กำจัด...เรื่องสั้นในเกมถุงมือ

เรื่องสั้นเรื่องนี้เขียนทิ้งไว้ตั้งแต่เริ่มส่งมาร่วมเล่นเกมแล้วล่ะค่ะ คงไม่มีเวลาเขียนเรื่องสั้นอีก ลิเลยเอามาลงให้อ่านกันเลยนะคะ ก่อนจะขอตัวไปทำภารกิจอื่น คงอีกนานกว่าจะมีเรื่องสั้นเรื่องใหม่

กำจัด


โดย...ล. วิลิศมาหรา


ฉันจำเป็นต้องลืม....

ผู้ชายสวมเสื้อกาวน์คนนั่งประจันหน้าฉันตอนนี้ ตอกย้ำความรู้สึกเจ็บปวดของฉันด้วยคำพูดซ้ำๆ ที่เหมือนเอาน้ำกรดราดรด ให้มันกัดกินก้อนเนื้อใต้อกข้างซ้ายให้กลายเป็นเศษเนื้อยุ่ยๆ ทุกครั้งที่เขาเอ่ยปาก

“ความจริงคุณโชคดีกว่าผม เพราะคุณได้...ลืม ส่วนผมยังต้องทนทรมานจากความทรงจำระหว่างเราไปอีกนานเท่านาน ตราบเท่าชีวิตของผมที่เหลืออยู่”

“ไม่มีใครโชคดีหรอกค่ะ ฉันไม่ถือเอาการลบเลือนคนรักออกจากความทรงจำเป็นความโชคดี”

ฉันย้อนเขาทันควัน ส่งความเจ็บปวดให้รับรู้ทางสายตาร้าวราน ฉันพูดเรื่องจริง จะมีใครหน้าไหน ยินดีกับการลืมความรักครั้งแรกและครั้งเดียวของตัวเองกันเล่า นอกจากคนจิตใจวิปลาส

“คุณอาจพูดถูก....”

เขาก้มหน้าลงหลบตา รู้ดีว่ากำลังพยายามซ่อนความอ่อนแอของตัวเองเอาไว้ ภายใต้ท่าทีเข้มแข็งของบุรุษเพศ....ก้มหน้านิ่งครู่หนึ่ง แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตาฉัน สีหน้าโศกสลด ดวงตาสองข้างแดงก่ำ ท่าทีเต็มไปด้วยอาการทอดอาลัยในชีวิต ซึ่งคงไม่ต่างกันกับฉัน

“ตอนเราสองคนได้พบกันผมคิดว่าตัวเองโชคดี...โชคดีมาก ผมปลื้มใจร้องไชโยลั่นบ้านที่ได้คุณมาครอบครอง เมื่อผมมีคุณผมรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ คิดว่าคุณคือของขวัญจากพระเจ้า”

เขาบอกซ้ำประโยคเดิมที่เคยบอกฉันไม่รู้กี่ครั้งก่อนถอนใจ

“โอ...แต่แท้ที่จริงแล้ว เรื่องของเราไม่มีใครโชคดีอย่างคุณว่า”

“ฉันรู้ค่ะ เข้าใจดีทุกอย่าง มั่นใจว่าคุณรักฉันและฉันก็รักคุณไม่แพ้กัน บ้านหลังน้อยนี้คือวิมานของเรา แต่เสาเอกวิมานไม่แข็งแรงพอ จะต้านพายุธรรมเนียมเดิมของเมืองนี้ได้ วิมานรักของเราเลยพังทลายลง”

“ยกโทษให้ผมด้วย ที่ไม่สามารถดูแลคุณได้ดีพอ...”

เขาพึมพำบอก น้ำตาหลั่งรินให้ฉันเห็น บ่งบอกถึงความเจ็บช้ำแสนสาหัสครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชาย ฉันเอื้อมมือไปจับมือเขาบีบเบาๆ

“ฉันไม่มีโทษยกให้คุณหรอกค่ะ บอกแล้วไงคะว่าเข้าใจคุณดี ฉันไม่เป็นไร ลงมือเถอะค่ะ”

เตือนเขาให้ทำตามหน้าที่ของตัวเองเหมือนกับทุกครั้งที่ร่วมงานกัน แต่ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสำหรับเรา ฉันจะไม่ได้ติดตามเขาไปไหนๆ ในฐานะเลขาฯ ส่วนตัวคนสนิทอีก หลังถูกลบความทรงจำจนหมดจด หน้าที่ของฉันต่อเขาจะเปลี่ยนไป

มือเขาในอุ้งมือฉันเย็นเฉียบและสั่นระริก แววตาหมองจับจ้องใบหน้าฉันแน่วนิ่ง เขาคงลำบากใจมากทีเดียว สำหรับการตัดสินใจครั้งนี้ แต่ในเมื่อเขาเป็นคนเลือกเอง ก็มีแต่ต้องลงมือ

“ขอเวลาผมกับเกลสักครู่ครับ”

เขาหันไปบอกผู้ช่วยสาวที่ยืนเยื้องไปข้างหลัง หล่อนรับคำแล้วเดินออกประตูไป ปล่อยเราสองคนไว้ตามลำพัง

ทันทีที่ประตูห้องปิด เราก็ผวาเข้ากอดกันแน่น ความเข้มแข็งทั้งมวลพังทลายลง เขาจูบไปจนทั่วใบหน้าฉัน ก่อนฉันจะซบหน้าลงกับบ่าของเขา

“เจ็บไหมคะ”

