เราเกิดมาไม่เคยผ่อนบ้าน-รถ ไม่เคยกู้เงิน มีบ้านอยู่แล้ว ( ถือเป็นความโชคดี ) และไม่ชอบขับรถ
มีช่วงนึงคิดจะซื้อบ้านเพิ่ม ราคา 2.1 ล้าน แต่เปลี่ยนใจ ไม่ซื้อ ( จริงๆมีเงินเก็บ สามารถซื้อเงินสดได้ แต่ยังไม่กล้านำเงินออกมาใช้ หรือ ไม่กล้ากู้ คิดว่าตัวเองยังไม่รวยขนาดนั้น ) เราไม่ถนัดลงทุนด้วย
แต่ก็เกิดอยากรู้ว่า ถ้าเกิดเราต้องผ่อนบ้านเหมือนคนอื่นๆ ที่เป็นคนวัยทำงาน มันจะเป็นอย่างไร ผ่อนเท่าไรต่อเดือน จึงเข้า website คำนวนดู
เช่น สมมติบ้าน 2.1 ล้าน ดาวน์ 30 % ก็ 630,000 เหลือยอดกู้ 1,470,000 โมเดลของ website ธอส. ทดลองใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 6.75 % ระยะเวลา 25 ปี ( ขอไม่นับช่วงโปรโมชั่น 3 ปีแรก ไม่นับการรีไฟแนนซ์ )
โอ้โห ยอดกู้ 1.4 ล้าน ต้องจ่ายดอก 1.8 ล้าน ! รวมจ่าย 3 ล้านกว่า !
เราทดลองคำนวนโดยลดราคาบ้านดู เช่น 1.8 ล้าน ( คอนโด ของ LPN ) ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดที่เคยเห็นแถวบ้านประกาศขาย ดาวน์ 30% คือ 540,000 เหลือกู้ 1,260,000 จะผ่อน 9,XXX ดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้าคิดว่า ต้องออมเงินด้านอื่นๆ ด้วย ก็ไม่ง่าย และที่สำคัญ เป็นดอก 1.4 ล้าน ! หลักล้านเหมือนเดิม รวมจ่าย 2 ล้านกว่าอยู่ดี
ถ้าคิดว่าคนวัยทำงาน กว่าจะเก็บเงินดาวน์ ( ตามหลักอุดมคติ 30 % ของ 2.1 ล้าน คือ 630,000 บาท ) ก็คงหลายปี ไหนจะต้องมีเงินออมด้านอื่นๆ เช่น กองทุนรวมเกษียณอายุ เงินสดสำรองไว้เผื่อฉุกเฉิน เงินออมระยะยาว ฯลฯ ที่เพิ่มขึ้นมาอีก ก็ต้องเก็บเดือนละหมื่นกว่าบาทขึ้นไป
สมมติ วุฒิปริญญาตรี งานออฟฟิสทั่วไป เริ่มต้นที่ 15,000 - 20,000 บาท และเลื่อนเงินเดือน 3-5% กว่าจะพร้อมดาวน์บ้าน ก็คงนาน แต่ถ้าดาวน์น้อย ยอดกู้จะสูง ซึ่งอัตราเงินเดือน ก็จะกู้ไม่ได้มากนัก ทำให้ซิ้อบ้านลำบาก ต้องลดมูลค่าบ้านลง แต่จะไปหาถูกๆ ( และดี ) ที่ไหน ?
ทางรอด เช่น ต้องเพิ่มรายได้ โปะบ้าน/รีไฟแนนซ์ ( แต่ก็ทำได้ยาก สำหรับคนทั่วไป ต้องเก่ง ถึงจะเงินเดือนเพิ่มก้าวกระโดด ) หรือ หาคนกู้ร่วม ถ้าแต่งงาน ก็คงเป็นไปได้ ( เราว่าคนวัยทำงานทั่วไป ปกติก็เพราะช่วยกันผ่อน ถึงรอด ) แต่พออายุ 45 อาจเสี่ยงถูกเลิกจ้าง หรือ ถ้าแต่งงานมีลูกก็มีค่าใช้จ่ายของลูก ( ค่าเทอม - เพราะคงไม่ปล่อยเข้าโรงเรียนที่ลูกจะเสี่ยงติดยาบ้าหรือติดพูดคำหยาบมาจากโรงเรียน ฯลฯ )
ยิ่งผ่อนรถยนต์อีก สำหรับบางคน โอ้โห !
