!!..แปะข่าวดีหน่อย >> ธปท.เผยดัชนีเชื่อมั่นธุรกิจ พ.ย.61 สดใส รับศก.ในประเทศฟื้น << พร้อม คหสต. ส่งท้ายปีเก่า..!!

กระทู้สนทนา
ธปท.เผยดัชนีเชื่อมั่นทางธุรกิจ พ.ย.61 อยู่ที่ 53.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน  กลุ่มยานยนต์ - ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ เป็นตัวนำ แถมปริมาณการค้าในประเทศช่วยหนุน ส่วนดัชนีฯ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 58.6 ยังสะท้อนความเชื่อมั่นผู้ประกอบการในทุกด้าน  

   ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ เดือนพ.ย.61 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนมาอยู่ที่ระดับ 53.1 จากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นของผู้ประกอบการทั้งในภาคการผลิตและภาคที่มิใช่การผลิต และเป็นการปรับเพิ่มขึ้นในทุกองค์ประกอบ
  โดยเฉพาะความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการและการผลิต นำโดยกลุ่มผลิตยานยนต์และกลุ่มผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อที่ปรับดีขึ้น ประกอบกับมีการเร่งผลิตก่อนช่วงวันหยุดยาวในเดือนธันวาคม สำหรับภาคที่มิใช่การผลิต ผู้ประกอบการในกลุ่มที่พักแรมและร้านอาหารมีความเชื่อมั่น
   ด้านปริมาณการค้าเพิ่มขึ้นจากลูกค้าในประเทศที่ปรับดีต่อเนื่อง ขณะที่ลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นบ้าง รวมทั้งกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีความเชื่อมั่นดีขึ้นตามการบริโภคในประเทศที่เติบโตได้ต่อเนื่องและเร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปี
    ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีฯ ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 58.6 โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นของดัชนีฯ ย่อยในเกือบทุกองค์ประกอบสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการในกลุ่มค้าปลีกที่มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นในทุกด้าน สะท้อนถึงมุมมองต่อการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศที่ทยอยดีขึ้นต่อเนื่อง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชื่อมั่นด้านการจ้างงานและคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น คาดว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการเร่งขายและโอนกรรมสิทธิ์ก่อนมาตรการ LTV จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเม.ย. 62 และกลุ่มผลิตเหล็กและกลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นทั้งในด้านการผลิต การลงทุนและต้นทุน
   ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นด้านอื่นๆในเดือนพฤศจิกายน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงเห็นว่าต้นทุนการผลิตสูงเป็นข้อจำกัดหลักในการดำเนินธุรกิจ สอดคล้องกับราคาพลังงานที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม การส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคผ่านการปรับราคายังทำได้ยากเนื่องจากการแข่งขันในประเทศอยู่ในระดับสูง สอดคล้องกับการคาดการณ์เงินเฟ้อในอีก12 เดือนข้างหน้าที่ยังคงทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.0 และดัชนีความเชื่อมั่นด้านราคาที่ทรงตัวใกล้เคียงระดับ 50

http://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&id=VVBwNUtGNkRQWnc9


------------------------------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------------------------------------

...
จะปีใหม่แล้วผมขอมอบมุมมอง แสดงทรรศนะส่วนตัวต่อตลาดหุ้นบ้านเรานะครับ..
เป็นความคิดเห็นส่วนตัว การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านควรพิจารณาด้วยตัวท่านเองก่อนจะตัดสินใจซื้อขายใดๆ

ความคิดเห็นส่วนตัวสำหรับตลาด ต้องบอกก่อนนะครับว่า ตามหลักVI ไม่มีใครสามารถคาดเดาตลาดได้อย่างแท้จริงครับ VIนั้นแทบไม่ให้ความสำคัญกับตลาดรวม จะเน้นสนแต่หุ้นรายตัว รายบริษัท.. ดังนั้นตลาดในวันนี้และวันพรุ่งนี้จะขึ้นหรือลงก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกวัน หลายๆครั้งในหนึ่งปี ขึ้นๆลงๆวนกันไป เนื่องจากมีนักลงทุนซื้อๆขายๆกัน ในส่วนของวันนี้อาจจะมีชะลอบ้างเพราะมีแรงขายทำกำไรออกมา ตามหลักดีมาน-ซัพพลาย โดยแรงขายก็จะช่วยลดชะลอความร้อนแรงของหุ้นที่ขึ้นมาแรง.. แต่เราก็ต้องดูกันต่อไปว่าแรงซื้อจะเติมเข้ามาเรื่อยๆจน แรงขายหดหายท้อถอยไปเองหรือไม่ เมื่อนั้นมันก็จะไปต่อนะครับ ซึ่งอยากให้โฟกัสที่ภาพระยะยาวมากกว่า.. แต่ดูจากโมเมนตัมเมื่อวานที่กองทุนกับหรั่งช่วยกันซื้อเยอะ แล้วเม่าขายกว่าหมื่นล้าน ทำให้ทิศทางการไปต่อยังมีโอกาสและชัดเจนมากกว่า เนื่องจากแรงขายของรายย่อยไม่มีพลังเท่าแรงขายจากกองทุนหรือจากหรั่งนั่นเอง
สุดท้ายปีนี้เป็นปีที่ตลาดหุ้นผันผวน มีปัจจัยภายนอก ต่างประเทศมากระทบอารมณ์นักลงทุนกันมาก ส่งผลต่อหุ้นหลายตัวราคาขึ้นลงในกรอบกว้าง ถ้าเราถือหุ้นดีในราคาที่เหมาะสมมี Margin of safety สูง ในขณะที่ราคาลงก็รอไปก่อนครับ เพราะเดี๋ยวมันก็กลับมาที่เดิม ถ้าเรามั่นใจว่ามันดีก็เก็บเพิ่ม.. ส่วนการคัสลอสออกไป การทำSAP อาจให้ผลที่ดีกว่าได้ แต่ก็อาจทำให้เกิดผลที่แย่กว่าได้เช่นกันหากตัดสินใจผิดพลาดก็มีความเสี่ยงที่จะผิดจังหวะ และถูกหุ้นเด้งสวนใส่หน้าได้..
..แต่ยังไงแล้วสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว ตลาดรายชั่วโมงรายวันนั้นยังไม่สามารถแสดงนัยสำคัญอะไรออกมาได้ชัดเจน และก็ไม่สำคัญเท่าภาพใหญ่ ภาพกว้างทางเศรษฐกิจ กลุ่มอุตสาหกรรมนั้นๆที่เราเลือกลงทุน ปัจจัยสนับสนุนทั้งด้าน นโยบาย มหภาค ที่จะส่งผลต่อหุ้นรายตัวนั้นๆ รวมถึงความแข็งแกร่งจากภายใน ความได้เปรียบต่อคู่แข่งและผลการดำเนินงานผลตอบแทนของบริษัทนั้นๆ ..ขอให้โชคดีทุกท่าน สวัสดีปีใหม่ครับ
...

เพี้ยนเฮงเฮงเพี้ยนเฮงเฮงเพี้ยนเฮงเฮงเพี้ยนเฮงเฮงเพี้ยนเฮงเฮงเพี้ยนเฮงเฮงเพี้ยนเฮงเฮงเพี้ยนเฮงเฮง
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่