กระซิบถามเขาแผ่วเบา กลัวเจ็บอย่างนั้นหรือ...เปล่าเลย เจ็บตรงไหนของร่างกายก็ไม่เท่าเจ็บตรงที่หัวใจ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงเปื้อนแก้ม ฉันใช้ปลายนิ้วเกลี่ยมัน...นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเสียน้ำตาให้กับเขา

“เจ็บนิดเดียวตรงท้ายทอย ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะทำให้เบามือที่สุด”

เขาตั้งใจปลอบประโลมฉันจากหวาดผวา ทว่าปลายเสียงกลับสั่นเครือ อาจเป็นเขาเสียเองที่กำลังหวาดหวั่น กับการลงมือบั่นทางรักด้วยมือของตัวเอง

ฉันเงยหน้าจากบ่าเขา เพ่งมองใบหน้าที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำทั้งยามหลับและตื่นผ่านม่านน้ำตา ชูของสิ่งหนึ่งที่ถือติดมือมาด้วยให้ดู

“ฉันถักผ้าพันคอให้คุณเป็นของขวัญวันเกิดค่ะ ดีใจที่ยังทันได้ให้มันกับคุณ เข้าหน้าหนาวแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะคะ” เขาพึมพำขอบคุณเสียงแห้ง รับผ้าพันคอไหมพรมลายตารางสีขาวสลับชมพูจากมือฉันขึ้นมาจูบ

“มันจะไม่อยู่ห่างผมเลยตลอดชีวิตนี้” ฉันมองดูเขาบรรจงพันของขวัญชิ้นสวยไว้รอบลำคอตัวเอง แล้วจึงยิ้มให้เขาทั้งน้ำตา

“ขออะไรเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ บอกรักฉันให้ฟังอีกครั้งสิคะ”

“ผมรักคุณ เกลยอดรัก และจะรักอย่างนี้ตลอดไป ไม่ว่าหลังจากนี้คุณจะเป็นใคร ผมอาจต้องกำจัดความทรงจำของคุณ แต่จะเก็บมันไว้ในใจของผมตลอดไป” เขาบอกทันที น้ำตาของฉันร่วงพรูลงเป็นสายให้กับคำพูดของชายคนรัก กักเก็บเสียงสะอื้นเอาไว้ในลำคอ กลั้นใจบอกคำพูดสุดท้ายกับเขา

“จัดการกับฉันได้เลยค่ะ บิลล์ที่รัก”

ทำยังไงได้ ในเมื่อกฎหมายของที่นี่ไม่อนุญาตให้หุ่นยนต์สมองกล ที่เหมือนมนุษย์ทุกอย่างแบบฉัน รักกันกับมนุษย์ที่ประดิษฐ์ฉันขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อภรรยาของเขากำลังจะให้กำเนิดบุตร และฉันต้องเป็นหุ่นยนต์เลี้ยงเด็ก พวกมนุษย์หวาดกลัวเกินกว่าจะยอมให้หุ่นยนต์ที่มีความรักกับพ่อของเด็กเลี้ยงลูกให้ ฉันจึงกลายเป็นตัวอันตรายที่ต้องถูกกำจัด

เมื่อผู้ช่วยของเขาเปิดประตูเข้ามาอีกครั้ง เวลาแห่งความรักของฉันก็หมดลง

หน้าหนาวมาเยือนอีกครั้งในบ้านหลังเดิม ศาสตราจารย์บิลล์ ฮอดเด็น ยืนทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างห้องทำงาน อย่างไม่สะทกสะท้านกับความหนาวเย็น หิมะเริ่มโปรยปราย ลมหนาวพัดหอบเอากระไอเยือกเย็นมาปะทะร่างที่ยืนสงบนิ่ง

หน้าหนาวปีนี้เขามีภรรยาและลูกน้อยวัยขวบเศษ...แต่ไม่มีเกล

เสียงเคาะประตูดังขึ้น แล้วใครคนหนึ่งก็เปิดประตูห้องทำงานเข้ามา เขาหันไปมอง เห็นมิเกล อดีตหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ถูกโปรแกรมขึ้นใหม่ ให้เป็นเพียงหุ่นยนต์รับใช้ทั่วไปในบ้าน ประคองถาดชาเข้ามาวางบนโต๊ะพลางบอกเขาว่า

“คุณผู้หญิงให้เอาชามาเสิร์ฟให้คุณผู้ชายค่ะ” บิลล์พยักหน้า อดเหลือบมองใบหน้าเฉยเมยว่างเปล่าของหุ่นยนต์สาวไม่ได้ แววรันทดฉายแวบในหน่วยตาเขาก่อนจะหันกลับไปมองนอกหน้าต่างใหม่

อากาศเย็นทำให้ระคายเคืองในลำคอ ชายหนุ่มกระแอมไอออกมาติดๆ กัน หลายครั้ง พลันสัมผัสนุ่มของผ้าไหมพรมก็โอบรอบลำคอของเขาแผ่วเบา พร้อมเสียงกระซิบข้างหู

“อย่าลืมสิคะ...เข้าหน้าหนาวแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะคะ”

บิลล์ยืนนิ่งขึงตัวเกร็งแข็ง เขาก้มลงมองผ้าพันคอไหมพรมลายตารางสีขาวสลับชมพูบนลำคอตัวเอง ก่อนหันไปจ้องหน้าหุ่นยนต์รับใช้มิเกลที่กำลังส่งยิ้มให้!!!


จบ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่