ถ้าเริ่มผ่อนตอนอายุน้อยก็หืดขึ้นคอ ถ้าเริ่มผ่อนตอนอายุมากก็กู้ได้ระยะเวลาสั้น ถ้าหาคนกู้ร่วมก็ต้องไว้ใจซึ่งกันและกันจริงๆ ถ้ารออสังหาราคาตก ก็รอไปเถอะ ถ้าเอาที่ถูกๆ สภาพแวดล้อมของบ้านก็จะไม่ดีอีก
คนผ่อนบ้าน-รถ ได้ ( ไม่ทิ้งกลางทาง ) นี่ เก่งมากเลย ( ยอม )
จากมุมมองจากคนไม่กล้ากู้ ไม่กล้าใช้เงินออกมาเยอะๆนะ ( แต่คนที่เป็นแบบนี้ ถ้ายังไม่มีบ้านอยู่แล้ว ก็จะมีความเสี่ยงด้านอื่นๆอยู่ดี เช่น แก่ตัวไปไม่มีบ้านอยู่ หรือ เสียโอกาสลงทุนอสังหา เป็น passive income ตอนแก่ ฯลฯ )
เราเกิดมาไม่เคยผ่อนบ้าน-รถ เลย คนทำงานทั่วไปที่รายได้ไม่มาก ที่ซื้อบ้าน-รถ ได้ คือ เก่งมากเลย
มีช่วงนึงคิดจะซื้อบ้านเพิ่ม ราคา 2.1 ล้าน แต่เปลี่ยนใจ ไม่ซื้อ ( จริงๆมีเงินเก็บ สามารถซื้อเงินสดได้ แต่ยังไม่กล้านำเงินออกมาใช้ หรือ ไม่กล้ากู้ คิดว่าตัวเองยังไม่รวยขนาดนั้น ) เราไม่ถนัดลงทุนด้วย
แต่ก็เกิดอยากรู้ว่า ถ้าเกิดเราต้องผ่อนบ้านเหมือนคนอื่นๆ ที่เป็นคนวัยทำงาน มันจะเป็นอย่างไร ผ่อนเท่าไรต่อเดือน จึงเข้า website คำนวนดู
เช่น สมมติบ้าน 2.1 ล้าน ดาวน์ 30 % ก็ 630,000 เหลือยอดกู้ 1,470,000 โมเดลของ website ธอส. ทดลองใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 6.75 % ระยะเวลา 25 ปี ( ขอไม่นับช่วงโปรโมชั่น 3 ปีแรก ไม่นับการรีไฟแนนซ์ )
โอ้โห ยอดกู้ 1.4 ล้าน ต้องจ่ายดอก 1.8 ล้าน ! รวมจ่าย 3 ล้านกว่า !
เราทดลองคำนวนโดยลดราคาบ้านดู เช่น 1.8 ล้าน ( คอนโด ของ LPN ) ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดที่เคยเห็นแถวบ้านประกาศขาย ดาวน์ 30% คือ 540,000 เหลือกู้ 1,260,000 จะผ่อน 9,XXX ดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้าคิดว่า ต้องออมเงินด้านอื่นๆ ด้วย ก็ไม่ง่าย และที่สำคัญ เป็นดอก 1.4 ล้าน ! หลักล้านเหมือนเดิม รวมจ่าย 2 ล้านกว่าอยู่ดี
ถ้าคิดว่าคนวัยทำงาน กว่าจะเก็บเงินดาวน์ ( ตามหลักอุดมคติ 30 % ของ 2.1 ล้าน คือ 630,000 บาท ) ก็คงหลายปี ไหนจะต้องมีเงินออมด้านอื่นๆ เช่น กองทุนรวมเกษียณอายุ เงินสดสำรองไว้เผื่อฉุกเฉิน เงินออมระยะยาว ฯลฯ ที่เพิ่มขึ้นมาอีก ก็ต้องเก็บเดือนละหมื่นกว่าบาทขึ้นไป
สมมติ วุฒิปริญญาตรี งานออฟฟิสทั่วไป เริ่มต้นที่ 15,000 - 20,000 บาท และเลื่อนเงินเดือน 3-5% กว่าจะพร้อมดาวน์บ้าน ก็คงนาน แต่ถ้าดาวน์น้อย ยอดกู้จะสูง ซึ่งอัตราเงินเดือน ก็จะกู้ไม่ได้มากนัก ทำให้ซิ้อบ้านลำบาก ต้องลดมูลค่าบ้านลง แต่จะไปหาถูกๆ ( และดี ) ที่ไหน ?
ทางรอด เช่น ต้องเพิ่มรายได้ โปะบ้าน/รีไฟแนนซ์ ( แต่ก็ทำได้ยาก สำหรับคนทั่วไป ต้องเก่ง ถึงจะเงินเดือนเพิ่มก้าวกระโดด ) หรือ หาคนกู้ร่วม ถ้าแต่งงาน ก็คงเป็นไปได้ ( เราว่าคนวัยทำงานทั่วไป ปกติก็เพราะช่วยกันผ่อน ถึงรอด ) แต่พออายุ 45 อาจเสี่ยงถูกเลิกจ้าง หรือ ถ้าแต่งงานมีลูกก็มีค่าใช้จ่ายของลูก ( ค่าเทอม - เพราะคงไม่ปล่อยเข้าโรงเรียนที่ลูกจะเสี่ยงติดยาบ้าหรือติดพูดคำหยาบมาจากโรงเรียน ฯลฯ )
ยิ่งผ่อนรถยนต์อีก สำหรับบางคน โอ้โห !
ถ้าเริ่มผ่อนตอนอายุน้อยก็หืดขึ้นคอ ถ้าเริ่มผ่อนตอนอายุมากก็กู้ได้ระยะเวลาสั้น ถ้าหาคนกู้ร่วมก็ต้องไว้ใจซึ่งกันและกันจริงๆ ถ้ารออสังหาราคาตก ก็รอไปเถอะ ถ้าเอาที่ถูกๆ สภาพแวดล้อมของบ้านก็จะไม่ดีอีก
คนผ่อนบ้าน-รถ ได้ ( ไม่ทิ้งกลางทาง ) นี่ เก่งมากเลย ( ยอม )
จากมุมมองจากคนไม่กล้ากู้ ไม่กล้าใช้เงินออกมาเยอะๆนะ ( แต่คนที่เป็นแบบนี้ ถ้ายังไม่มีบ้านอยู่แล้ว ก็จะมีความเสี่ยงด้านอื่นๆอยู่ดี เช่น แก่ตัวไปไม่มีบ้านอยู่ หรือ เสียโอกาสลงทุนอสังหา เป็น passive income ตอนแก่ ฯลฯ )