบรรลุ แต่ว่าจะพูดไปตามใจชอบ
จะพูดให้ครอบคลุมกันมา มากที่สุด แต่ว่า ครอบคลุมไปแล้ว กลับเห็นได้ชัดว่า
ไม่เป็นภัทรบท และไม่เป็นภัทรกัป อันซึ้งไปในทางความงาม
และดีเลิศกว่ากัปอื่นทั้งปวง อันหายากยิ่งกว่าหาประกายเพชรเกล็ดมณี
ที่หายากยิ่งทั้งปวงในธาตุ ทุกอย่างของโลก อะไรไม่ได้อีกแล้ว,
ในหนทางข้างหน้า เรามองไม่เห็น ก็เมื่อว่าตนและใครก็มองไม่เห็นแล้ว
ทำไมจึงว่า เป็นทุกข์กันทั้งนั้น
ก็ในเมื่อพระพุทธเจ้าประสูติเกิดในภัทรกัปนี้สิ้นทั้งปวง ทุกพระองค์
อุบัติมาก็เพื่อการสิ้นทุกข์ไม่ใช่หรือ? ฉะนั้น เมื่อสิ้นกัปดับไปตามใจชอบ
ตามประสาของกัป จะดับ จะหมด เช่นนั้น
พวกเราก็ยิ่งต้องสิ้นทุกข์กันไปด้วยทั้งนั้น ทั้งหมด เพราะเป็นเหตุแค่ว่า
พวกเราจะอยู่ในเขตของภัทรกัป เท่านั้น ไม่ไปไหน,
แล้วทำไมตนเองไม่นำเอาปฏิญาณนี้ ไปกระทำให้จริงแก่การสมมุติทางอักษร
กันไปก่อนบ้างเล่า ถึงการแทนความหมายที่ยังไม่เกินไป ยังไม่เกินเลยผิดเลยไป
เผลอผิด แล้วทำไมจึงยอมยกเอาแต่สิ่งเพ้อเจ้อ นำเข้ามาเป็นสาระกันไปเสียหมด
มากเสียแล้ว”

“ทั้งที่จริง เราต้องคว้าเอามนุษย์สมบัติ
มาเป็นของตนไม่ใช่หรือ จะคว้ามาเป็นกำไรก็ช่าง
หรือแค่จะคว้ามาพอจำเป็นก็ช่าง ก็แล้วแต่บทของภาษาของชาติเรา
ภาษาเราไม่ใช่มนุษย์สมบัติหรือ? หรือใครว่า เป็นภาษาไทยเป็นเดรัจฉานวิชา ใน
ก ไก่ ข ไข่ จำพวกนั้น จวบไปจนถึง ฮ นกฮูก ตลอดถึงสระ สี่ทิศ
ไปทั้งตลอดวรรณยุกต์ ศัพท์แสง อันขึ้นเสียงได้ ไม่ใช่เป็นสมบัติอันเลิศคุณ
ในมนุษย์, ทุกคน ทำไมถึงไม่จำกันว่า ความเป็นธรรม!ทั่วไป ก็คือภัทรกัป
ธรรมคือภัทรบท ซึ่งเมื่อตนซึ้งใจ ไม่นำตนออกนอกไปกว่าเขตภัทระ แล้ว
เมื่อนั้น ก็จะต้องได้อยู่กับความสุข ตลอดไปเป็นแท้ ไม่ใช่หรือ?”

“เช่นนั้น
เอง ทุกคน ควรจะสรุปให้เป็นธรรม อย่าให้ล่วงเลย ผิดแปลก ไปนาน
เพราะกาลทั้งสิ้นทั้งปวงของวิญญาณวิเศษแห่งมนุษย์ ของมนุษย์ พิภพปฐวีของตน
ผู้คว้าเอามนุษย์สมบัติตามภาษาของชาติ ไว้ได้แล้ว ย่อมไม่อาจค้อมลง
หรือหย่อนลง ให้บังเกิดไปในวิปริตผิดเภท อุบัติร้าย
ได้เลวอย่างไรอีกไม่ได้เลย ยิ่งสมมุติพระอักษรบท อย่างไทย
ของเราเองยิ่งแล้ว ย่อมให้ใกล้กันกับบทพระภัทระ ยิ่งกว่าชนชาติอื่น
ซึ่งเขาก็นับถือศาสนาพุทธเหมือนกันกับเรา แต่ว่า ไม่ปรากฏเลยว่า
ความเสื่อมสิ้นไปแบบของเขา พวกเขาเหล่านั้น จะได้เป็น
ได้อยู่ในบทภัทระของแผ่นดิน เป็นไปไม่ได้เหมือนกันกับแบบของเราเลย”

นานาเยี่ยม
Decode พิษณุโลก พล, Phitsanulok PLK, 65
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่